ประวัติวันสงกรานต์ 2567 เปิดตำนานเทศกาลใหญ่ของไทย

by | เม.ย. 11, 2024 | ไลฟ์สไตล์ | 0 comments

แม้จะเป็นเทศกาลใหญ่ประจำปีของประเทศไทย แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะตอบได้ว่า สงกรานต์ ถือกำเนิดขึ้นมาได้อย่างไร ชวนอ่าน ประวัติวันสงกรานต์ 2567 กับ ไดเร็ค เอเชีย (DirectAsia)ประกันรถยนต์ ที่พร้อมเคียงข้างคนไทยที่มีรถทุกคน เราจะพาคุณไปดูความหมายของวันสงกรานต์แต่ละวัน อ่านตำนานที่เป็นต้นกำเนิดของเทศกาลนี้ ก่อนเตรียมตัวชื่นบานกับครอบครัวและคนที่คุณรักอย่างเต็มที่ตลอดช่วงวันหยุดยาวนี้ รับรองว่าน่าสนุกและน่าสนใจมากทีเดียว ไปติดตามกันเลย

ประวัติวันสงกรานต์ 2567 ทำไมต้องมี 3 วัน

สงกรานต์ เป็นคำที่มาจากภาษาสันสกฤต มีความหมายดั้งเดิมว่า ผ่าน หรือเคลื่อนย้าย ในที่นี้จะหมายถึงการเคลื่อนย้ายของพระอาทิตย์ไปสู่ราศีใหม่ คือ ราศีเมษ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ดังนั้นจึงได้นำคำนี้มาใช้เรียกวันขึ้นปีใหม่ตามคติพราหมณ์กันว่า มหาสงกรานต์ นั่นเอง

เหตุที่เรียกว่ามหาสงกรานต์ เพราะเหตุการณ์นี้ไม่ได้จบลงภายในวันเดียว แต่ต่อเนื่องถึง 3 วัน โดยหลังจากวันมหาสงกรานต์ จะเป็นวันเนาและวันเถลิงศก ซึ่งอธิบายความหมายของแต่ละวันได้ดังนี้

  • วันมหาสงกรานต์ คือ วันที่พระอาทิตย์โคจรเข้าสู่ราศีเมษซึ่งเป็นราศีแรกของปี หลังโคจรไปประจำที่ราศีอื่น ๆ จนครบ 12 เดือนแล้ว
  • วันเนา วันนี้หมายถึง วันอยู่ เป็นวันที่พระอาทิตย์โคจรไปประจำที่ราศีเมษเรียบร้อย
  • วันเถลิงศก หมายถึงวันขึ้นปีใหม่ ถือเป็นการเริ่มปีใหม่หรือศกใหม่โดยสมบูรณ์

โดยวันที่กล่าวมาข้างต้นนี้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละปี ซึ่งเหตุที่ต้องมีการลำดับเทศกาลสงกรานต์ถึง 3 วัน ก็เพื่อให้แน่ใจว่าตำแหน่งของพระอาทิตย์ได้เคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษ และได้ประจำตำแหน่งที่ราศีเมษแล้วจริง ๆ แต่สำหรับการฉลองเทศกาลสงกรานต์ที่มีอิทธิพลในประเทศไทยนั้นจะตรงกับวันที่ 13 วันที่ 14 และวันที่ 15 โดยได้มีการกำหนดให้วันที่ 13 เป็นวันผู้สูงอายุ และวันที่ 14 เป็นวันครอบครัวอีกด้วย

DA_Banner_02

ตำนานวันสงกรานต์ คำถามราศีอยู่ที่ไหน นำไปสู่การแห่ศีรษะท้าวกบิลพรหมรอบเขาพระสุเมรุ

ตำนานสงกรานต์ที่นิยมเล่าสืบทอดกันมามากที่สุด เป็นตำนานตามความเชื่อซึ่งได้มีการจารึกไว้ที่แผ่นศิลา ณ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือ วัดโพธิ์ โดยมีใจความดังนี้

เศรษฐีคนหนึ่งซึ่งเป็นผู้ที่มีพร้อมทั้งทรัพย์สมบัติและบริวารรายล้อม แต่มีเพียงสิ่งเดียวที่เศรษฐีผู้นี้ยังขาดก็คือบุตรที่จะมาสืบสกุล อยู่มาวันหนึ่งเศรษฐีโดนนักเลงเมาสุราที่อาศัยอยู่ข้างบ้านดูหมิ่นว่า ตัวเขาแม้จะยากจนแต่ก็มีบุตร ต่างจากเศรษฐีที่มีแต่เงินทอง หาได้มีคนมารอสืบทอดไม่

