10 วิธี ป้องกันรถยนต์หายหรือโดนขโมย

10 วิธี ป้องกันรถยนต์หาย

ปัจจุบันต้องยอมรับเลยว่าฝีไม้ลายมือของโจรยุคนี้ไม่ธรรมดา มีการใช้เทคนิคและเทคโนโลยีเข้ามาเป็นเครื่องมือในการโจรกรรมรถยนต์มากขึ้น เจ้าของรถอย่างเราเอง ถ้าไม่อัปเดตความรู้ หรือศึกษาวิธีป้องกันไว้บ้าง ก็อาจตกเป็นเหยื่อได้ในสักวันครับ

มาดูกลวิธีและวิธีป้องกันรถยนต์ถูกขโมย 10 ข้อ ใครสะดวกข้อไหนอย่าลืมหยิบไปใช้กันนะครับ

ประกันรถยนต์ 2+

1. เลือกจุดจอดรถที่ปลอดภัย

สถานที่จอดรถ นับว่าเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้โจรตัดสินใจเลือกโจรกรรมเลยล่ะครับ โดยเฉพาะในที่มืด เปลี่ยว ลับตาคน ไม่มีระบบนิรภัย หรือกล้องวงจรปิดที่สามารถมองเห็นรถคุณ เสี่ยงรถหายแน่นอน ในทางกลับกันหากคุณจอดรถในที่สว่าง สามารถมองเห็นได้ชัดเจน หรือจอดในสถานที่ที่มีรปภ.คอยดูแลรักษาความปลอดภัย ก็จะช่วยได้ครับ

2. ติดสัญญาณกันขโมย

เพื่อการป้องกันที่รอบคอบมากยิ่งขึ้น ควรติดสัญญาณกันขโมยให้กับรถยนต์ เมื่อคนร้ายทำการโจรกรรม สัญญาณจะร้องดังทำให้เป็นจุดสังเกตของผู้คนรอบข้าง สามารถมองหาความผิดปกติที่กำลังเกิดขึ้นกับรถคุณได้ครับ

3. เช็ครถหลังล็อกประตูรถ

เมื่อจอดรถและทำการล็อกรถ คุณควรตรวจสอบประตูอยู่เสมอว่าล็อกดีแล้วหรือยัง อีกทั้งระวังลืมกุญแจรถยนต์ไว้ที่รถ ควรตรวจสอบว่าเก็บกุญแจอยู่กับตัวแล้ว จึงไปทำธุระได้ กรณีลืมกุญแจรถมักเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง และเป็นสาเหตุที่ทำให้รถโดนขโมยมานักต่อนักแล้ว ฉะนั้นไม่ควรมองข้ามนะครับ

4. ไม่เก็บของมีค่าไว้ในรถ

เรื่องของมีค่าพี่กู๊ดมักเตือนอยู่เสมอว่า ถ้าหากจำเป็นจะต้องเก็บไว้ที่ในรถจริง ๆ คุณควรเก็บใส่ลิ้นชัก หรือใส่หีบห่อที่ปกปิดมิดชิด ไม่สามารถมองเห็นจากภายนอกรถได้ ไม่เช่นนั้นของมีค่าดังกล่าวจะล่อตาล่อใจคนร้ายให้ก่อเหตุขโมยทรัพย์สินและอาจเสี่ยงโดนขโมยรถยนต์ร่วมด้วยครับ

5. พกกุญแจรถไว้ใกล้ตัวเสมอ

ขึ้นชื่อว่าขโมยขโจร แม้จะจอดรถอยู่ในบ้านก็ไม่เว้นนะครับ และวิธีที่คนร้ายใช้ได้ผลเสมอคือการขโมยกุญแจรถจากภายในบ้านเหยื่อ เพราะหลาย ๆ บ้านมักมีที่วางกุญแจรวมกันไว้ที่จุดเดียว หรือในมุมของบ้านที่สามารถสังเกตได้ง่ายครับ ดังนั้นการป้องกันที่ดีที่สุดคือเก็บกุญแจรถไว้ใกล้ตัวเสมอหรือเก็บในที่ที่ปลอดภัย ไม่พบเจอได้ง่าย ๆ ไม่ว่าจะนอนหลับหรือไม่อยู่บ้านก็ตามครับ

