5 เทคนิคเลี่ยงภัย! ขับรถตอนกลางคืน ให้ปลอดภัย

5 เทคนิคเลี่ยงภัย! ขับรถตอนกลางคืน ให้ปลอดภัย

การขับขี่บนท้องถนนในเวลากลางคืน อาจมีอุปสรรค หรือมีอันตรายรอผู้ขับขี่อยู่ ซึ่งอาจมาจากปัจจัยหลาย ๆ อย่าง ทั้งสุขภาพร่างกายของผู้ขับขี่ การรับรู้ด้านการมองเห็น สภาพอากาศที่ย่ำแย่ หรือแม้แต่รถยนต์เองก็มีความเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุได้ด้วยกันทั้งสิ้น DirectAsia อยากเตือนภัยผู้ขับขี่ พร้อมให้คำแนะนำในการเดินทางช่วงกลางคืน ภัยใกล้ตัวที่คุณสามารถป้องกันได้จะมีอะไรบ้าง มาดูกันเลย

ประกันรถยนต์ออนไลน์ ไดเร็ค เอเชีย สะดวกสบาย ปลอดภัย คุ้มค่าที่สุด
  1. สุขภาพร่างกายต้องพร้อมเสมอ

ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่มักมองข้ามข้อนี้ ทั้ง ๆ ที่อุบัติเหตุช่วงกลางคืนส่วนมาก มาจากความไม่พร้อมของร่างกาย โดยเฉพาะการพักผ่อนไม่เพียงพอของผู้ขับขี่ อาจทำให้มีอาการหลับใน และเกิดอุบัติเหตุได้ DirectAsia แนะนำผู้ขับขี่ ไม่ว่าจะขับทางใกล้ หรือไกล ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ หากมีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญในการรับประทานยาที่มีฤทธิ์ทำให้ง่วงซึม ที่สำคัญไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์ก่อนขับรถ ถึงแม้จะดื่มเพียงเล็กน้อย ก็มีผลต่อการตอบสนองของร่างกาย ทำให้ตัดสินใจช้า และลดทอนประสิทธิภาพการขับขี่ลง เป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุได้ในที่สุด

  1. ใช้ไฟรถยนต์ให้เหมาะสม

การขับรถในช่วงเวลากลางคืนที่ต้องพึ่งพาแสงไฟจากรถยนต์ และเสาร์ไฟข้างถนน ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเดินทางได้อย่างปลอดภัย ในขณะเดียวกัน แสงไฟเหล่านี้อาจเป็นอุปสรรคต่อการขับขี่ และเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้เช่นกัน ผู้ขับขี่จึงควรตรวจสอบระบบไฟอยู่เสมอ เช่น ไฟหน้ารถ ไฟสูง ไฟต่ำ ไฟเบรก ไฟเลี้ยว ไฟท้าย ไฟฉุกเฉิน ตลอดจนไฟในห้องโดยสาร ว่าชำรุด หรือครบรอบในการซ่อมบำรุงแล้วหรือยัง ทั้งนี้ควรใช้ให้เหมาะสม โดยเฉพาะไฟสูงที่ต้องใช้อย่างระมัดระวัง ให้ใช้เพื่อส่องทางระยะไกล ส่งสัญญาณไฟกะพริบให้รถคันด้านหน้า หรือแจ้งเตือนรถเลนอื่นเพื่อขอแซง และเปิดไฟต่ำเมื่อมีรถขับสวนทาง รวมถึงไฟในห้องโดยสาร ผู้ขับขี่ และผู้โดยสารไม่ควรเปิดทิ้งไว้ เพราะอาจรบกวนทัศนวิสัยในการขับขี่ได้

