บทความยอดนิยม

เผยวิธีเช็คประกันรถยนต์จากทะเบียนก่อนหมดอายุ 2023

เผยวิธีเช็คประกันรถยนต์จากทะเบียนก่อนหมดอายุ 2023

หมดกังวลเรื่อง ประกันรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเล่มกรมธรรม์หาย หรือจำไม่ได้ว่าทำประกันกับบริษัทไหน เพราะรู้หรือไม่ว่าการ เช็คประกันรถยนต์จากทะเบียน สามารถทำได้! วันนี้ ‘ไดเร็ค เอเชีย (DirectAsia)’ ตัวจริงเรื่องประกันรถ ได้นำวิธีที่น่าสนใจมาฝากเหล่าคนขับขี่ทั้งหลายกัน เพียงแค่คุณเป็นบุคคลที่อยู่ในเงื่อนไข มีข้อมูลเลขทะเบียนรถ และมีเอกสารครบ ก็สามารถเช็คประกันรถยนต์ได้แล้ว รีบตรวจสอบก่อนประกันหมดอายุ อย่ารอช้า มาติดตามขั้นตอนและรายละเอียดทั้งหมดไปพร้อมกันเลย

DA_Banner_02

เช็คประกันรถยนต์จากทะเบียน ใครทำได้บ้าง ?

ข้อมูลแรกที่คุณควรรู้ก่อนดำเนินการเช็กประกันด้วยทะเบียนรถยนต์ คือ วิธีนี้ไม่สามารถทำได้ทุกคน โดยผู้ที่สามารถยื่นคำขอตรวจสอบเลขทะเบียนได้ จะต้องเป็นผู้ที่อยู่ภายใต้เงื่อนไขดังต่อไปนี้เท่านั้น

  1. เจ้าของรถ
  2. ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับรถที่เอาประกันเท่านั้น เช่น คู่กรณี บริษัทประกันภัย เจ้าหน้าที่ศาล เจ้าหน้าที่รัฐ เป็นต้น
  3. มีเอกสารมอบอำนาจเป็นลายลักษณ์อักษร เช่น มีหมายศาล หรือได้รับคำสั่งของศาล มีหนังสือ จดหมาย ในส่วนของทนายความและตัวแทนจากบริษัทประกัน จะต้องมีหลักฐานยืนยันว่าเป็นทนายจริง หรือเป็นตัวแทนจากบริษัทประกันจริง รวมถึงต้องมีสำเนาบันทึกประจำวันของสถานีตำรวจที่รับผิดชอบท้องที่เกิดเหตุด้วย

เช็คประกันรถยนต์จากทะเบียน ทำที่ไหน ใช้เอกสารอะไรบ้าง ?

สำหรับบุคคลที่เข้าเกณฑ์สามารถตรวจสอบประกันรถจากเลขทะเบียนรถยนต์ได้ จะต้องเดินทางไปดำเนินการที่ สำนักงานขนส่ง เท่านั้น ไม่สามารถทำผ่านทางออนไลน์โดยเด็ดขาด โดยต้องเตรียมเอกสารใช้ประกอบการตรวจสอบเลขทะเบียน ดังนี้

  1. บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริง พร้อมสำเนาที่ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง
  2. หนังสือรับรองนิติบุคคลฉบับจริง พร้อมสำเนาที่ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มีอำนาจทุกคน
  3. บันทึกประจำวันเกี่ยวกับคดี ที่ออกโดยสถานีตำรวจที่รับผิดชอบท้องที่เกิดเหตุ ทั้งฉบับจริงและสำเนาที่ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง
  4. กรณีเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ หน่วยงานรัฐ หรือบุคคลที่มีอำนาจ ขอตรวจดูหรือขอสำเนาตามกฎหมาย ต้องมีหนังสือนำส่งเรื่องฉบับจริงของหน่วยงานรัฐหน่วยงานนั้นที่ขอตรวจสอบ
  5. กรณีเป็นตัวแทนของบริษัทประกันขอตรวจดูหรือขอสำเนาตามกฎหมาย ต้องมีสำเนาหนังสือแต่งตั้งตัวแทนบริษัทประกันที่ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง
  6. กรณีเป็นทนายความขอตรวจดูหรือขอสำเนาตามกฎหมาย ต้องมีสำเนาใบอนุญาตทนายความ หรือสำเนาใบแต่งทนายที่ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง

ค่าธรรมเนียม เช็คประกันจากทะเบียนรถยนต์

เมื่อเตรียมเอกสารไปยื่นกับทางสำนักงานขนส่งเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตรวจสอบหลักฐาน พิจารณา อนุมัติให้ดำเนินการตรวจสอบประกันจากทะเบียนรถได้ และเข้าสู่ขั้นตอนการชำระค่าธรรมเนียม โดยจะมีค่าใช้จ่ายในการเช็คทะเบียนรถยนต์  ดังนี้

  • ค่าคำขอดำเนินการ 5 บาท/ฉบับ
  • ค่าขอค้นเอกสาร สำหรับรถจักรยานยนต์ 10 บาท/ครั้ง และรถประเภทอื่น 50 บาท/ครั้ง
  • ค่ารับรองสำเนาถูกต้อง 20 บาท/ฉบับ

เช็ค ประกัน รถยนต์ จาก ทะเบียน หมดอายุ

รวมวิธีอื่นในการเช็คประกันรถยนต์

จะเห็นได้ว่าการเช็คประกันรถยนต์ผ่านเลขทะเบียนนั้น ค่อนข้างมีขั้นตอนและต้องใช้เวลาเตรียมเอกสารไม่น้อยเลย เหมาะสำหรับใช้ตรวจสอบกรณีเกิดอุบัติเหตุกับคู่กรณีมากกว่า แต่หากคุณเพียงต้องการเช็คว่าตนเองทำประกันรถยนต์กับบริษัทใด  ไดเร็ค เอเชีย ก็มีช่องทางอื่นในการตรวจสอบประกันรถมาแนะนำ ดังนี้

  1. กรมธรรม์รถยนต์

สามารถตรวจสอบข้อมูลการทำประกันรถยนต์ได้ในเล่มกรมธรรม์ ซึ่งจะระบุข้อมูลที่สำคัญทุกอย่างไว้ แต่หากเล่มกรมธรรม์สูญหาย เจ้าของรถอาจจะต้องดำเนินการขอเล่มกรมธรรม์ใหม่ตามขั้นตอน เล่มรถหาย! ทำอย่างไร เคลมประกันรถได้หรือไม่ หรือเลือกตรวจสอบจากทะเบียนรถตามวิธีข้างต้น

  1. สำนักงาน คปภ.