6. ถอดฟิวส์และชิ้นส่วนต่าง ๆ

กรณีที่ต้องจอดรถทิ้งไว้นาน ๆ ยิ่งเสี่ยงที่รถจะหายได้ง่ายครับ โดยเฉพาะรถที่เจ้าของไม่ได้อยู่ดูแลด้วยแล้วเนี่ย ควรถอดฟิวส์ชิ้นส่วนต่าง ๆ ออก เพื่อให้รถใช้งานไม่ได้ ต่อให้คนร้ายปลดล็อกเข้าไปภายในรถได้สำเร็จ จะไม่สามารถขับหรือเคลื่อนย้ายรถออกไปได้ง่าย ๆ ครับ

7. ติดเครื่องมือล็อกกันขโมย

คุณอาจเพิ่มการป้องกันที่หนาแน่นให้รถคุณขึ้นอีก ด้วยเครื่องมือป้องกันขโมย เช่น ที่ล็อกพวงมาลัยรถยนต์ อุปกรณ์ล็อกเบรก หรือที่ล็อกล้อ เพื่อเพิ่มเวลาให้คนร้ายโจรกรรมได้ยากและเสียเวลาที่สุด เมื่อมีความยากลำบากในการขโมย คนร้ายอาจเลือกรถคุณเป็นเป้าหมายอันดับหลัง ๆ ก็ได้ครับ

8. สังเกตผู้คนบริเวณรอบรถ

ปัจจุบันมีวิธีขโมยที่กำลังนิยมในไทยเรียกว่า “Remote Jamming แบบสกัดสัญญาณ” เป็นการส่งสัญญาณรบกวนระบบล็อกรถของคุณ เมื่อคุณกดรีโมทล็อกรถตามปกติ รถคุณจะไม่ได้ล็อกจริง ๆ ครับ เพราะถูกสัญญาณรบกวนจากคนร้ายนั่นเอง ซึ่งการ Remote Jamming ผู้ร้ายจะต้องอยู่ใกล้รถเป้าหมายพอสมควร ดังนั้นจึงควรสังเกตพิรุธผู้ที่อยู่บริเวณรถ และตรวจสอบรถโดยลองเปิดประตูรถอีกครั้ง ก่อนไปจากรถครับ

9. ติด GPS ติดตามรถ

หากเกิดเหตุรถหายหรือถูกขโมย คุณสามารถตรวจสอบตำแหน่งปัจจุบันของรถจากสัญญาณ GPS เพื่อประสานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามได้ ซึ่งในปัจจุบัน GPS มีการพัฒนาการใช้งานที่หลากหลายมากขึ้น เช่น มีระบบแจ้งเตือน มีบริการช่วยเหลือหากเกิดเหตุรถยนต์ถูกขโมยหรือสูญหาย และมีบริการสายด่วน 24 ชั่วโมง อีกด้วยครับ

direct asia

10. ทำประกันภัยรถยนต์

หากคุณป้องกันทุกอย่างแล้ว แต่พ่ายแพ้ให้กับโจรขโมยรถไปเสียได้ ประกันรถยนต์จะเป็นอีกทางเลือกสำหรับการป้องกันความเสียหายจากรถหายครับ คุณจะได้รับการชดเชยจากบริษัทประกันรถยนต์ตามทุนประกันที่ได้ระบุไว้ในกรมธรรม์ ทำให้คุณไม่ต้องเสียทรัพย์สินไปอย่างสูญเปล่านั่นเอง

ที่สำคัญ ควรทำประกันรถยนต์เสียแต่เนิ่น ๆ เพราะ “กันไว้ดีกว่าแก้” ถูกไหมครับ พี่กู๊ดแนะนำประกันรถยนต์ 2+ จาก ไดเร็ค เอเชีย คุ้มครองรถหาย ได้ค่าชดเชยสูงสุด 2 เท่า* ของทุนประกันภัย >>คลิก<< ไดเร็ค เอเชีย ยังให้ประกัน COVID-19 แถมคู่กับบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. อีกด้วยครับ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องประกันรถยนต์พร้อมเช็คราคา ประกันรถยนต์ชั้น 1, ประกันรถยนต์ 2+, ประกันรถยนต์ 3+, ประกันชั้น 2, และประกันชั้น3 คลิกเว็บไซต์ https://www.directasia.co.th หรือสอบถามข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้านการประกันภัยรถยนต์ โทร 02-767-7777
แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม: กองปราบปราม