เผยวิธีป้องกัน “โดนดูดเงิน” เงินหายจากบัญชี ควรทำอย่างไร

เผยวิธีป้องกัน “เงินหายจากบัญชี” ควรทำอย่างไร

จากกรณีข่าวผู้เสียหายหลายรายถูกหักเงินออกจากบัญชีธนาคาร โดยกลอุบายของมิจฉาชีพคือการหลอกถามข้อมูลส่วนตัว เพื่อถอนเงินจากบัญชีธนาคาร บัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต ลักษณะการถอนเงิน จะถอนครั้งละจำนวนไม่มากแต่หลายครั้งโดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งล่าสุดมีผู้เสียหายที่ “โดนดูดเงินในบัญชี” ประมาณ 4 หมื่นคน ยอดความเสียหายสูงสุด 2 แสนบาท มูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาทเลยทีเดียว

วิธีป้องกันเงินหายจากบัญชี

เมื่อข่าวได้ถูกเผยแพร่ ทำให้มีหลายเพจ และหลายคนออกมาชี้แนวทางการป้องกันการถูกโอนเงินออกจากบัญชีเบื้องต้น DirectAsia ได้รวบรวมวิธีป้องกันดังกล่าว เผื่อใครกำลังเข้าข่ายเป็นกลุ่มเสี่ยง ก่อนโดนกลโกงของคนร้ายในที่สุด ให้ลองทำตามข้อแนะนำดังต่อไปนี้

1. ปรับวงเงินในบัญชีบัตรเครดิต

ตั้งบัญชีบัตรเครดิต/เดบิตในการทำธุรกรรมในแอปพลิเคชั่นของธนาคาร โดยตั้งวงเงินให้กลายเป็น 0 บาท เมื่อต้องการใช้ซื้อของค่อยเข้าไปเปลี่ยนวงเงินที่ต้องการจะใช้ใหม่ โดยตั้งวงเงินให้พอดีกับการใช้จ่ายในแต่ละครั้ง

2. ยกเลิกการผูกบัญชีผ่านช่องทางต่าง ๆ

ยกเลิกการผูกบัญชีบัตรเครดิต/เดบิต ไว้กับเว็บไซต์ รวมถึงแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ เช่น เฟซบุ๊ก เว็บออนไลน์ แอปฯช้อปปิ้ง Google play หรือ Apple Store ออกให้หมด

3. ลบบัญชีธุรกรรมจาก Facebook

สำหรับคนที่โดนหักเงินจาก Facebook นำเงินไปจ่ายค่ายิงแอดโฆษณา ให้เข้าไปที่ดูการแจ้งเตือนว่า มีคนดึงบัญชีของเราเข้าไปบัญชีโฆษณาของ Facebook หรือไม่ หลังจากนั้นให้ไปไล่หาชื่อของเรา ตรงบทบาทผูดูแลบัญชี และกดลบผู้ใช้ออกทันที หลังจากนั้นให้ลบบัญชีที่ทำไว้เพื่อทำธุรกรรมผ่านเฟซบุ๊กออก

4. อายัดบัตรเครดิต/เดบิต และแจ้งความ

อายัดบัตรและปฎิเสธการชำระเงินค่าบริการทางออนไลน์ จากนั้นให้ตรวจสอบรายการเดินบัญชี รวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้อง โดยสามารถเดินทางไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวนในทุกพื้นที่ใกล้บ้าน เพื่อสืบสวนสอบสวนพิสูจน์ทราบถึงตัวผู้กระทำความผิดและนำตัวมาดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

5. หลีกเลี่ยงการทำธุรกรรมผ่านออนไลน์

กรณีที่คนร้ายได้ข้อมูลที่อยู่ด้านหน้าบัตรเครดิต/เดบิต และตัวเลขรหัส 3 ตัวที่อยู่ด้านหลังบัตร ทำให้คนร้ายนำไปใช้ทำธุรกรรมผ่านทางออนไลน์ที่มีมูลค่าไม่สูงได้ โดยไม่ต้องใช้ OTP ดังนั้น จึงควรหลีกเลี่ยงการทำธุรกรรมที่ไม่น่าเชื่อถือผ่านทางออนไลน์ ที่ต้องแจ้งข้อมูลด้านหน้าบัตรและรหัส 3 ตัวที่อยู่ด้านหลังบัตร หากต้องการเข้าไปที่เว็บไซต์ใด ขอให้พิมพ์ชื่อเว็บด้วยตัวเองเพื่อป้องกันเข้าไปสู่เว็บไซต์ปลอมที่มีความแนบเนียนมาก

นอกจากนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังแนะนำให้ยังประชาชน ควรนำแผ่นสติ๊กเกอร์ทึบแสงปิดรหัส 3 ตัวด้านหลังบัตรเครดิต/เดบิต หรือจดรหัส 3 ตัวดังกล่าวเก็บไว้ แล้วใช้กระดาษทรายลบตัวเลขรหัสดังกล่าวออกจากด้านหลังบัตร เพื่อความปลอดภัยในการใช้จ่ายประจำวัน และป้องกันมิจฉาชีพ ไม่ให้แอบถ่ายรูปด้านหน้าและหลังบัตรเพื่อนำไปใช้จ่ายในโลกออนไลน์ได้

ซื้อประกันออนไลน์กับ DirectAsia ปลอดภัย 100%

ที่ผ่านมา DirectAsia ได้นำเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยมาจัดการระบบการซื้อออนไลน์บนเว็บไซต์ได้อย่างครบวงจร โดยลูกค้าสามารถซื้อประกันรถยนต์ได้ง่ายแค่ 3 ขั้นตอน ด้วยความรวดเร็วเพียง 3 นาที ตั้งแต่เช็กเบี้ยประกันรถยนต์ ปรับแต่งกรมธรรม์ และชำระเงิน

ทั้งนี้ลูกค้าสามารถชำระค่าเบี้ยประกันรถยนต์แบบออนไลน์ด้วยระบบบัตรเครดิต/เดบิต ที่ใช้งานง่าย และปลอดภัย โดยรายละเอียดการชำระเงินทั้งหมดจะถูกบันทึกในฐานข้อมูลของ DirectAsia ทำให้ลูกค้าชำระค่าเบี้ยประกันได้สะดวกสบายมากขึ้น โดยไม่ต้องกรอกข้อมูลบัตรเครดิต/เดบิต ซ้ำเป็นรอบที่สอง และทุกการทำธุรกรรม DirectAsia ไม่มีอำนาจในการหักเงินจากบัตรของลูกค้าไม่ว่ากรณีใดก็ตาม ลูกค้าจะต้องใส่รหัสหลังบัตรเครดิต/เดบิต จากโทรศัพท์มือถือของตนเอง เพื่อชำระเงินในแต่ละงวด ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่าระบบการชำระเงินของ DirectAsia ปลอดภัย ไม่โดนดูดเงิน 100%

บทความที่เกี่ยวข้อง

สอบถามข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้านการประกันภัยรถยนต์  โทร 02-767-7777 หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมพร้อมเช็คราคา ประกันรถยนต์ชั้น 1ประกันรถยนต์ชั้น 2+ , ประกันรถยนต์ชั้น 3+ประกันรถยนต์ชั้น 2 , และ ประกันรถยนต์ชั้น 3 คลิก https://www.directasia.co.th/


การันตีราคาดี ผ่อนสบาย 0% 10 เดือน


ไม่มีเวลาเช็คเบี้ย? ปรึกษากับเราโดยตรงที่นี่