แจ้งเคลมประกันเท็จระวังโดนประกันรถยนต์ฟ้อง

by | เม.ย. 22, 2019 | รู้หรือไม่ | 0 comments

เกร็ดความรู้เกี่ยวกับการเคลมประกันรถยนต์

  • เคลมสด คือ การเคลมที่พนักงานตรวจสอบอยู่ในที่เกิดอุบัติเหตุ: มักจะเป็นอุบัติเหตุที่มีคู่กรณี ผู้บาดเจ็บ รถของเราหรือรถคู่กรณีมีความเสียหายมาก ซึ่งจะต้องมีพนักงานเคลมอยู่ในที่เกิดเหตุ โดยที่การเคลมแบบนี้พนักงานตรวจสอบจะออกเอกสารค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ให้ในทันทีโดยที่สามารถที่จะนำรถไปซ่อมยังอู่ที่อยู่ในเครือได้
  • เคลมแห้ง คือ การเคลมที่พนักงานตรวจสอบไม่ต้องตรวจในที่เกิดเหตุ : มักจะเป็นอุบัติเหตุเล็กน้อย มักจะเป็นการเคลมในแบบที่ไม่มีคู่กรณี ซึ่งจะทำให้ผู้เคลมประกันเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม โดยที่ผู้ขับขี่สามารถที่จะนำรถเข้าซ่อมกับอู่ที่อยู่ในเครือได้ในทันที

 

แต่การเคลมประกันภัยรถยนต์นั้น พี่กู๊ดอยากแจ้งให้ทราบว่า ผู้ขับรถควรจะมีจรรยาบรรณไม่แจ้งเคลมประกันเท็จ หากทางบริษัทประกันได้มีการตรวจสอบแล้วว่าเกิดการแจ้งเคลมประกันเท็จ ปัญหาที่เกิดขึ้นจะไม่ได้มีแค่เพียงบริษัทประกันปฏิเสธไม่ออกใบเคลม ประกันไม่อนุมัติซ่อม หรือโดนยกเลิกประกัน แต่อาจจะบานปลายจนถึงการถูกบริษัทประกันรถยนต์ฟ้องร้องเนื่องจากผู้ขับขี่จะมีความผิด และโทษในทางอาญาอีกด้วยนะครับ พี่กู๊ดขอเตือน

“ให้ความเท็จเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์จากประกันวินาศภัย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ”

แบบไหนถึงเรียกว่า แจ้งเคลมประกันเท็จ?

ปกติแล้วเมื่อเกิดความเสียหายกับรถยนต์ของเรา ต้องมีการแจ้งเคลมประกันขึ้นมา ทางประกันจะรับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นค่าซ่อมรถยนต์ ค่ารักษาพยาบาล (ในกรณีที่มีผู้บาดเจ็บ) รวมถึงความคุ้มครองกรณีรับผิด ซึ่งประกันจะให้ความคุ้มครองในกรณีใดบ้าง ก็ขึ้นอยู่กับประเภทของประกันรถยนต์ที่เลือกใช้

บางกรณีที่ผู้เคลมเลือกที่จะแจ้งเคลมเท็จเพื่อหลีกเลี่ยงการรับผิดชอบและค่าเสียหายจากการซ่อมรถยนต์ของตัวเอง หรือแจ้งเคลมประกันเท็จเพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งไม่ว่าจะเป็นในแบบไหนก็ถือว่ามีความผิดนะครับ บางคนอาจจะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ในเรื่องของการแจ้งเคลม ดังนั้น พี่กู๊ดจะมาอธิบายให้เข้าใจง่ายเกี่ยวกับการแจ้งเคลมแบบผิดๆ พร้อมยกตัวอย่างให้ดูกันครับ

กรณีที่ 1 การแจ้งเคลมประกันเท็จ

ยกตัวอย่างการแจ้งเคลม

บริษัทประกันยอมรับการเคลม: การดำเนินการโดยสุจริต

เกิดอุบัติเหตุรถชนกัน ทั้งรถเราและคู่กรณีเสียหายไม่มาก แจ้งเจ้าหน้าที่แล้ว แต่เจ้าหน้าที่มาล่าช้า ทางคนขับจึงเจรจาตกลงรับเงินมาเองแล้วต่างไปทำธุระกันต่อ ก่อนที่ทางผู้เสียหายส่งเงินที่รับมาให้ทางบริษัทประกันแม้เงินที่รับมาไม่พอกับค่าซ่อมจริงๆ ในส่วนนี้บริษัทปฏิเสธความรับผิดไม่ได้ และจะไปเรียกร้องส่วนที่ขาดอยู่ก็ไม่ได้เช่นกัน

บริษัทประกันปฏิเสธเคลม: การดำเนินการโดยไม่สุจริต

รถของเราได้ถูกชนท้าย ซึ่งได้มีการเจรจารับเงินจากคู่กรณีมาเรียบร้อยแล้ว แต่ยังแจ้งเคลมว่าถอยชนคู่กรณีเพื่อให้บริษัท รับผิดชอบรถคู่กรณีด้วย ในกรณีที่ทางบริษัทสามารถพิสูจน์ได้ ก็มีสิทธิ์ที่บริษัทประกันไม่อนุมัติซ่อมรถคู่กรณีได้

