จับตา 5 เทรนด์และเทคโนโลยีประกันรถยนต์ยุคใหม่ในอนาคต

จับตา 5 เทรนด์ และเทคโนโลยีประกันรถยนต์ยุคใหม่ในอนาคต

การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่เข้ามามีบทบาทต่อภาคธุรกิจหลายวงการ ส่วนหนึ่งนับว่าเป็นวิกฤตที่เปิดโอกาสให้กับหลายบริษัทหรือนักลงทุนพัฒนาธุรกิจอย่างรวดเร็ว จนเทรนด์ธุรกิจบนโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากมาย ไม่เว้นแม้แต่อุตสาหกรรมประกันรถยนต์บ้านเราที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง และยังคงยกระดับนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อก้าวให้ทันไลฟ์สไตล์คนไทยที่เปลี่ยนไปทุกวัน

ตั้งแต่ปี 2020-2021 เราได้เห็นเทรนด์เทคโนโลยีใหม่ ๆ ของประกันภัยรถยนต์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความสะดวกสบายในการซื้อ  หรือการเคลมไว ซึ่งในไม่ช้าสิ่งเหล่านี้อาจกลายเป็นปัจจัยพื้นฐานของบริษัทประกันภัย และคลื่นลูกใหม่ที่เข้ามาอาจเป็นตัวกำหนดอนาคตของอุตสาหกรรมประกันภัยรถยนต์ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า DirectAsia จะพาไปส่อง 5 เทรนด์เทคโนโลยีประกันรถยนต์ยุคใหม่ที่น่าจับตามอง จะมีอะไรเข้มข้นขึ้นบ้าง มาดูกัน

  • กรมธรรม์อิเล็กทรอนิกส์ (E-policy)

ถึงแม้ผู้บริโภคส่วนใหญ่จะหันมาซื้อประกันรถผ่านช่องทางออนไลน์หรือบนเว็บไซต์มากขึ้น แต่ในปัจจุบันผู้เอาประกันภัยยังคงได้รับกรมธรรม์ในรูปแบบชุดกระดาษกันอยู่ไม่น้อย ซึ่งในภายหลังอุตสาหกรรมประกันภัยจะพัฒนาการส่งมอบกรมธรรม์ผ่านอีเมลหรือดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชัน เรียกว่า กรมธรรม์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-Policy กันมากขึ้น เพื่อลดขั้นตอนการส่งมอบ และลดการใช้กระดาษที่อาจสิ้นเปลืองทรัพยากรธรรมชาติ

ทั้งยังช่วยให้ผู้เอาประกันภัยได้รับกรมธรรม์ที่เร็วขึ้นตลอด 24 ชม. และผู้เอาประกันยังสามารถเก็บเป็นสำเนา (Soft Copy)ได้ในมือถือโดยไม่เปลืองพื้นที่ในการจัดเก็บ และไม่ต้องกลัวหาย รวมถึงความสะดวกสบายในการนำมาใช้เช่นกัน

  • การปิดช่องว่างทางการตลาด (Untapped Market Space)

ตลาดรถยนต์ในประเทศไทยยังคงคึกคัก ถึงแม้จะมีสถานการณ์ความตึงเครียดของเศรษฐกิจจากพิษโควิด-19 แต่ยอดขายรถยนต์ในประเทศไทยไม่ได้ลดลงอย่างที่คิด กลับพบว่าคนไทยต้องการซื้อรถยนต์มากขึ้นเนื่องจากความกังวลเรื่องความปลอดภัยในการเดินทางกับรถโดยสาร โดยตัวเลขการซื้อรถยนต์ช่วงครึ่งปีแรก 2564 อยู่ที่ 373,191 คัน เพิ่มขึ้น 13.6% จากยอดขายในช่วงเวลาเดียวกันของปี 2563 ซึ่งจะส่งผลให้ความต้องการซื้อประกันรถยนต์อาจเพิ่มสูงขึ้นตามกัน และด้วยเหตุผลที่ว่าคนไทยเริ่มคุ้นชินกับการทำธุรกรรมออนไลน์ จึงเปิดโอกาสให้การซื้อประกันรถออนไลน์เข้ามามีบทบาทมากขึ้น ในเรื่องของความสะดวกและปลอดภัยจากการสัมผัส

เมื่อตลาดรถเติบโตขึ้น ข้อมูลทางการตลาดก็มีมากขึ้น จึงเอื้อประโยชน์ให้บริษัทประกันรถยนต์สามารถทำการตลาดออนไลน์ ค้นหากลุ่มลูกค้าใหม่ และนำเสนอประกันรถยนต์ที่เหมาะสมกับความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบสำหรับองค์กรที่สามารถตอบสนองอุปทานที่สูงนี้ได้อย่างทันท่วงที เพิ่มโอกาสในการขยายฐานลูกค้าได้ในระยะยาว

จับตา 5 เทรนด์ และเทคโนโลยีประกันรถยนต์ยุคใหม่ในอนาคต
  • ประกันที่ปรับเปลี่ยนตามการใช้งาน (Usage Based)

