5 เรื่องต้องรู้ Easy e-receipt ลดหย่อนภาษี ไม่อยากพลาดต้องอ่าน

by | ม.ค. 18, 2024 | รู้หรือไม่ | 0 comments

ช่วงเวลาแห่งการเสียภาษีได้เดินทางมาถึงอีกครั้ง ซึ่งในปี 2567 นี้ ผู้เสียภาษีหลายคนคงได้ยินคำว่า Easy e-receipt ช่วยลดหย่อนภาษี ผ่านหูกันบ่อย ๆ ซึ่งโครงการลดหย่อนภาษีด้วย Easy e-receipt คืออะไร และหากอยากเข้าร่วมโครงการจะต้องทำอย่างไรบ้าง วันนี้ ‘ไดเร็ค เอเชีย (DirectAsia)ประกันรถยนต์ที่อยู่เคียงข้างคนไทยมายาวนาน ได้รวบรวมข้อมูล 5 ข้อที่ควรรู้เกี่ยวกับโครงการลดหย่อนภาษีที่ว่านี้ มาบอกเล่าให้ทุกคนได้เข้าใจกัน

DA_Banner_02

5 ข้อน่ารู้ โครงการ Easy e-receipt ชอปลดหย่อนภาษี 2567

ก่อนจะไปติดตามเรื่องที่ควรรู้ทั้ง 5 ข้อ ขอชวนคุณมาเคลียร์ให้เข้าใจตรงกันก่อนว่า Easy e-receipt คืออะไร หากใครเคยเข้าร่วมโครการช้อปดีมีคืน รับรองเลยว่าจะเข้าใจได้ไม่ยาก เพราะโครงการ  Easy e-receipt คือชื่อใหม่ในร่าง (เกือบ) เดิมของช้อปดีมีคืนนั่นเอง 

โดย Easy e-receipt เป็นโครงการที่ภาครัฐช่วยสนับสนุนการลดหย่อนภาษีให้แก่ประชาชน รวมถึงฝั่งผู้ประกอบการร้านค้าที่เข้าร่วม e-Tax invoice ในการออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ หากใครมีการใช้จ่ายในเกณฑ์ที่กำหนด ในระยะเวลาที่กำหนด คุณก็สามารถขอใบกำกับภาษีเพื่อนำมาใช้ลดหย่อนภาษีได้ เป็นมาตรการที่ได้ประโยชน์ทั้งผู้เสียภาษี รวมถึงทำให้ร้านค้าต่าง ๆ เข้ามาอยู่ในระบบภาษีของประเทศ ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลยจริง ๆ

เมื่อเข้าใจตรงกันแล้วว่าโครงการลดหย่อนภาษี Easy e-receipt คืออะไร คราวนี้เรามาดูกันว่าเงื่อนไขที่คุณต้องรู้ก่อนใช้จ่ายมีอะไรบ้าง เพื่อจะได้ไม่เสียสิทธิ์กันไปเปล่า ๆ มาติดตามไปพร้อมกันเลย

1. Easy e-receipt รองรับเฉพาะบุคคลธรรมดา

โครงการ Easy e-receipt จะรองรับเฉพาะผู้เสียภาษีที่เป็นบุคคลธรรมดาเท่านั้น ไม่ว่าคุณจะประกอบอาชีพพนักงานบริษัท ข้าราชการ หรือทำธุรกิจส่วนตัว ฟรีแลนซ์ ก็สามารถเข้าร่วมโครงการนี้ได้ แต่สำหรับนิติบุคคล ห้างหุ้นส่วนจำกัด ที่เป็นในนามบริษัทจะไม่สามารถใช้วิธีลดหย่อนภาษีกับโครงการ Easy e-receipt ได้

2. Easy e-receipt รองรับเฉพาะร้านค้าที่อยู่ในระบบ e-Tax invoice และยอดค่าใช้จ่ายไม่เกิน 50,000 บาทเท่านั้น

โครงการ Easy e-receipt กำหนดยอดสูงสุดของค่าใช้จ่ายที่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 50,000 บาท แต่ไม่ได้หมายความว่าหากคุณใช้จ่าย 50,000 บาทก็จะได้ลดหย่อนเท่าจำนวนที่จ่ายไป เพราะเมื่อนำหลักฐานใบเสร็จไปแสดงตอนยื่นภาษี ระบบจะมีการคำนวณตามฐานภาษีของผู้เสียภาษีแต่ละคนนั่นเอง

นอกจากนี้โครงการจะรับลดหย่อนภาษีเฉพาะยอดค่าใช้จ่ายที่ใช้กับร้านที่อยู่ในระบบ e-Tax invoice หรือร้านที่ออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น รวมถึงเป็นร้านค้าหรือผู้ให้บริการที่จดทะเบียนอย่างถูกต้อง และอยู่ในระบบภาษี และที่สำคัญคืออยู่ในพื้นที่ของประเทศไทยเท่านั้น

ทั้งนี้มีข้อยกเว้นสำหรับร้านที่ไม่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม คือ จะต้องเป็นสินค้าและบริการที่เป็นสินค้า OTOP หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ลงทะเบียนกับกรมพัฒนาชุมชน หรือหนังสือ หนังสือพิมพ์ นิตยสารเท่านั้น

