รถลุยน้ำท่วมควรดูแลอย่างไร วิธีดูแลหลังขับรถลุยน้ำ

รถลุยน้ำท่วมควรดูแลอย่างไร วิธีดูแลหลังขับรถลุยน้ำ

ภัยน้ำท่วม ถือเป็นศัตรูตัวฉกาจของรถยนต์อีกอย่างหนึ่งเลยก็ว่าได้ และเชื่อว่าไม่มีผู้ขับขี่คนใดอยากขับรถลุยน้ำอย่างแน่นอน นอกเสียจากเลี่ยงไม่ได้ และจำเป็นต้องขับรถลุยน้ำอย่างระมัดระวัง แต่เมื่อผ่านพ้นสถานการณ์วิกฤตไปได้ คุณควรตรวจสอบความเสียหายต่าง ๆ ที่อาจเกิดจากการขับรถลุยน้ำด้วย ซึ่งพี่กู้ดมีข้อควรปฏิบัติมาฝาก คุณสามารถตรวจสอบได้ทั้งขณะขับขี่ และเมื่อจอดรถ ดังนี้

ตรวจสอบสภาพหลังการขับรถลุยน้ำท่วม

  • ตรวจสภาพห้องโดยสารหลังรถลุยน้ำ

สิ่งแรกที่ผู้ขับขี่ต้องสำรวจความเสียหาย หรือความผิดปกติจากการลุยน้ำท่วมคือห้องโดยสาร แม้คุณจะเคลื่อนรถช้า ๆ ขณะลุยน้ำ แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่น้ำจะซึมผ่านส่วนที่เป็นซีล หรือรอยต่อต่าง ๆ เข้ารถยนต์ รวมถึงรถที่ขับสวนทางอาจทำให้เกิดคลื่นน้ำจนท่วมถึงท่อไอเสีย ทำให้น้ำไหลเข้าห้องโดยสารในที่สุด

ข้อควรปฏิบัติ: หลังการขับรถลุยน้ำ ควรตรวจสอบความเสียหายทันทีหรือภายในหนึ่งถึงสองวัน โดยให้สังเกตไปที่พรมปูพื้นหากรู้สึกว่าด้านใต้พรมมีน้ำแฉะ ให้รีบนำพรมออกตากแดด และไม่ควรทิ้งให้น้ำขังอยู่ภายในรถ ควรดูดหรือเช็ดออกให้แห้งทันที จากนั้นเปิดประตูรถทั้งสี่ด้านเพื่อระบายอากาศ ไร้ความชื้นในห้องโดยสาร สำหรับรถยนต์บางรุ่นจะมีโมดูลควบคุมถุงลมนิรภัยอยู่ที่ใต้เบาะคนขับ ก็ควรดูแลไม่ให้มีความชื้นด้วยเช่นกัน

ตรวจสอบสภาพรถยนต์หลังการขับลุยน้ำท่วม
  • ตรวจสอบระบบอิเล็กทรอนิกส์และไฟฟ้า

ส่วนสำคัญที่ต้องตรวจสอบคือระบบการทำงานของรถ ซึ่งความเสียหายมักเกิดจากความชื้นจากน้ำที่เข้าระบบอิเล็กทรอนิกส์และสายไฟต่าง ๆ เพื่อความมั่นใจคุณควรเช็กระบบไฟเหล่านี้ทันที

ข้อควรปฏิบัติ: ควรตรวจสอบที่ภายในกล่องฟิวส์ว่ามีความเสียหายหรือไม่ หากมีความเสียหายที่ฟิวส์ใดก็ควรเปลี่ยน โดยอ้างอิงจากที่ฝากล่องฟิวส์รถยนต์ รวมไปถึงดูกล่องอีซียู และเช็ดให้สะอาดหากเปียกน้ำ นอกจากนี้ยังควรตรวจสอบไฟต่าง ๆ ภายนอกรถด้วย หากรู้สึกว่าอยู่ในสภาพที่ไม่ปกติ ควรถอดขั้วต่อแบตเตอรี่ออก เพื่อรอให้ช่างตรวจสอบ และประเมินต่อไป

ค้นหาอู่ดี มีคุณภาพใกล้บ้านคุณที่นี่ จาก ไดเร็ค เอเชีย
  • ตรวจสอบการทำงานเครื่องยนต์