เศรษฐีได้ยินดังนั้นก็ร้อนใจ รีบบวงสรวงขอบุตรต่อพระอาทิตย์และพระจันทร์ แต่เมื่อเวลาล่วงเลยไปนานถึง 3 ปี ความปรารถนาของเศรษฐีก็ยังคงไม่เป็นจริง จนกระทั่งเข้าสู่วันสงกรานต์ เศรษฐีผู้ไม่สิ้นหวังได้ตั้งจิตอธิษฐานขอบุตรต่อพระไทร พระไทรเกิดความเห็นใจจึงได้นำคำขอนี้ไปส่งต่อยังพระอินทร์ให้ท่านช่วยบันดาลบุตรแก่เศรษฐี

ต่อมาความปรารถนาของเศรษฐีก็เป็นจริง เมื่อพระอินทร์ส่งธรรมบาลเทวบุตรให้จุติมาเป็นลูกเศรษฐีนามว่า ธรรมบาลกุมาร เด็กน้อยคนนี้มีความสามารถพิเศษที่ไม่เหมือนใครคือสามารถฟังภาษานกได้ และเรียนจบไตรเพทตั้งแต่อายุเพียง 7 ปีเท่านั้น จนได้รับการยกย่อง มีผู้คนเลื่อมใสให้ธรรมบาลกุมารเป็นผู้แสดงมงคลต่าง ๆ ให้แก่มนุษย์โลก

เหตุการณ์นี้ได้สร้างความไม่พอใจให้ท้าวกบิลพรหม ซึ่งมีหน้าที่เป็นผู้แสดงธรรมและมงคลแก่มนุษย์อยู่ก่อนแล้ว ท้าวกบิลพรหมจึงมาท้าให้ธรรมบาลกุมารตอบปริศนาของตน 3 ข้อให้ได้ โดยคำถามมีอยู่ว่า ราศีช่วงเช้าอยู่ที่ใด ราศีช่วงเที่ยงอยู่ที่ใด และราศีช่วงค่ำอยู่ที่ใด หากตอบได้ตนจะตัดศีรษะบูชาแก่ธรรมบาลกุมาร แต่หากตอบไม่ได้ ธรรมบาลกุมารก็ต้องตัดศีรษะบูชาตนเช่นกัน

DA_Banner_04

ธรรมบาลกุมารตกลงจะหาคำตอบให้ได้ใน 7 วัน แต่จนแล้วจนรอดถึงวันที่ 6 เขาก็ยังไม่สามารถหาคำตอบได้ แต่บังเอิญว่าได้มีนกอินทรี 2 ตัว มาเกาะที่ต้นตาลซึ่งธรรมบาลกุมารนอนพักอยู่ นกทั้งสองได้พูดถึงปริศนานี้ว่า ช่วงเช้าราศีอยู่ที่หน้าเพราะคนต้องล้างหน้า ช่วงเที่ยงราศีอยู่ที่อกเพราะคนจะนำเครื่องหอมมาพรมที่อก และช่วงค่ำราศีอยู่ที่เท้า เพราะคนต้องล้างเท้าก่อนเข้าบ้าน ในเมื่อธรรมบาลกุมารตอบปริศนาไม่ได้เช่นนี้ พวกเราคงได้รอกินศพธรรมบาลกุมารในวันพรุ่งนี้เป็นแน่

ธรรมบาลกุมารผู้มีความสามารถในการเข้าใจภาษานกได้ยินเช่นนั้น เขาจึงสามารถตอบปริศนาของท้าวกบิลพรหมได้ เป็นเหตุให้ท้าวกบิลพรหมต้องเป็นผู้ที่ถูกตัดศีรษะมาบูชาธรรมบาลกุมารตามที่ได้ตกลงไว้ ก่อนจะถูกตัดศีรษะ ท้าวกบิลพรหมได้เรียกธิดาทั้ง 7 ซึ่งเป็นนางสนมของพระอินทร์มาสั่งเสียว่า ศีรษะของตนหลังจากถูกตัดแล้วจะต้องนำพานมารองไว้ เพราะหากตกลงพื้นก็จะเกิดไฟไหม้ทั่วโลก หากตกลงน้ำ น้ำก็จะแห้งขอด หากทิ้งให้ลอยในอากาศฝนก็จะแล้ง