นอกจากนี้ผู้ขับขี่ยังสามารถตรวจสอบประกันรถยนต์กับทาง คปภ. หรือ  สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ได้อีกด้วย โดยมีเงื่อนไขคือต้องเป็นผู้ที่มีความเกี่ยวข้องกับกรมธรรม์ที่ตรวจสอบเท่านั้น ได้แก่ ผู้เอาประกัน ผู้รับอำนาจ ทายาท ทนายความ เป็นต้น รวมถึงต้องมีเอกสารประกอบการดำเนินการเช็คประกันรถ ดังนี้

  • แบบฟอร์มขอคัด หรือขอตรวจสอบกรมธรรม์ประกันภัย
  • สำเนาบัตรประชาชน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำร้องที่ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง
  • กรณีมอบอำนาจให้ผู้อื่นต้องมีหนังสือมอบอำนาจ หรือสำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบที่ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง
  • สำเนาบันทึกประจำวันเกี่ยวกับคดี
  • สำเนาคู่มือจดทะเบียนรถ
  • กรณีเป็นรถของบริษัท ต้องมี​​หนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท
  • หลักฐานอื่นๆ เช่น หนังสือการเปลี่ยนชื่อ ทะเบียนสมรส เป็นต้น

โดยสามารถติดต่อแจ้งขอตรวจเช็คเลขกรมธรรม์รถยนต์ได้ที่สำนักงาน คปภ. ซึ่งให้บริการในวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 8.30-16.30 น., สายด่วน คปภ. 1186, เว็บไซต์ www.oic.or.th อีเมล [email protected] หรือ Line : @oicconnect

สำหรับทาง Thai Insurers Datanet หรือ TID ได้ยกเลิกการให้บริการตรวจสอบข้อมูล พรบ. และประกันภัยรถยนต์ ตั้งแต่ปี 2564 แล้ว

เรื่องประกันรถยนต์สำคัญไม่ใช่น้อย ไดเร็ค เอเชีย เข้าใจดีกว่าใครและอยากให้คุณได้ขับขี่แบบสบายใจทุกการเดินทาง รีบเช็คกันให้ดีว่าประกันภัยรถยนต์ที่คุณทำไว้ใกล้หมดอายุหรือยัง เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองอย่างต่อเนื่อง

หรือหากผู้ขับขี่สนใจจะเริ่มทำประกันรถยนต์กับ ไดเร็ค เอเชีย เรามีประกันให้คุณเลือกเพียบ นอกจากนี้คุณยังสามารถเลือกปรับเปลี่ยนความคุ้มครองได้ตามสไตล์การขับขี่ของคุณ ไม่ว่าจะเป็น ประกันชั้น 1, ประกันรถยนต์ชั้น 1 เซฟ, ประกันรถยนต์ 2+, ประกันรถยนต์ 3+, ประกันชั้น 2, และ ประกันชั้น 3 แถม ผ่อนสบาย ๆ 0% นาน 10 เดือน ไม่มีบัตรก็ผ่อนได้ ซื้อวันนี้ฟรี บัตรเติมน้ำมันมูลค่าสูงสุด 3,000 บาท ด่วนจำนวนจำกัด!

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

DirectAsia ประกันรถยนต์

บทความที่เกี่ยวข้อง

สอบถามข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้าน ประกันรถยนต์ โทรฯ 02 767 7777 หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมพร้อม เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ ทั้ง ประกันชั้น 1, ประกันรถยนต์ชั้น 1 เซฟ, ประกันรถยนต์ 2+, ประกันรถยนต์ 3+, ประกันชั้น 2, และ ประกันชั้น 3 คลิก https://www.directasia.co.th/

DA_Banner_04

เช็คสิทธิประกันสังคมออนไลน์ด้วยเลขบัตรประชาชน

เช็คสิทธิประกันสังคมออนไลน์ด้วยเลขบัตรประชาชน

พนักงานประจำมักรู้กันอยู่แล้วว่าเงินเดือนแต่ละเดือน จะต้องแบ่งจ่ายค่าประกันสังคมในบางส่วน เพื่อรับความคุ้มครอง และสิทธิประโยชน์จากรัฐบาลในวัยเกษียณ แต่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าประกันสังคมนั้นให้สิทธิประโยชน์อะไรบ้าง และสามารถ เช็คสิทธิประกันสังคม ได้อย่างไร

DirectAsia รวบรวมสิทธิประโยชน์ของประกันสังคม พร้อมวิธีเช็คสิทธิ์ผ่านทางออนไลน์ ง่าย และทำได้ด้วยตนเอง มาอ่านกัน

วิธีเช็คสิทธิประกันสังคมด้วยเลขบัตรประชาชนออนไลน์

สำหรับคนที่สามารถสมัครเป็นผู้ประกันตน และใช้สิทธิประกันสังคมได้นั้นต้องเป็นบุคคล 3 กลุ่ม ได้แก่ พนักงานบริษัทเอกชนทั่วไป (ผู้ประกันตน มาตรา 33) บุคคลที่เคยทำงานอยู่ในบริษัทเอกชนในมาตรา 33 มาก่อน แล้วลาออก (ผู้ประกันตน มาตรา 39) และบุคคลที่ประกอบอาชีพอิสระ (ฟรีแลนซ์) หรือแรงงานนอกระบบ (ผู้ประกันตน มาตรา 40)