กรณีที่ 2 การแจ้งความเท็จ

กรณีนี้จะเป็นแจ้งความที่ลากยาวไปถึงการแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่พนักงาน ส่งผลให้เกิดการเดือดร้อนต่อบุคคลที่ 3 หรือทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย จะถือว่ามีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท

ตัวอย่างการแจ้งความเท็จ

  • แจ้งความรถสูญหายเพื่อเคลมประกัน ซึ่งในความจริงรถไม่ได้หาย แต่เลือกเป็นแจ้งความเท็จ และจะนับเรื่องฉ้อโกงประกันภัยเพิ่มอีกหนึ่งกระทงอีกด้วย
  • แจ้งความโดยเปลี่ยนตัวผู้ขับขี่ แจ้งคนขับไม่ตรงความจริงในขณะเกิดเหตุ เนื่องจากคนขับจริงๆ อาจจะไม่มีใบขับขี่ หรือเมาสุรา ซึ่งจะถือว่าเข้าองค์ประกอบแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ และผู้อื่นหรือประชาชนได้รับความเสียหายแล้วเป็นต้น

ซึ่งทั้งการแจ้งเคลมเท็จและการแจ้งความเท็จนั้นมีสิทธิ์ที่ทางบริษัทอาจจะยื่นเรื่องคดีฉ้อโกงไปยังผู้เคลมหากได้มีการตรวจสอบแล้วไม่เป็นความจริง รวมทั้งเป็นการเรียกร้องค่าเสียหายจากทางบริษัทประกัน หรือบุคคลที่ 3 ก็ถือจะนับเป็นคดีฉ้อโกง

ประกันรถยนต์ชั้น 1

โดยการพิจารณาว่าเป็นคดีฉ้อโกงหรือไม่จะต้องดูองค์ประกอบดังนี้

  • แถลงข้อความอันเป็นเท็จ
  • ปกปิดข้อความจริงที่ควรจะแจ้ง
  • ตนเอง หรือผู้อื่นได้มาซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด
  • โดยมีเจตนา (เป็นปัจจัยหลัก)

เมื่อถูกพิจารณาเป็นคดีฉ้อโกงแล้ว ทางกฎหมายจะถือว่ามีความผิด และมีโทษในทางอาญา ทั้งนี้ ความผิดฐานฉ้อโกง ถือเป็นความผิดที่ยอมความกันได้ ซึ่งหมายถึงผู้เสียหายและผู้กระทำความผิด สามารถเจรจาคืนทรัพย์สินหรือชำระค่าเสียหายเพื่อยุติคดี ถึงแม้ว่าจะสามารถยอมความกันได้ แต่พี่กู๊ดแนะนำว่าการที่เราแจ้งเคลมอย่างถูกต้องตั้งแต่ต้นจะไม่มีปัญหาและคดีเหล่านี้ขึ้นมาให้เราได้กังวลจะดีกว่านะครับ

เห็นแล้วใช้ไหมครับว่าการที่เราทำประกันรถยนต์นั้นมีเพื่อคุ้มครองเผื่ออุบัติที่จะเกิดขึ้นเท่านั้น พี่กู๊ดไม่สนับสนุนให้ทุกคนเลือกแจ้งเคลมประกันเท็จ หรือ แจ้งความเท็จ หรือจัดฉากอุบัติเหตุเพื่อให้บริษัทประกันภัยรถยนต์ที่ทุกคนได้เลือกใช้ต้องชำระค่าเสียหาย เพราะนอกจากจะได้ไม่คุ้มเสียกันแล้วยังมีคดีอาญาติดตัวไปอีกด้วย หากคุณกำลังเจอสถานการณ์ที่จะตั้งใจจะทำ หรือคิดช่วยเหลือด้วยการแจ้งเคลมเท็จ พี่กู๊ดขอย้ำว่าอย่าลืมคิดถึงผลที่ตามมาด้วย

สำหรับการป้องกันเรื่องการเคลมที่ดีที่สุด คือ การที่เรามีสติในการขับขี่ เพียงเท่านี้เรื่องแจ้งเคลมก็จะเป็นเรื่องที่ไกลตัวกว่าที่คิดแน่นอนครับ พี่กู๊ดคอนเฟิร์ม!



เปรียบเทียบประกันรถยนต์ หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมด้านการประกันรถยนต์ ทั้ง ประกันรถยนต์ชั้น 1, ประกันชั้น 1 เซฟ, ประกันรถยนต์ 2+, ประกันรถยนต์ 3+, ประกันชั้น 2, และ ประกันชั้น 3 คลิกเว็บไซต์ https://www.directasia.co.th หรือสอบถามข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญ โทร 02-767-7844

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

DirectAsia เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ชั้น 1

รู้หรือไม่แจ้งเคลมประกันเท็จระวังโดนประกันรถยนต์ฟ้อง