3. เช็กร้านที่เข้าร่วม Easy e-receipt ได้ที่เว็บไซต์กรมสรรพากร

หากไม่แน่ใจว่าสินค้าหรือบริการที่เราต้องการซื้อนั้น เข้าร่วมโครงการ Easy e-receipt หรือไม่ คุณสามารถตรวจสอบด้วยตนเองผ่านเว็บไซต์ของกรมสรรพากรได้เลย efiling.rd.go.th/rd-questionnaire-web/etax-invoice โดยค้นหาได้จากชื่อสถานประกอบการ ผู้ประกอบการ รวมถึงเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรอีกด้วย และเมื่อซื้อสินค้าหรือบริการแล้ว โดยให้สอบถามเรื่องการออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์กันอีกครั้ง เพื่อไม่ให้เสียสิทธิ์

4. 6 สินค้าและบริการที่ไม่เข้าร่วม Easy e-receipt

สำหรับโครงการ Easy e-receipt จะมีการกำหนดเงื่อนไขหมวดหมู่สินค้าที่ไม่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 6 หมวดหมู่ใหญ่ ดังนี้

  • สินค้ากลุ่มแอลกอฮอล์ ได้แก่ สุรา เบียร์ ไวน์ และ ยาสูบ
  • ค่าสาธารณูปโภค ได้แก่ ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา ค่าบริการโทรศัพท์ ค่าบริการอินเทอร์เน็ต เป็นต้น
  • ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้เติมยานพาหนะ
  • ค่ายานพาหนะต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ รถจักรยานยนต์ เรือ เครื่องบิน
  • ค่าเบี้ยประกันวินาศภัย หมายถึง ประกันที่คุ้มครองความสูญเสียหรือเสียหายจากอุบัติเหตุต่าง ๆ
  • สินค้าหรือบริการที่มีข้อสัญญาผูกมัด ซึ่งเริ่มต้นก่อนวันที่ 1 มกราคม 2567 หรือสัญญามีการสิ้นสุดหลังวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2567

5. ระยะเวลาของโครงการ Easy e-receipt

โครงการ Easy e-receipt สำหรับใช้ลดหย่อนภาษี จะมีระยะเวลาโครงการระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2567 ถึงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2567 โดยจะนำไปใช้ลดหย่อนภาษีประจำปี 2567 ซึ่งใช้ลดหย่อนภาษีที่จ่ายช่วงต้นปี 2568 หรือปีถัดไปนั่นเอง ระวังสับสนกันให้ดี

easy e-receipt ลดหย่อนภาษี

รู้จักโครงการ Easy e-receipt ที่ใช้ลดหย่อนภาษีกันไปแล้ว คราวนี้อย่าลืมวางแผนใช้จ่ายและเก็บเอกสารใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์สำหรับยื่นลดหย่อนกันให้ดี เพราะโครงการนี้จะไม่สามารถนำใบเสร็จกระดาษมาลดหย่อนได้เด็ดขาด

สำหรับงวดการเสียภาษี 2566 ผู้เสียภาษีทุกท่านสามารถวางแผนยื่นภาษีในระบบได้ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2567 สำหรับการยื่นภาษีรูปแบบกระดาษ ที่ยื่นโดยตรงกับกรมสรรพากร และวันที่ 8 เมษายน 2567 สำหรับการยื่นภาษีรูปแบบออนไลน์

ถึงแม้ว่าประกันรถยนต์จะไม่เข้าร่วมในโครงลดหย่อนภาษี Easy e-receipt แต่การมีประกันรถยนต์ก็เป็นเรื่องสำคัญที่คนมีรถไม่ควรละเลยเป็นอันขาด เพื่อช่วยเพิ่มความคุ้มครองให้กับชีวิตและทรัพย์สินของคุณ รวมถึงค่าใช้จ่ายต่าง ๆ อีกด้วย

สนใจติดต่อ ไดเร็ค เอเชีย ได้เลย เรายินดีและพร้อมให้บริการ นอกจากนี้คุณยังสามารถเลือกปรับเปลี่ยนความคุ้มครองได้ตามสไตล์การขับขี่ของคุณ ไม่ว่าจะเป็น ประกันชั้น 1, ประกันรถยนต์ชั้น 1 เซฟ, ประกันรถยนต์ 2+, ประกันรถยนต์ 3+, ประกันชั้น 2, และ ประกันชั้น 3 แถม ผ่อนสบาย ๆ 0% นาน 10 เดือน ไม่มีบัตรก็ผ่อนได้ ซื้อวันนี้ฟรี โค้ดเติมน้ำมันมูลค่าสูงสุด 3,000 บาท ด่วนจำนวนจำกัด!

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

DirectAsia ประกันรถยนต์

บทความที่เกี่ยวข้อง

สอบถามข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้าน ประกันรถยนต์ โทรฯ 02 767 7777 หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมพร้อม เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ ทั้ง ประกันชั้น 1, ประกันรถยนต์ชั้น 1 เซฟ, ประกันรถยนต์ 2+, ประกันรถCยนต์ 3+, ประกันชั้น 2, และ ประกันชั้น 3 คลิก https://www.directasia.co.th/

DA_Banner_04

รู้หรือไม่5 เรื่องต้องรู้ Easy e-receipt ลดหย่อนภาษี ไม่อยากพลาดต้องอ่าน