โดยคุณสามารถเข้าไปเช็คสิทธิประกันสังคมออนไลน์ได้ด้วยเลขบัตรประชาชนที่เว็บไซต์ของสำนักงานประกันสังคมหรือ www.sso.go.th จากนั้นทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

1. เข้าเว็บไซต์ www.sso.go.th คลิกที่ “สมัครสมาชิก”

วิธีเช็คสิทธิประกันสังคมออนไลน์ด้วยเลขบัตรประชาชน

2. เลือกยอมรับข้อตกลงการให้บริการแล้วกดปุ่มถัดไป

วิธีเช็คสิทธิประกันสังคมออนไลน์ด้วยเลขบัตรประชาชน

3. กรอกข้อมูลส่วนตัว จากนั้นกดถัดไป

วิธีเช็คสิทธิประกันสังคมออนไลน์ด้วยเลขบัตรประชาชน

4. คลิกที่ “คลิกที่นี่ เพื่อขอรับรหัส OTP” และนำตัวเลขที่ได้จาก SMS มาใส่ในช่องรหัส จากนั้นกดปุ่มยืนยัน

วิธีเช็คสิทธิประกันสังคมออนไลน์ด้วยเลขบัตรประชาชน

5. เมื่อลงทะเบียนเสร็จสิ้น จากนั้นให้กลับไปที่หน้า “เข้าสู่ระบบ” โดยให้ใส่รหัสที่สมัครไป

วิธีเช็คสิทธิประกันสังคมออนไลน์ด้วยเลขบัตรประชาชน

6. คลิกที่ “ผู้ประกันตน”

วิธีเช็คสิทธิประกันสังคมออนไลน์ด้วยเลขบัตรประชาชน

7. ระบบจะขึ้นข้อมูลของผู้ประกันตน เพียงเท่านี้ก็สามารถตรวจสอบสิทธิประโยชน์ของประกันสังคมได้แล้ว

สิทธิประกันสังคมใช้ยังไง ให้สิทธิ์อะไร ตอนไหนบ้าง

1.ค่ารักษาพยาบาล

คุณจะได้รับสิทธิรักษาฟรีในโรงพยาบาลที่ระบุไว้ในบัตร โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ เว้นแต่กรณีที่คุณไปเข้าโรงพยาบาลใกล้เคียง จะต้องสำรองจ่ายก่อนแล้วมาเบิกทีหลัง สำหรับผู้ป่วยใน (IPD) สามารถเบิกได้ตามที่จ่ายจริง โดยค่าห้อง และค่าอาหารที่โรงพยาบาลรัฐฯ เบิกได้ไม่เกินวันละ 700 บาท ในส่วนของโรงพยาบาลเอกชน สามารถเบิกได้ไม่เกินวันละ 2,000 บาท (ICU 4,500) ทั้งนี้ คุณสามารถเช็คสิทธิประกันสังคมว่า มีรายชื่ออยู่โรงพยาบาลไหนผ่านเว็บ www.sso.go.th ได้เช่นเดียวกัน

นอกจากนั้น ผู้ประกันตน มาตรา 33 มาตรา 39 และมาตรา 40 ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงตามนิยามต่อไปนี้ยังสามารถรับบริการตรวจโควิดฟรี โดยใช้สิทธิประกันสังคมอีกด้วย

  • ผู้สงสัยติดเชื้อโควิด-19 ที่มีอาการอย่างน้อยหนึ่งอาการ ได้แก่ มีไข้ อุณหภูมิตั้งแต่ 37.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป, ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ, จมูกไม่ได้กลิ่น, ลิ้นไม่รับรส, หายใจเร็ว หายใจเหนื่อย หรือหายใจลำบาก
  • มีประวัติเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด-19 อย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น สัมผัสกับผู้ป่วยยืนยันโควิด-19 ในช่วง 14 วันก่อนมีอาการป่วย, ไปในสถานที่ชุมชนที่มีรายงานผู้ป่วยยืนยันโควิด-19 หรืออยู่ประเทศหรือพื้นที่ที่มีรายงานผู้ป่วยโควิด-19 ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา รวมทั้งปฏิบัติงานในสถานกักกันโรค
  • แพทย์ผู้ตรวจรักษาสงสัยว่าเป็นติดเชื้อโควิด-19 ตามดุลพินิจของแพทย์

โรคและบริการที่ไม่มีสิทธิได้รับบริการทางการแพทย์  (กลุ่ม 13 โรคยกเว้น)

  1. โรคหรือการประสบอันตรายอันเนื่องจากการใช้สารเสพเสพติดตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติด
  2. การบำบัดทดแทนไต กรณีไตวายเรื้อรัง ยกเว้น กรณีเจ็บป่วยด้วยโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย ให้มีสิทธิได้รับบริการทางการแพทย์โดยการบำบัดทดแทนไต ด้วยวิธีการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม , ด้วยวิธีการล้างช่องท้องด้วยน้ำยาอย่างถาวร และด้วยวิธีการปลูกถ่ายไต ตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขและอัตราที่กำหนด
  3. การกระทำใด ๆ เพื่อความสวยงามโดยไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์
  4. การรักษาที่ยังอยู่ในระหว่างการค้นคว้าทดลอง
  5. การรักษาภาวะมีบุตรยาก
  6. การตรวจเนื้อเยื่อเพื่อการผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะ
  7. การตรวจใด ๆ ที่เกินกว่าความจำเป็นในการรักษาโรคนั้น
  8. การผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะ
  9. การเปลี่ยนเพศ
  10. การผสมเทียม
  11. การบริการระหว่างรักษาตัวแบบพักฟื้น
  12. ทันตกรรม ยกเว้น การถอนฟัน การอุดฟัน การขูดหินปูนและผ่าฟันคุด ให้ผู้ประกันตนมีสิทธิได้รับค่าบริการทางการแพทย์เท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็น แต่ไม่เกิน 900 บาทต่อปี กรณีใส่ฟันเทียมชนิดถอดได้มีสิทธิได้รับค่าบริการทางการแพทย์เท่าที่จ่าย จริงไม่เกิน 1,300 – 4,400 บาท ภายในระยะเวลา 5 ปี
  13. แว่นตา

