โดนใบสั่ง! แต่ลืมจ่ายค่าปรับจราจร…โดนอะไรบ้าง ?

by | ก.พ. 7, 2023 | ทิปส์ & ทริคส์การใช้รถใช้ถนน, ไลฟ์สไตล์ | 0 comments

ข้อมูลจากกระทรวงคมนาคมในระบบ MOT DATA CATALOG พบว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบนท้องถนนในปี 2564 สูงถึง 11,138 ครั้ง โดยสาเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจากการขับรถเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด ซึ่งมีสัดส่วนมากถึง 78% การกวดขันวินัยทางจราจรอย่างเคร่งครัดและการกำหนดมาตรการจ่ายค่าปรับจราจร จึงเป็นเรื่องสำคัญในการช่วยลดอุบัติเหตุทางจราจรได้ดีที่สุด

อัปเดตค่าปรับจราจร ทำผิดมาต้องเสียค่าปรับเท่าไร

พ.ร.บ. จราจรทางบก ฉบับปรับปรุงปี 2565 ได้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 5 กันยายน 2565 โดยมีการเรียกปรับอัตราโทษในราคาที่สูงขึ้น และเรียกปรับในอัตราโทษอื่นนอกเหนือจากเรื่องความเร็วเกินกำหนดด้วย ไม่ว่าจะเป็น ไม่คาดเข็มขัดนิรภัยทั้งแถวหน้าและแถวหลัง เด็กอายุไม่เกิน 6 ปีต้องนั่งคาร์ซีท หรือไม่ชะลอรถตรงทางข้ามม้าลาย และอื่นๆ ซึ่งใบสั่งเรียกปรับจะมีทั้งใบสั่งด้วยลายมือและใบสั่งอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีรายละเอียด ดังนี้

ฐานความผิด อัตราโทษเดิม อัตราโทษใหม่
ขับรถเร็วเกินกำหนด ปรับไม่เกิน 1,000 บาท ปรับไม่เกิน 4,000 บาท
ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร ปรับไม่เกิน 1,000 บาท ปรับไม่เกิน 4,000 บาท
ไม่หยุดรถให้คนข้ามทางม้าลาย ปรับไม่เกิน 1,000 บาท ปรับไม่เกิน 4,000 บาท
ขับรถย้อนศร ปรับไม่เกิน 500 บาท ปรับไม่เกิน 2,000 บาท
ไม่สวมหมวกนิรภัย ปรับไม่เกิน 500 บาท ปรับไม่เกิน 2,000 บาท
ไม่รัดเข็มขัดนิรภัย ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ปรับไม่เกิน 500 บาท ปรับไม่เกิน 2,000 บาท
ขับขี่โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตหรือร่างกายของผู้อื่น จำคุกไม่เกิน 3 เดือน
ปรับตั้งแต่ 2,000-10,000 บาท
จำคุกไม่เกิน 1 ปี
ปรับตั้งแต่ 5,000-200,000 บาท
ความผิดฐาน “พยายามแข่งรถ”  โดยเป็นการรวมกลุ่มมั่วสุม
ตั้งแต่ 5 คันขึ้นไป
  จำคุกไม่เกิน 3 เดือน
หรือปรับตั้งแต่ 5,000-10,000 บาท
ผู้จัด ผู้โฆษณา ประกาศ หรือชักชวนให้มีการแข่งรถ   จำคุกไม่เกิน 6 เดือน
ปรับตั้งแต่ 10,000-20,000 บาท
เมาแล้วขับ (ทำความผิดครั้งแรก)   จำคุกไม่เกิน 1 ปี
ปรับตั้งแต่ 5,000-20,000 บาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ
เมาแล้วขับ (ทำความผิดซ้ำภายใน 2 ปี นับตั้งแต่ทำความผิดครั้งแรก)   จำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับ 50,000-100,000 บาท
ศาลจะลงโทษจำคุกและปรับด้วยเสมอ
และถูกพักใบอนุญาตใบขับขี่ไม่น้อยกว่า 1 ปี
หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่

สำหรับความผิดจราจรบางประเภท เช่น การขับขี่ด้วยความเร็วเกินกำหนด, ใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ, ขับรถบนทางเท้า, จอดรถบนทางเท้า, หยุดรถล้ำเส้นหยุด, จอดในที่ห้ามจอด, ขับรถย้อนศร, ขับรถฝ่าสัญญาณไฟจราจร หรือแซงในเส้นทึบ ที่มีการตรวจสอบความผิดผ่านระบบกล้องวงจรปิด การแจ้งปรับอาจเป็นการส่งใบสั่งไปที่บ้าน หรือให้ใบสั่งอิเล็กทรอนิกส์ โดยจะต้องชำระค่าปรับตามระยะเวลาที่กำหนด เพราะถ้าค้างค่าปรับเป็นระยะเวลานานจะส่งผลหลายด้าน