หลังการลุยน้ำท่วมแล้ว ผู้ขับขี่ควรสังเกตอาการของเครื่องยนต์ด้วยว่ามีความผิดปกติหรือไม่ ซึ่งโดยทั่วไปคนที่ขับรถตนเองประจำอยู่แล้วก็น่าจะรับรู้ถึงความผิดปกติได้ไม่ยาก

ข้อควรปฏิบัติ: เมื่อเครื่องยนต์มีอาการผิดปกติ เช่น มีอาการกระตุก เร่งเครื่องไม่ขึ้น หรือมีเสียงดังกว่าปกติ ให้จอดรถแล้วตรวจสอบก้านวัดระดับน้ำมันเครื่อง หากพบว่ามีสีเหมือนกาแฟใส่นม แสดงว่ามีน้ำเข้าไปในเครื่องยนต์ จากนั้นให้ตรวจสอบกรองอากาศ หากพบว่ากรองอากาศ และท่อไอดีจะเปียก ก็มั่นใจได้แล้วว่ามีน้ำเข้าจริง ๆ ควรนำรถส่งอู่ซ่อมเพื่อให้ช่างดูแลตั้งแต่เนิ่น ๆ ครับ

ตรวจสอบสภาพรถยนต์หลังการขับลุยน้ำท่วม
  • ตรวจสอบการใช้งานของเบรก

เมื่อขับผ่านแหล่งน้ำท่วมขังมาได้ อย่าเพิ่งเร่งเครื่องออกตัวด้วยความเร็วสูงเด็ดขาด เนื่องจากการขับรถลุยน้ำอาจทำให้ผ้าเบรกเปียก ทำให้สูญเสียการยึดเกาะหลังจากเปียกน้ำนั่นเอง ดังนั้นหากคุณเหยียบแบรกเข้าเต็มแรง รถอาจเสียหลักเนื่องจากลื่นได้

ข้อควรปฏิบัติ: ควรเหยียบเบรกย้ำ ๆ หลาย ๆ ครั้ง เพื่อทำให้ผ้าเบรกกับจานเบรก หรือดรัมเบรกอยู่ในสภาพปกติเมื่อมีการสัมผัสกันตอนเบรก แต่ต้องเข้าใจก่อนนะครับว่าผ้าเบรกจะยังไม่แห้งโดยทันที แต่ก็อาจช่วยให้ประสิทธิภาพการเบรกดีเท่าที่จะทำได้ ดังนั้นควรขับรถในความเร็วที่เหมาะสม ไม่เร็วเกินไป เพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่และผู้โดยสารครับ

หากรถของคุณมีความผิดปกติหลังจากการขับรถลุยน้ำ อย่าชะล่าใจเด็ดขาด ควรรีบตรวจสอบตามขั้นตอนที่พี่กู๊ดแนะนำข้างต้น หรือนำรถส่งอู่ซ่อม ให้ช่างดูแลจะดีกว่าครับ เพราะหากมีความเสียหายเกิดขึ้นจริง จะได้แก้ไขได้ทันท่วงที จากหนักอาจกลายเป็นเบา หรือความเสียหายเล็ก ๆ น้อย ๆ จะได้ไม่บานปลายทำให้เสียเงินค่าซ่อมแพงกว่าเดิม

ไดเร็ค เอเชีย เคลมไว ไปถึงจุดเกิดเหตุภายใน 30 นาที

ส่วนใครที่กำลังมองหาอู่ซ่อมรถใกล้บ้าน สามารถค้นหาได้ง่าย ๆ ที่นี่ >>ค้นหาอู่ซ่อมรถใกล้ฉัน<< มีอู่และศูนย์ซ่อมคุณภาพในเครือ ไดเร็ค เอเชีย ให้เลือกมากกว่า 1,000 แห่ง ที่มีความปลอดภัยตามมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข 100% มั่นใจ วางใจ เชื่อใจ หายห่วงแน่นอนครับ สอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับงานเคลมโทร 02-767-7788

บทความที่เกี่ยวข้อง

สอบถามข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้านการประกันภัยรถยนต์  โทร 02-767-7777 หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมพร้อมเช็คราคา ประกันรถยนต์ชั้น 1, ประกันชั้น 1 เซฟ, ประกันรถยนต์ 2+ , ประกันรถยนต์ 3+ประกันรถยนต์ชั้น 2 , และ ประกันรถยนต์ชั้น 3 คลิก https://www.directasia.co.th/


การันตีราคาดี ผ่อนสบาย 0% 10 เดือน


ไม่มีเวลาเช็คเบี้ย? ปรึกษากับเราโดยตรงที่นี่