2. ค่าทำฟัน ค่าทันตกรรม

คุณสามารถใช้สิทธิทำฟัน เช่น ฟันผุ อุดฟัน ขูดหินปูนได้ 900 บาท/ครั้ง/ปี

3. รับเงินเยียวยากรณีทุพพลภาพ

กรณีผู้ประกันตนทุพพลภาพรุนแรง จะได้รับเงินชดเชยในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างเป็นรายเดือน ตลอดชีวิต และกรณีทุพพลภาพไม่รุนแรง ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ตามหลักเกณฑ์และระยะเวลาตามประกาศกำหนด ทั้งนี้มีเงื่อนไขการรับสิทธิ์ โดยคุณจะต้องจ่ายเงินสมทบให้ครบ 3 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือน ก่อนทุพพลภาพด้วย

DA_Banner_02

4. รับเงินเยียวยาเมื่อเสียชีวิต

คุณจะได้รับเงินค่าทำศพ 50,000 บาท โดยรัฐจะจ่ายให้แก่ผู้จัดการศพ หรือผู้จัดการศพ และยังได้รับเงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิตด้วย ซึ่งมีเงื่อนไขการรับสิทธินี้คือ ก่อนผู้ประกันตนเสียชีวิต จะต้องส่งเงินสมทบมาแล้วตั้งแต่ 36 – 120 เดือน โดยจ่ายเงินสงเคราะห์เป็นจำนวนเท่ากับค่าจ้างเฉลี่ย 2 เดือน

หากก่อนเสียชีวิตผู้ประกันตนได้ส่งเงินสมทบมาแล้วตั้งแต่ 120 เดือนขึ้นไป จะได้รับเงินสงเคราะห์เท่ากับค่าจ้างเฉลี่ย 6 เดือน โดยจ่ายให้ทายาทผู้มีสิทธิ

5. ค่าคลอดบุตร ค่าฝากครรภ์

คุณสามารถเบิกค่าคลอดบุตรได้ 15,000 บาท/การคลอดบุตร 1 ครั้ง ไม่จำกัดจำนวนครั้ง โดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 เดือน ภายใน 15 เดือนก่อนเดือนคลอดบุตร ทั้งนี้คุณจะได้รับเงินสงเคราะห์จากการลาคลอด เหมาจ่ายในอัตราร้อยละ 50 ของเงินเดือนเป็นระยะเวลา 90 วัน สำหรับการใช้สิทธิ์บุตรคนที่ 3 จะไม่ได้รับเงินสงเคราะห์การหยุดงาน

นอกจากนั้น คุณยังสามารถเบิกค่าฝากครรภ์ได้สูงสุด 1,500 บาท โดยแบ่งจ่าย 5 ครั้ง ตามจำนวนการฝากครรภ์คุณภาพที่ใช้การฝากครรภ์ที่ไม่มีภาวะเสี่ยง โดยสามารถเลือกใช้สิทธิประกันสังคมได้ทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง แต่จะสามารถเลือกใช้สิทธิได้แค่คนเดียว ไม่สามารถใช้สิทธิซ้ำได้

6. ค่าเทอมบุตร

คุณจะได้รับเงินสงเคราะห์บุตรแบบเหมาจ่ายเดือนละ 800 บาท ตั้งแต่บุตรอายุแรกเกิดจนถึง 6 ปีบริบูรณ์ (สูงสุด 3 คน/ครั้ง)และจะต้องเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่รวมบุตรบุญธรรมหรือบุตรที่ยกให้เป็นบุตรบุญธรรมของคนอื่น ทั้งนี้มีเงื่อนไขการรับสิทธิ์ โดยคุณจะต้องจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน

7. รับเงินเยียวยากรณีลาออกจากงาน ตกงาน

สำหรับผู้ประกันตนที่จ่ายเงินสมทบมาแล้ว 6 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือน ก่อนการว่างงาน มีระยะเวลาว่างงานตั้งแต่ 8 วันขึ้นไป และไม่ถูกเลิกจ้างในกรณีทุจริตต่อหน้าที่หรือจงใจให้นายจ้างได้รับความเสียหาย จะได้รับเงินชดเชย 50% ของเงินเดือน (สูงสุดไม่เกิน 180 วัน คำนวณจากฐานเงินเดือน 15,000 บาท) และกรณีลาออกหรือสิ้นสุดสัญญาจ้างงาน ได้รับเงินชดเชย 30% ของเงินเดือน (สูงสุดไม่เกิน 90 วันคำนวณจากฐานเงินเดือน 15,000 บาท)

8. รับเงินบำนาญกรณีเกษียณ

กรณีบำนาญชราภาพ มีเงื่อนไขการรับสิทธิ์ดังนี้

  • จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 180 เดือน (ไม่ต้องจ่าย 180 เดือนติดต่อกัน) มีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ และความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง
  • สิทธิประโยชน์
  • ถ้าจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 180 เดือนจะได้รับเงินบำนาญชราภาพเป็นรายเดือน ในอัตราร้อยละ 20 ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย (ประมาณ 3,000  ต่อเดือน)
  • ถ้าจ่ายเงินสมทบเกิน 180 เดือนจะได้รับการปรับเพิ่มบำนาญชราภาพอีกร้อยละ 5 สำหรับระยะเวลาที่จ่ายเงินสมทบเกิน 180 เดือนทุกๆ 12 เดือนที่จ่ายเงินสมทบเกิน 180 เดือนนั้น

กรณีบำเหน็จชราภาพ มีเงื่อนไขการรับสิทธิ์คือ จะต้องจ่ายเงินสมทบไม่ครบ 180 เดือน มีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ หรือเป็นผู้ทุพพลภาพ หรือถึงแก่ความตาย ความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง

ผู้ประกันตนทั้งบำนาญชราภาพ และบำเหน็จชราภาพจะได้รับสิทธิ์ ดังนี้

  • กรณีจ่ายเงินสมทบต่ำกว่า 12 เดือน จะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพเท่ากับจำนวนเงินสมทบที่ผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบ
  • กรณีจ่ายเงินสมทบตั้งแต่ 12 เดือนขึ้นไป จะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพเท่ากับจำนวนเงินสมทบที่ผู้ประกันตนและนายจ้างจ่ายสมทบ พร้อมทั้งผลประโยชน์ตอบแทนที่สำนักงานประกันสังคมประกาศกำหนด
  • กรณีผู้รับเงินบำนาญชราภาพถึงแก่ความตายภายใน 60 เดือนนับตั้งแต่ได้สิทธิบำนาญชราภาพ จะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพจำนวน 10 เท่าของเงินบำนาญชราภาพรายเดือนที่ได้รับเดือนสุดท้ายก่อนเสียชีวิต

แต่ละบาทที่คุณได้แบ่งจ่ายสมทบเข้าประกันสังคม เท่ากับว่าเป็นหลักประกันให้กับชีวิตคุณ เพื่อป้องกันกรณีเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ก็ยังมีประกันสังคมเป็นเครื่องการันตีการเข้าถึงสิทธิพื้นฐาน โดยมีค่าใช้จ่ายใด ๆ

DA_Banner_04

ทั้งนี้ทั้งนั้น นอกจากประกันสังคมแล้ว คุณควรป้องกันความเสี่ยงต่อทรัพย์สิน โดยเฉพาะของที่มีมูลค่าสูงอย่างรถยนต์ คุณควรทำประกันรถ เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอุบัติเหตุทั้งคนและรถ DirectAsia แนะนำ ประกันรถยนต์ชั้น 1, ชั้น 1 เซฟ และชั้น 2+ ให้ผ่อน 0%* 10 เดือน ฟรี! บัตรเติมน้ำมัน และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. โทรตอนนี้เพื่อรับโปรสุดพิเศษที่เบอร์ 02-767-7777 หรือดูโปรโมชันเพิ่มเติมได้ที่ https://www.directasia.co.th/promotion/

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

บทความที่เกี่ยวข้อง

สอบถามข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้านการประกันภัยรถยนต์ โทรฯ 02-767-7777 หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมคลิก https://www.directasia.co.th/

เช็ค พรบ รถยนต์ หมดอายุหรือไม่ ต่อ พรบ ออนไลน์ได้หรือเปล่า

เช็ค พรบ รถยนต์ หมดอายุหรือไม่ ต่อ พรบ ออนไลน์ได้หรือเปล่า

ในแต่ละวันคุณอาจมีเรื่องที่ต้องทำมากมายจนลืมเรื่องสำคัญเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างการต่อประกันภัย พรบ ที่จะต้องทำทุกปี หลายคนอาจลืมและขาดต่อประกันไป บล็อกนี้ พี่กู๊ดจึงอยากบอกวิธีการตรวจสอบวันหมดอายุพร้อมกับช่องทางการติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อต่อประกันภัย พรบ มาอ่านกันเลยครับ

DirectAsia ประกันรถยนต์

เช็ค พรบ หมดอายุอย่างไร ?

อย่างที่ทราบกันดีว่าประกันภัย พรบ มีอายุความคุ้มครอง 1 ปี เจ้าของรถจึงจำเป็นที่จะต้องควรตรวจสอบว่ารถของคุณยังได้รับความคุ้มครองตามประกัน พรบ อยู่หรือไม่ และหากใกล้ถึงวันสิ้นสุดความคุ้มครองแล้ว แนะนำให้รีบติดต่อบริษัทผู้รับประกันภัยเพื่อต่ออายุประกันภัยครับ ไม่เช่นนั้นอาจถูกปรับไม่เกิน 10,000 บาท ซึ่ง พรบ รถยนต์จะไม่สามารถซื้อย้อนหลังได้ แต่สามารถซื้อความคุ้มครองล่วงหน้าได้ไม่เกิน 90 วันครับ หากคุณต้องการตรวจสอบวันสิ้นอายุ พรบ สามารถทำได้ 3 วิธี ดังนี้

1. เช็ค พรบ รถยนต์ด้วยตัวเอง

เป็นวิธีที่ง่ายที่สุด เพราะคุณสามารถตรวจสอบได้ทันที เพียงดูวันหมดอายุที่หน้ากรมธรรม์ประกัน พรบ ดังตัวอย่างรูปด้านล่าง โดยกรมธรรม์จะระบุวันที่เริ่มคุ้มครองและวันสุดสิ้นความคุ้มครองไว้ชัดเจน

พรบ รถยนต์

ตัวอย่าง พรบ รถยนต์

2. เช็ค พรบ รถยนต์กับบริษัทประกันรถยนต์

กรณีที่คุณทำใบกรมธรรม์ พรบ สูญหาย หรือเก็บไว้อย่างมิดชิดจนลืมว่าอยู่ที่ไหน ไม่ต้องตกใจไปครับ ให้โทรสอบถามกับบริษัทประกันรถยนต์ที่ดูแลกรมธรรม์ให้คุณ แจ้งเลขทะเบียนรถยนต์ หรือรายละเอียดอื่น ๆ ให้กับเจ้าหน้าที่ แค่นี้ก็สามารถรู้ได้แล้วครับ

สำหรับผู้ที่ทำประกันรถยนต์ภาคสมัครใจไว้ ไม่ว่าจะ ประกันรถยนต์ชั้น 1, ประกันชั้น 1 พิเศษ, ประกันรถยนต์ 2+, ประกันชั้น 2, ประกันรถยนต์ 3+ และประกันชั้น 3 เมื่อถึงเวลากรมธรรม์ใกล้หมดอายุ เจ้าหน้าที่จากบริษัทประกันภัย จะโทรแจ้งคุณล่วงหน้าครับ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเจ้าหน้าที่ก็จะแนะนำให้ต่อประกันภัย พรบ ไปพร้อมกันกับประกันภัยภาคสมัครใจด้วยเลย ซึ่งสะดวก และไม่ต้องคอยตรวจสอบวันหมดอายุเองอีกด้วยครับ

DirectAsia ประกันรถยนต์

3. เช็ค พรบ รถยนต์กับสำนักงาน คปภ.