ลืมจ่ายค่าปรับต้องโดนอะไรบ้าง_DirectAsia

3 เรื่องต้องรู้หลังได้ใบสั่งจราจร

  • ชำระค่าปรับภายใน 15 วัน

กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้กำหนดมาตรการกรณีฝ่าฝืนกฎหมายจราจรซ้ำซาก และไม่ชำระค่าปรับ ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 20 มิ.ย. 2565 โดยหากไม่ชำระค่าปรับ ทางเจ้าหน้าที่จะออกหนังสือเตือน 1 ครั้ง และหากยังไม่ดำเนินการชำระจะถูกแจ้งความดำเนินคดี และออกหมายเรียก 2 ครั้ง ซึ่งหากยังไม่ดำเนินการใด ๆ จะถูกเสนอต่อศาลเพื่ออนุมัติขอหมายจับ 

ทั้งนี้การค้างชำระค่าปรับจราจรจะส่งผลต่อการต่อภาษีรถประจำปี โดยรถที่ยังค้างค่าปรับจราจรจะสามารถต่อภาษีได้แค่แบบชั่วคราว 30 วันเท่านั้น เมื่อชำระค่าปรับแล้วจึงจะสามารถนำใบเสร็จมารับป้ายภาษีได้ นอกจากนี้ยังจะถูกส่งชื่อไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และถูกบันทึกชื่อในกองทะเบียนประวัติอาชญากรอีกด้วย

  • ถูกตัดแต้มใบขับขี่

แต้มคะแนนใบขับขี่ เป็นกฎใหม่ที่เพิ่งถูกประกาศใช้วันที่ 9 ม.ค. 2566 โดยกำหนดให้ผู้ที่มีใบขับขี่ทุกคนมีแต้มขับขี่ทั้งหมด 12 คะแนน หากฝ่าฝืนกฎจราจรจะถูกตัดคะแนนตั้งแต่ 1-3 คะแนนต่อครั้ง ตามความผิด หากโดนตัดแต้มขับขี่จนไม่เหลือคะแนน จะถูกสั่งพักใบขับขี่นาน 90 วัน และจะต้องไปเข้ารับการอบรมใบขับขี่จากกรมการขนส่งทางบกใหม่อีกครั้ง

  • เสียค่าปรับจราจรที่ไหนได้บ้าง

สำหรับผู้ที่ได้รับใบสั่งจราจรส่งไปที่บ้านแต่ไม่สะดวกไปชำระที่ สน. สามารถชำระค่าปรับผ่านหลายช่องทางใกล้บ้าน ไม่ว่าจะเป็น เคาน์เตอร์เซอร์วิส, CenPay, ธนาคารกรุงไทย หรือที่ทำการไปรษณีย์ (อ่านวิธีการชำระค่าปรับจราจรออนไลน์เพิ่มเติม คลิก) โดยหลังจากชำระค่าปรับแล้ว จะได้รับ SMS ยืนยันการทำรายการภายใน 24 ชั่วโมง หากไม่ได้รับ SMS สามารถติดต่อ Call Center เบอร์ 1220 โดยผู้ขับขี่สามารถเช็กใบสั่งออนไลน์ได้ผ่านช่องทาง https://ptm.police.go.th/eTicket/#/

จะเห็นได้ว่าการค้างชำระค่าปรับส่งผลเสียอย่างมากในหลาย ๆ ด้าน โดยเฉพาะเมื่อมีการนำข้อกำหนดเรื่องแต้มคะแนนใบขับขี่ ซึ่งจะส่งผลต่อประวัติการขับขี่โดยตรง ดังนั้นทางที่ดีที่สุดคือควรขับขี่ตามที่กฎหมายกำหนด นอกจากจะมีความปลอดภัยทั้งต่อตัวเอง และผู้ใช้รถใช้ถนนทั่วไปแล้ว ยังช่วยให้เบี้ยประกันรถในปีถัดไปถูกลงอีกด้วย สำหรับผู้ที่กำลังมองหาประกันรถยนต์ สามารถเช็กเบี้ยประกันรถยนต์จาก DirectAsia ด้วยตัวเองง่าย ๆ คลิก

สอบถามข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้านการประกันภัยรถยนต์  โทร 02-767-7777 หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมพร้อมเช็คเบี้ยประกันรถยนต์ทั้งประกันรถยนต์ชั้น 1, ประกันชั้น 1 เซฟ, ประกันรถยนต์ 2+, ประกันรถยนต์ 3+, ประกันชั้น 2, และ ประกันชั้น 3 คลิก https://www.directasia.co.th

DirectAsia เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ชั้น 1

ทิปส์ & ทริคส์การใช้รถใช้ถนนโดนใบสั่ง! แต่ลืมจ่ายค่าปรับจราจร…โดนอะไรบ้าง ?