  1. ไม่ขับฝ่าสภาพอากาศไม่ดี

เมื่อไหร่ที่ฝนตกหนัก หรือลมพายุโหมกระหน่ำ ผู้ขับขี่ควรประเมินสถานการณ์ว่ามีความเสี่ยงในการขับขี่ต่อไปหรือไม่ โดยให้ระลึกไว้เสมอว่า ไม่ควรขับฝ่าสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวยเด็ดขาด เนื่องจากการเดินทางในช่วงเวลากลางคืนที่มีผลต่อทัศนวิสัยในการมองเห็น ประกอบกับสภาพอากาศที่ไม่เป็นใจ อาจทำให้รถยนต์เกิดอุบัติได้ง่ายขึ้น รวมถึงเส้นทางที่กำลังขับขี่อาจได้รับผลกระทบ เช่น น้ำท่วม ทางขาด หรือต้นไม้หักโค่น และหากผู้ขับขี่ได้รับอุบัติเหตุ การกู้ภัยในสภาพอากาศที่ย่ำแย่อยู่แล้ว ช่วงเวลากลางคืนก็อาจเป็นอุปสรรคในการช่วยเหลือด้วยเช่นกัน ฉะนั้น หากฝนตกหนักให้จอดพัก และขับต่อเมื่อฝนหยุดจะดีที่สุด

  1. รักษาความสะอาดรถยนต์สม่ำเสมอ

ความสะอาดสะอ้านของรถยนต์ นับเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้เรื่องอื่นแม้แต่น้อย สำหรับผู้ขับขี่ที่ไม่ค่อยล้างทำความสะอาด อาจเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุได้จากสิ่งเล็ก ๆ ที่เรียกว่าฝุ่น ดิน โคลน และรอยคราบที่ติดบนกระจกรถ เพราะกระจกหน้า หรือกระจกมองข้างรถยนต์ที่ดูสะอาดในช่วงกลางวัน อาจเผยให้เห็นคราบสกปรก หรือรอยขีดข่วนในเวลากลางคืน ซึ่งมีผลต่อการมองเห็นของผู้ขับขี่โดยตรง ทั้งนี้ รอยดังกล่าวอาจทำให้เกิดแสงสะท้อน เมื่อเจอแสงไฟรอบข้างตกกระทบได้ ผู้ขับขี่จึงควรหมั่นทำความสะอาดรถยนต์อยู่ประจำ อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง หรือเมื่อรถเริ่มมีฝุ่นเกาะ

  1. ขับด้วยระยะห่างกับรถคันหน้าที่เหมาะสม

เนื่องจากสายตาของเราจะตอบสนองช้าลงหากอยู่ในความมืด รวมถึงการรับรู้ความใกล้ไกล การจำแนกสี และความสามารถในการมองเห็นจะลดลงด้วยเช่นกัน เพื่อเลี่ยงการเกิดอุบัติเหตุรถชน ผู้ขับขี่ควรชะลอความเร็วลง และเว้นระยะห่างจากคันหน้ามากกว่าปกติสักเล็กน้อย และหากจะหยุดรถให้ปลอดภัย ควรเว้นระยะห่างมากกว่า 60 เมตร

ถึงแม้ผู้ขับขี่จะสามารถป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดอุบัติเหตุได้ แต่อย่าลืมว่าอุบัติเหตุก็มักมาในรูปแบบที่คุณไม่อาจคาดคิดได้เช่นกัน รวมถึงความเสียหายที่จะตามมาสร้างภาระให้โดยไม่ทันตั้งตัว DirectAsia แนะนำให้ทำประกันภัยรถยนต์ไว้ เพื่อบรรเทาภาระค่าเสียหายต่อตัวรถยนต์ ผู้ขับขี่ และผู้โดยสาร ให้หนักกลายเป็นเบา สนใจโทร 02-767-7777 หรือ Line official : @directasiathailand

บทความที่เกี่ยวข้อง

สอบถามข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้านการประกันภัยรถยนต์  โทร 02-767-7806 หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมพร้อมเช็คเบี้ยประกันรถยนต์ทั้งประกันรถยนต์ชั้น 1ประกันชั้น 1 เซฟประกันรถยนต์ 2+ประกันรถยนต์ 3+ประกันชั้น 2, และ ประกันชั้น 3 คลิก https://www.directasia.co.th


การันตีราคาดี ผ่อนสบาย 0% 10 เดือน


ไม่มีเวลาเช็คเบี้ย? ปรึกษากับเราโดยตรงที่นี่