กรณีที่คุณทำประกันภัย พรบ หาย แถมยังจำไม่ได้ว่าทำประกันไว้กับบริษัทใด หรือคุณซื้อรถยนต์มือสองมา แต่ลืมสอบถามเจ้าของรถคนเก่าว่ามีความคุ้มครองตามประกันภัย พรบ หรือไม่ สามารถโทรสอบถามความคุ้มครองของรถดังกล่าวได้ที่สำนักงาน คปภ. สายด่วนโทร 1186 กด 2 โดยให้แจ้งข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับตัวรถ จากนั้นเจ้าหน้าที่จะช่วยตรวจสอบให้ครับ

ต่อ พรบ รถยนต์ กับต่อภาษีรถยนต์เหมือนกันไหม ?

ผู้ขับขี่บางคนยังเข้าใจผิด และมักค้นหาการติดพรบหน้ารถ หรือ ที่ติดพรบหน้ารถ แท้จริงแล้วป้าย พรบ ไม่ต้องติดหน้ารถ แต่เป็นป้ายภาษีรถ หรือเรียกอีกอย่างว่าป้ายวงกลมต่างหากที่ต้องติด ซึ่งเป็นเอกสารที่ออกโดยกรมขนส่งทางบก จะได้รับหลังจากต่อ พรบ พร้อมชำระภาษีรถยนต์ประจำปีเรียบร้อยแล้ว และผู้ขับขี่จำเป็นต้องแสดงป้ายภาษีโดยแปะไว้หน้ากระจกรถยนต์ด้วย

พรบรถยนต์และป้ายภาษีรถยนต์

ตัวอย่าง พรบ รถยนต์และป้ายภาษีรถยนต์

นอกจาก พรบ รถยนต์และป้ายภาษีรถยนต์จะมีความแตกต่างกันอย่างที่พี่กู๊ดได้นำเสนอไปข้างต้นแล้ว คุณยังต้องคอยตรวจสอบป้ายภาษีรถยนต์อีกด้วยว่าหมดอายุเมื่อไหร่ เพราะ พรบ รถยนต์กับป้ายภาษีนั้นไม่ได้หมดอายุวันเดียวกันนะครับ วิธีการตรวจสอบป้ายภาษีรถยนต์ดูได้จากวันสิ้นอายุที่ระบุ วันที่ เดือน และปี พ.ศ.ตัวใหญ่ ๆ หน้าแผ่นป้าย

เมื่อรู้วันหมดอายุแล้วอย่าลืมไปต่อภาษีรถยนต์กันนะครับ เพราะหากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าคุณไม่มีป้ายภาษีจะมีโทษปรับ 400-1,000 บาท และใครขาดต่อภาษีรถยนต์ติดต่อกัน 3 ปี รถยนต์ของคุณจะถูกระงับทะเบียน และต้องนำรถไปจดทะเบียนภาษีรถยนต์ใหม่ พร้อมคืนป้ายภาษีเก่า หลักจากนั้นคุณต้องไปชำระค่าภาษีย้อนหลังอีกด้วย

ต่อ พรบ รถยนต์ ไม่ทำได้ไหม ?

ความจริงแล้ว พรบ คือการประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ ซึ่งกฎหมายบังคับให้ยานพาหนะทางบกทุกประเภทที่จดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก จำเป็นต้องทำประกันภัยประเภทนี้เพื่อรับความคุ้มครองกับตัวบุคคลกรณีที่ได้รับอุบัติเหตุ โดยไม่คำนึงว่าบุคคลนั้นที่ได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุ จะเป็นผู้ที่กระทำความผิดหรือไม่

ง่าย ๆ ก็คือคุ้มครองคุณทันทีเมื่อคุณบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ต่อให้คุณไม่ได้เป็นฝ่ายผิดก็คุ้มครองครับ ดังนั้น ตอบได้เลยว่าประกันภัย พรบ มีความจำเป็น และต้องทำเป็นอย่างยิ่ง พี่กู๊ดว่าเป็นสิทธิ์ของผู้ขับขี่ที่ควรได้รับเบื้องต้นที่ดีมาก ๆ เลย ดังนั้นใครขี้ลืมหรือกังวลว่ากลัวจะต่อไม่ทัน คุณสามารถติดต่อบริษัทประกันรถยนต์เพื่อต่อภาษีก่อนหมดอายุได้ล่วงหน้าไม่เกิน 3 เดือนได้เลย ส่วนความคุ้มครองจะมากน้อยแค่ไหน และคุ้มครองอะไรบ้าง มาดูกันครับ

DirectAsia ประกันรถยนต์

พรบ รถยนต์ คุ้มครองอะไรบ้าง ?

