ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ เรียกร้องสินไหมอย่างไร ใช้เอกสารอย่างไรบ้าง

ค่าขาดประโยชน์ จากการใช้รถ

“ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ” จะมีใครสักกี่คนที่รู้จัก เข้าใจ และสามารถใช้สิทธิ์ได้อย่างถูกต้อง เพราะสิทธิประโยชน์นี้ผู้เสียหายจะต้องเป็นผู้เรียกร้องเอง มีขั้นตอนอย่างไร และมีอัตราขั้นต่ำเท่าไหร่ มาดูพร้อมกันเลยครับ

ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ คืออะไร?

เป็นค่าชดเชยที่บริษัทประกันรถฝ่ายผิดต้องชดใช้ให้แก่ผู้เสียหายที่เป็นฝ่ายถูกจากการเสียประโยชน์ที่ไม่มีรถใช้ระหว่างซ่อม ซึ่งผู้เสียหายที่เป็นฝ่ายถูกจะต้องดำเนินการเรียกร้องสิทธิ์นี้ด้วยตัวเอง

ตัวอย่างการเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ

ยกตัวอย่างที่ 1

นาย A ขับรถชนนาย B นาย B เป็นฝ่ายถูก จึงได้เรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากประกันรถของนาย A เป็นค่าเดินทางไปทำงานในขณะที่รถยังซ่อมไม่เสร็จ ค่าชดเชยส่วนนี้บริษัทประกันจะพิจารณาและประเมินความเสียหายตามกฎเกณฑ์และเงื่อนไขครับ

ยกตัวอย่างที่ 2

นาย C ขับรถชนนาย D นาย D เป็นฝ่ายถูก จึงได้เรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากนาย C เป็นค่าเดินทางไปทำงานในขณะที่รถยังซ่อมไม่เสร็จ แต่นาย C ไม่มีประกันรถ จึงต้องจ่ายค่าชดเชยส่วนนี้เอง ทั้งหมดครับ

โดยค่าชดเชยดังกล่าว สามารถเรียกร้องได้จากอัตตราขั้นต่ำที่คปภ.กำหนดไว้ดังนี้ครับ

ตารางอัตราค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ วันละเท่าไหร่

  1. รถยนต์ส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่ง กำหนดอัตราไม่น้อยกว่าวันละ 500 บาท
  2. รถยนต์รับจ้างสาธารณะขนาดไม่เกิน 7 ที่นั่ง กำหนดอัตราไม่น้อยกว่าวันละ 700 บาท
  3. รถยนต์ขนาดเกินกว่า 7 ที่นั่ง กำหนดอัตราไม่น้อยกว่าวันละ 1,000 บาท

รถประเภทอื่น ๆ นอกเหนือจากข้อ 1-3 เช่น รถจักรยานยนต์ ให้เป็นไปตามข้อเรียกร้อง และตกลงกันได้โดยพิจารณาหลักฐานเป็นกรณีไป

direct asia

เอกสารเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ

  1. ใบเสนอรายการความเสียหายของรถยนต์
  2. ใบเคลม (ใบรับรองความเสียหายต่อทรัพย์สิน)
  3. สำเนาตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์
  4. สำเนาทะเบียนรถยนต์
  5. สำเนาใบขับขี่รถยนต์
  6. ใบรับรถ หรือหนังสือส่งมอบรถเสร็จ
  7. รูปถ่ายตอนซ่อม
  8. หนังสือเรียกร้องสินไหมค่าขาดประโยชน์ระหว่างรถซ่อม
  9. สมุดบัญชีธนาคารของผู้เอาประกัน

เมื่อเตรียมเอกสารเรียบร้อยแล้ว เรามาดูขั้นตอนการเรียกร้องกันเลยครับ

วิธีเรียกค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ

  1. ติดต่อบริษัทประกันรถของคู่กรณี เพื่อเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ
  2. บริษัทประกันรถของคู่กรณีจะส่งรายละเอียด รวมถึงเอกสารที่ได้กล่าวไปข้างต้น เพื่อดำเนินการต่อไป
  3. จัดการเอกสารให้เรียบร้อย และส่งให้แก่บริษัทประกันรถของคู่กรณี ในขั้นตอนนี้ บริษัทประกันจะเช็กข้อมูลเพื่อพิจารณาว่าต้องชดเชยให้คุณเท่าไหร่ ทำการประเมิน และเจรจาต่อรองครับ
  4. หลังจากตกลงกันเสร็จเรียบร้อย รอรับค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถได้เลยครับ

direct asia

อ่านมาจนถึงตรงนี้ พี่กู๊ดบอกเลยว่าใครที่ไม่ได้ทำประกันรถยนต์คงเห็นถึงความจำเป็นมากขึ้นแล้วใช่ไหมครับ ที่ทำประกันรถยนต์ไว้ก็เพื่อเลี่ยงความเสี่ยงตรงนี้แหละครับ ถึงจะเป็นผู้ชำนาญในการขับรถแล้วก็ตาม นั่นไม่ได้หมายความว่าสักวันเราจะไม่เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้

บทความที่คุณอาจสนใจ

เปรียบเทียบประกันรถยนต์ หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมด้านการประกันรถยนต์ ทั้ง ประกันรถยนต์ชั้น 1, ประกันชั้น 1 เซฟ, ประกันรถยนต์ 2+, ประกันรถยนต์ 3+, ประกันชั้น 2, และ ประกันชั้น3 คลิกเว็บไซต์ https://www.directasia.co.th หรือสอบถามข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญ โทร 02-767-7777

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด


การันตีราคาดี ผ่อนสบาย 0% 10 เดือน


ไม่มีเวลาเช็คเบี้ย? ปรึกษากับเราโดยตรงที่นี่