ธิดาทั้ง 7 ได้ทำตามคำสั่งเสียของท้าวกบิลพรหมผู้เป็นพ่อ โดยนำพานมารองศีรษะและแห่รอบเขาพระสุเมรุ ก่อนจะนำไปประดิษฐานไว้ที่มณฑปถ้ำคันธุลี ณ เขาไกรลาส จากนั้นเมื่อครบ 365 วัน ธิดาทั้ง 7 ก็จะเวียนกันทรงพาหนะต่าง ๆ และนำศีรษะของท้าวกบิลพรหมมาแห่รอบเขาไกรลาสทุกวันมหาสงกรานต์ เป็นที่มาของนางสงกรานต์ทั้ง 7 ได้แก่

  • นางทุงษะ : นางสงกรานต์ประจำวันอาทิตย์ ทรงครุฑ
  • นางโคราคะ : นางสงกรานต์ประจำวันจันทร์ ทรงเสือ
  • นางรากษส : นางสงกรานต์ประจำวันอังคาร ทรงสุกรหรือหมู
  • นางมณฑา : นางสงกรานต์ประจำวันพุธ ทรงคัสพะหรือลา
  • นางกิริณี : นางสงกรานต์ประจำวันพฤหัสบดี ทรงช้าง
  • นางกิมิทา : นางสงกรานต์ประจำวันศุกร์ ทรงกระบือหรือควาย
  • นางมโหธร : นางสงกรานต์ประจำวันเสาร์ ทรงนกยูง

สำหรับนางสงกรานต์ประจำปี 2567 ได้แก่ มโหธรเทวี ซึ่งเป็นนางสงกรานต์ประจำวันเสาร์ โดยมีเนื้อความอธิบายลักษณะตามตำราของนางว่า “ทรงพาหุรัดทัดดอกสามหาว อาภรณ์แก้วนิลรัตน์ ภักษาหารเนื้อทราย พระหัตถ์ขวาทรงจักร พระหัตถ์ซ้ายทรงตรีศูล เสด็จไสยาสน์ลืมเนตรมาเหนือหลังมยุรา (นกยูง) เป็นพาหนะ” นั่นเอง

ประวัติวันสงกรานต์ 2567

แม้อากาศจะร้อนแค่ไหน แต่เชื่อว่าหลายคนคงไม่อยากพลาดเทศกาลเฉลิมฉลองความสุขครั้งใหญ่นี้ เอาเป็นว่าไดเร็ค เอเชีย ขอส่งความห่วงใยให้คุณ ออกไปเล่นน้ำ แวะเยี่ยมเยือนญาติผู้ใหญ่กันได้เต็มที่ แต่อย่าลืมทาครีมกันแดดและดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อป้องกันอาการ Heatstroke ที่อาจเกิดขึ้นจากความร้อน

นอกจากนี้ก่อนจะเดินทางก็อย่าลืมตรวจเช็กสภาพรถกันให้ดี และเตรียมต่ออายุประกันรถยนต์กันด้วย เพื่อที่จะได้มีผู้ช่วยให้ความคุ้มครองคุณตลอดการเดินทาง ไว้ใจให้ ไดเร็ค เอเชีย ช่วยดูแลได้ เพราะนอกจากจะมีประกันรถยนต์หลากหลายประเภทแล้ว คุณยังสามารถเลือกปรับเปลี่ยนความคุ้มครองได้ตามสไตล์การขับขี่ไปจนถึงไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต เมื่อซื้อประกันรถยนต์กับเรา แถมผ่อนสบาย ๆ 0% นาน 10 เดือน ไม่มีบัตรก็ผ่อนได้ ซื้อวันนี้ฟรี บัตรเติมน้ำมันมูลค่าสูงสุด 3,000 บาท ด่วนจำนวนจำกัด!

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

บทความที่เกี่ยวข้อง

สอบถามข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้าน ประกันรถยนต์ โทรฯ 02 767 7777 หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมคลิก https://www.directasia.co.th/

ไลฟ์สไตล์ประวัติวันสงกรานต์ 2567 เปิดตำนานเทศกาลใหญ่ของไทย