  • คุ้มครองค่าเสียหายเบื้องต้น

    ผู้ประสบภัย ไม่ว่าจะเป็น ผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร หรือคนเดินเท้า จะได้รับความคุ้มครอง เป็นค่ารักษาพยาบาลในกรณีบาดเจ็บ และค่าปลงศพในกรณีเสียชีวิต โดยไม่ต้องพิสูจน์ความผิด ซึ่งบริษัทประกันจะชดใช้ให้แก่ผู้ประสบภัย หรือทายาทโดยธรรมของผู้ประสบภัย ภายใน 7 วัน นับตั้งแต่บริษัทได้รับคำร้องขอ เป็นจำนวนเงินดังนี้

    1. ค่ารักษาพยาบาล และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการรักษาพยาบาลตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 30,000 บาท/คน
    2. กรณีผู้ประสบภัยสูญเสียอวัยวะ หรือเสียชีวิต จะได้รับค่าชดเชยจำนวน 35,000 บาท/คน
    3. กรณีผู้ประสบภัยได้รับบาดเจ็บ และต่อมาได้สูญเสียอวัยวะ จะได้รับค่าชดเชยรวมกันแล้วไม่เกิน 65,000 บาท/คน
    4. กรณีผู้ประสบภัยเสียชีวิตหลังจากเข้ารักษาพยาบาล จะได้รับค่าชดเชยไม่เกิน 65,000 บาท/คน
  • คุ้มครองค่าสินไหมทดแทน

    เป็นค่าเสียหายที่นอกเหนือจากค่าเสียหายเบื้องต้น โดยบริษัทประกันจะจ่ายค่าสินไหมทดแทน ในกรณีผู้ประสบภัยได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นฝ่ายถูก จะได้รับค่าสินไหมทดแทนเป็นจำนวนเงินดังนี้

    1. ค่ารักษาพยาบาลและค่าเสียหายอย่างอื่นที่ผู้ประสบภัย สามารถเรียกร้องได้ไม่เกิน 80,000 บาท/คน
    2. สูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพอย่างถาวร บริษัทประกันจะจ่ายค่าสินไหมทดแทน 200,000 – 500,000 บาท/คน
    3. กรณีเสียชีวิต บริษัทประกันจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทน 500,000 บาท/คน
    4. ในกรณีที่เข้ารับการรักษา ณ สถานพยาบาลในฐานะผู้ป่วยใน บริษัทจะจ่ายค่าชดเชยรายวัน วันละ 200 บาท จำนวนรวมกันไม่เกิน 20 วัน

ต่อ พรบ ออนไลน์ ทำอย่างไร

คุณสามารถซื้อประกัน พรบ เพียงอย่างเดียว หรือซื้อแพคคู่กับประกันภาคสมัครใจที่สนใจได้ เพียงโทร 02-767-7777 หรือ ซื้อประกันรถยนต์ผ่าน https://www.directasia.co.th อยู่ที่ไหนก็ซื้อประกัน พรบ ได้ 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องเดินทาง สะดวกสุด ๆ ด้วยขั้นตอนที่ง่าย พร้อมให้คุณเช็คเบี้ยประกันรถยนต์และชำระเบี้ยผ่านเว็บไซต์ได้ทันที

บทความที่เกี่ยวข้อง

DirectAsia ประกันรถยนต์

 

เลือกซื้อประกันรถยนต์กับใครดีที่สุด ?

เลือกซื้อประกันรถยนต์กับใครดีที่สุด ?

คำถามที่คุณมักเซิร์ชหาข้อมูลจาก Google “ซื้อประกันรถยนต์ที่ไหนดี, อู่ในเครือของบริษัทประกันดีหรือไม่, เปรียบเทียบประกันรถยนต์ หรือต่อประกันรถยนต์กับใครดี” เป็นคำถามที่มักเกิดขึ้นในใจก่อนจะซื้อประกันรถยนต์ เพราะคุณทราบว่าบนโลกใบนี้มีบริษัทประกันรถยนต์มากมาย แต่คุณไม่ทราบว่าสิ่งที่คุณตัดสินใจ ดีที่สุดแล้วหรือยัง ลองดูข้อมูลของไดเร็ค เอเชีย เผื่อคุณอาจจะเริ่มมีคำตอบในใจขึ้นมาบ้าง

เลือกซื้อประกันกับผู้เชี่ยวชาญด้านประกันรถยนต์ดีที่สุด

ซึ่งในหลาย ๆ เว็บไซต์ อาจจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทประกันเพียงผิวเผิน เช่นให้ข้อมูลด้านราคา เรื่องผ่อนประกันรถยนต์ 0% หรือแม้แต่เปรียบเทียบเรื่องความคุ้มครอง แต่คุณอย่าลืมให้ความสำคัญกับมาตรฐานด้านบริการของบริษัทหรือโบรกเกอร์ประกันรถยนต์ และผลประโยชน์อื่น ๆ ที่บริษัทฯตั้งใจจะมอบให้

ไดเร็ค เอเชีย ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันรถยนต์ยาวนานกว่า 8 ปี

• เชี่ยวชาญเฉพาะทาง แนะนำได้ตรงจุดกว่า

ไดเร็ค เอเชีย เป็นโบรกเกอร์ที่ให้บริการด้านประกันรถยนต์โดยเฉพาะ ทั้งผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับรถยนต์ ทั้งบริการที่คิดค้นมาเพื่อผู้ขับขี่โดยตรง เป็นเรื่องที่ไดเร็ค เอเชียถนัดมากที่สุด ทำให้พนักงานเก่งเฉพาะทางในหลากหลายด้าน เช่น การเคลมประกันรถยนต์ การให้บริการ หรือการแนะนำแผนประกันที่เหมาะสม เพื่อให้ตรงตามความต้องการของลูกค้าที่สุด

• เชี่ยวชาญกว่า คู่ค้าเยอะกว่า

ไดเร็ค เอเชีย รู้ว่าลูกค้าแต่ละคนมีพฤติกรรมที่ต่างกัน และความต้องการที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย จึงจำเป็นที่จะต้องคัดเลือกคู่ค้าหรือพันธมิตร ทั้งในด้านโปรโมชันเพื่อให้ลูกค้าได้ประโยชน์มากที่สุด รวมถึงเครือข่ายอู่ซ่อมที่ได้มาตรฐาน ที่ลูกค้าสามารถนำรถเข้าซ่อมสะดวกในทุก ๆ ที่