เทคโนโลยีที่น่าจับตามองไม่แพ้กันคืออุปกรณ์ Telematic ที่ติดตั้งกับตัวรถยนต์ สามารถเก็บข้อมูลการเดินทางของรถเพื่อนำมาวิเคราะห์พฤติกรรมการขับขี่ของลูกค้าแต่ละราย อาทิ ตำแหน่งของรถ ความเร็วในการขับขี่ การเบรก หรือเลี้ยวรถ ตลอดจนการประเมินความเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุของลูกค้า เพื่อกำหนดเบี้ยประกันได้อย่างเหมาะสมในแต่ละปี สร้างความเป็นธรรมแก่ลูกค้า และยังสามารถนำข้อมูลการขับขี่ไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่ดีขึ้นต่อไป

  • เทคโนโลยี (Open API)

บริษัทประกันอาจมีการปรับตัวเป็นแพลตฟอร์มตัวกลางมากขึ้นในอนาคต จากการใช้เทคโนโลยี Open API ในการเชื่อมต่อกลุ่มธุรกิจเข้าด้วยกัน ผ่าน Web Application ช่วยให้องค์กรดึงข้อมูลจากคู่ค้าที่มีแนวโน้มเป็นกลุ่มเป้าหมาย เพื่อนำเสนอโปรโมชัน หรือออกแบบกรมธรรม์ให้สอดคล้องกับสิ่งที่ผู้บริโภคสนใจ ไลฟ์สไตล์ และความต้องการแบบเฉพาะเจาะจง ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคที่รวดเร็วมากขึ้นเช่นกัน และเทคโนโลยีนี้ยังเป็นผลดีต่อการทำงานภายในองค์กรด้านการเก็บข้อมูลที่ง่ายขึ้น ช่วยลดกำลังคน และลดความผิดพลาดลงได้อีกด้วย

  • นวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence)

AI (Artificial Intelligence) จะเข้ามามีบทบาทในอุตสาหกรรมประกันรถยนต์มากขึ้น บริษัทประกันหรือนายหน้าประกันจะต้องตื่นตัวต่อการแก้ไขปัญหาให้กับผู้บริโภค โดยมุ่งพัฒนาระบบ AI มาแทนที่ในบางบทบาทของมนุษย์ในอนาคต เพื่อให้บริการและมอบประสบการณ์ที่ดีกว่า เร็วกว่า ลดข้อผิดพลาดได้มากกว่า และราคาประหยัดกว่า ตอบสนองผู้บริโภคยุคดิจิทัลที่ต้องการความรวดเร็วแบบ Real-time เป็นหลัก

จับตา 5 เทรนด์ และเทคโนโลยีประกันรถยนต์ยุคใหม่ในอนาคต

รวมถึงการเบิกเคลมอาจไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอีกต่อไป ผู้บริโภคสามารถรับรู้ล่วงหน้าได้ว่า Surveyor จะมาถึงจุดเกิดเหตุเมื่อใด ในแง่ของการรับ-ส่งข้อมูลระหว่างผู้เอาประกัน บริษัทประกัน และอู่ซ่อมรถ การเปิดใบเคลมในรูปแบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ต้องใช้กระดาษ (Paperless) อีกต่อไป โดยผู้เอาประกันจะสามารถติดตามสถานะการซ่อมได้บนมือถือตลอด 24 ชม. อีกทั้งผู้บริโภคจะได้สัมผัสการให้บริการจากบริษัทโดยสามารถเข้าถึงได้ในทุก Touchpoint ที่ถือเป็นรากฐานแนวโน้มธุรกิจประกันภัยในอนาคต

นวัตกรรมที่ DirectAsia ได้นำมาเสนอ สำหรับวงการประกันภัยรถยนต์ในต่างประเทศมีการปรับตัวกันมานานแล้ว ส่วนประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงพัฒนา และเปลี่ยนผ่านตามระดับ แต่ก็ต้องยอมรับว่าท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลก ผู้บริโภคได้สร้างวัฒนธรรมการจับจ่ายใช้สอยที่ไม่ใช่แค่เน้น Internet of Thing (IoT) เพียงเท่านั้น แต่ยังสร้างความต้องการในแบบเฉพาะตน ผลิตภัณฑ์แทบจะทุกอย่างต้องปรับตัวให้อยู่ในรูปแบบ Tailor Made แล้วทั้งสิ้น

คุณเองก็สามารถ Explore ประกันรถยนต์ที่สนใจ และรับประสบการณ์ซื้อผ่านเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยจาก DirectAsia ที่เว็บไซต์ https://www.directasia.co.th ได้เช่นกัน แล้วคุณมีความคิดเห็นอย่างไร สำหรับเทรนด์ประกันภัยที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นหรือพูดคุยกับเราได้ที่เพจเฟซบุ๊ก DirectAsia Thailand

บทความที่เกี่ยวข้อง

สอบถามข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้านการ ประกันภัยรถยนต์   โทร 02-767-7777 หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมพร้อมเช็คราคา ประกันรถยนต์ชั้น 1 , ประกันรถยนต์ 2+ , ประกันรถยนต์ชั้น 3+ , ประกันรถยนต์ชั้น 2 , และ ประกันรถยนต์ชั้น 3 คลิก https://www.directasia.co.th


การันตีราคาดี ผ่อนสบาย 0% 10 เดือน


ไม่มีเวลาเช็คเบี้ย? ปรึกษากับเราโดยตรงที่นี่