• พัฒนาแผนประกันที่ตรงความต้องการลูกค้ามากกว่า

ไดเร็ค เอเชียมีผู้เชี่ยวชาญคอยศึกษาและคิดค้นแผนความคุ้มครองที่เหมาะสมกับผู้ใช้จริง อีกทั้งยังออกแบบ แผนประกันที่ทันสมัย ความเชี่ยวชาญด้านประกันรถยนต์นี้เอง ทำให้ลูกค้าสามารถเลือกผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความคุ้มครองแต่ละบุคคลได้ตรงจุดในราคาที่ดีที่สุด

• ทันสมัย เพื่อประสบการณ์ที่สะดวกรวดเร็วกว่า

ทีมงานของ ไดเร็ค เอเชีย มีการพัฒนาระบบการทำงานบนหน้าเว็บไซต์ และเรียนรู้เครื่องมือใหม่ ๆ อยู่เสมอ ทำให้ลูกค้าสามารถเช็คเบี้ยประกันรถยนต์ได้อย่างแม่นยำและรวดเร็วที่สุด บนระบบที่มีความปลอดภัยสูง

บทความที่เกี่ยวข้อง

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องประกันรถยนต์พร้อมเช็คราคา ประกันรถยนต์ชั้น 1, ประกันรถยนต์ 2+, ประกันรถยนต์ 3+, ประกันชั้น 2, และประกันชั้น3 คลิกเว็บไซต์ https://www.directasia.co.th หรือสอบถามข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้านการประกันภัยรถยนต์ โทร 02-767-7777

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

ซื้อประกันรถยนต์ออนไลน์อย่างไร ให้ประหยัด?

ซื้อประกันรถยนต์ออนไลน์อย่างไร ให้ประหยัด?

ในการเลือกทำประกันรถยนต์แบบออนไลน์ คุณสามารถเลือกที่จะปรับแต่งกรมธรรม์ให้ประหยัดได้อีก เช่น การเลือกซ่อม แผนการประกันภัย การประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล และค่ารักษาพยาบาล ที่ ไดเร็ค เอเชีย เราให้คุณเลือกความคุ้มครองเท่าที่จำเป็น โดยไม่บังคับซื้อ ทำให้คุณไม่ต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันในราคาสูง

DA_Banner_02

ซื้อประกันรถยนต์ออนไลน์ ประหยัดเงินเพิ่มขึ้นแค่ทำ 5 ข้อ

คลิก เพื่อซื้อประกันรถยนต์ออนไลน์ และทำตาม 5 ขั้นตอนนี้ได้เลย!

1. เลือกจ่ายค่าเสียหายส่วนแรก

แนะนำวิธีนี้สำหรับผู้ขับขี่รถยนต์ที่มีความปลอดภัย ชำนาญในเส้นทาง และชำนาญการขับรถ มั่นใจว่าขับขี่ปลอดภัย หรือเป็นผู้ที่ไม่ค่อยได้ใช้รถ ถือเป็นการเลือกจ่ายเบี้ยประกันรถให้ถูกลงที่ปฏิบัติกันได้ไม่ยาก

2. เลือกระบุชื่อผู้ขับขี่

การทำ ประกันรถยนต์แบบระบุชื่อผู้ขับขี่ จะได้เบี้ยประกันรถยนต์ในราคาที่ถูกกว่าแบบไม่ระบุชื่อ โดยคุณสามารถเลือกระบุชื่อผู้ขับขี่ได้มากสุด 2 คน ควรระบุชื่อผู้ขับขี่ทุกคนที่อาจขับรถยนต์ของคุณ หรือหากคุณขับขี่เพียงคนเดียว ก็ให้ระบุเพียงคนเดียวได้

3. ไม่เลือกคุ้มครองส่วนตกแต่ง

สำหรับผู้ที่ติดตั้งอุปกรณ์ตกแต่งรถมาก่อนทำประกันภัยรถยนต์ เช่น ติดสปอยเลอร์ เปลี่ยนล้อแม็กใหม่ หรือติดตั้งแก๊ส เป็นต้น ทางบริษัทประกันภัยจะตรวจสภาพรถยนต์ รวมถึงประเมินราคาชุดอุปกรณ์ที่แต่งเพิ่มเติม เพื่อคำนวณออกมาเป็นเบี้ยประกันรายปีให้ ดังนั้นเบี้ยประกันจะแพงหรือถูก จึงขึ้นอยู่กับชุดอุปกรณ์ตกแต่งที่ติดตั้งบนรถด้วย หากไม่อยากให้เบี้ยประกันรายปีแพง ก็สามารถไม่คุ้มครองส่วนตกแต่งที่เพิ่มเติมนั้นได้

4. รถเก่า แนะนำให้เลือกประกันรถยนต์ชั้น 2+ หรือ 3+

ในกรณีที่ผู้ขับขี่มีประสบการณ์ขับรถมาพอสมควร หรือมีความชำนาญในการขับรถแล้ว แนะนำให้ทำประกันรถชั้น 2+ คุณจะได้รับความคุ้มครอง และเบี้ยประกันในราคาที่เหมาะสม ไม่เกินความจำเป็น

5.ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้ได้ประกันรถยนต์ที่ตรงใจมากที่สุด

ในขั้นตอนการทำประกันรถยนต์นั้น มีรายละเอียด และข้อมูลต่าง ๆ ที่ต้องทำความเข้าใจอยู่มาก หากคุณได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการทำประกันรถยนต์ให้ประหยัด อาจได้ประกันที่ตรงใจกว่า และประหยัดเบี้ยประกันมากกว่า

ประกันรถยนต์ ไดเร็ค เอเชีย มีส่วนลดให้แก่ผู้ที่ขับขี่ดี เพื่อสร้างสังคมที่ดีบนท้องถนน ทั้งประกันรถยนต์ชั้น 1ประกันรถยนต์ 2+ประกันชั้น 2,ประกันรถยนต์ 3+, และ ประกันชั้น 3 หรือ สอบถามผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม โทร. 02-767-7777 เพื่อรับเบี้ยประกันรถยนต์ที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

DA_Banner_04

บทความยอดนิยม