ต้นไม้หักโค่นใส่รถ ประกันรับผิดชอบไหม

ต้นไม้หักโค่นใส่รถ ประกันรับผิดชอบไหม

เข้าสู่หน้าฝน สิ่งที่น่ากลัวคือลมพายุและฝนฟ้าคะนองที่อาจกลายเป็นภัยพิบัติสร้างความเสียหายแก่รถยนต์และผู้ขับขี่บนท้องถนน โดยเฉพาะอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งอย่างต้นไม้หักโค่นกีดขวางทางหรือทับรถ แล้วจะทำอย่างไรหากคุณตกเป็นผู้เคราะห์ร้ายจากเหตุการณ์ต้นไม้โค่นทับรถดังกล่าว ประกันรถจะคุ้มครองหรือไม่? ใครต้องรับผิดชอบ? มาดูกัน

ต้นไม้หักโค่นใส่รถ ใครรับผิดชอบ

กรณีที่ต้นไม้หรือกิ่งไม้ร่วงหล่นลงมาทับรถ อันเนื่องมาจากลมพายุ ฟ้าฝน นับว่าเป็นเหตุสุดวิสัย ดังนั้นจะโทษใครหรือเรียกร้องเอาค่าเสียหายกับใครไม่ได้ครับ แต่หากต้นไม้หักลงมาเองโดยไม่ได้เกิดจากเหตุสุดวิสัยหรือสภาพอากาศแปรปรวน เป็นความบกพร่องของเจ้าของต้นไม้ที่ไม่ยอมโค่นหรือค้ำจุนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น แบบนี้คุณสามารถเรียกร้องค่าเสียหายจากเจ้าของต้นไม้ได้ครับ ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ของกรมทางหลวง เทศบาล หรือเพื่อนบ้าน

ต้นไม้โค่นทับรถยนต์

“ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 434 ถ้าความเสียหายเกิดขึ้นเพราะเหตุที่โรงเรือน หรือ สิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นก่อสร้างไว้ชำรุดบกพร่องก็ดี หรือบำรุงรักษาไม่เพียงพอก็ดี ท่านว่าผู้ครองโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างนั้น ๆ จำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน แต่ถ้าผู้ครองได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควร เพื่อปัดป้องมิให้เกิดเสียหายฉะนั้นแล้ว ท่านว่าผู้เป็นเจ้าของจำต้อง ใช้ค่าสินไหมทดแทน”

แต่ในทางกลับกัน หากคุณเป็นผู้กระทำผิดเสียเอง หรือทำโดยความประมาท เช่น จอดในที่ห้ามจอด มีป้ายเตือนถึงอุบัติเหตุแล้วแต่ยังจอด หรือจอดในพื้นที่ของคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต แบบนี้ศาลไม่รับฟ้อง และคุณอาจต้องรับค่าเสียหายไว้เองครับ

กรณีที่ไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของต้นไม้

หากคุณไม่สามารถหาเจ้าของต้นไม้หรือไม่แจ้งเบาะแสให้แก่บริษัทประกันได้ คุณจะต้องรับผิดชอบค่าเสียหาย และซ่อมรถเองครับ เว้นแต่ว่าคุณทำประกันภัยรถยนต์ที่คุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถยนต์แบบไม่ทราบคู่กรณี หรือประกันรถยนต์ชั้น 1 ก็จะได้รับค่าชดเชยจากเหตุดังกล่าวตามเงื่อนไขกรมธรรม์ครับ

direct asia

ประกันรถยนต์ชั้นไหนคุ้มครองได้บ้าง

ใช่ว่าประกันรถยนต์ทุกชั้นจะให้ความคุ้มครองนะครับ แต่หากคุณทำประกันรถยนต์ชั้น 1 ถือว่าหมดห่วงแน่นอน เพราะประกันรถชั้น 1 ให้ความคุ้มครองต่อตัวรถยนต์แม้จะไม่ทราบคู่กรณี ไม่ทราบเจ้าของต้นไม้ที่โค่นใส่รถคุณ หรือแม้แต่ลมพายุพัดเป็นสาเหตุให้กิ่งไม้หักก็ตาม อีกทั้งยังคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้วย

ส่วนประกันรถชั้นอื่น ๆ เช่น ประกันรถยนต์ชั้น 2+ ประกันรถยนต์ชั้น 3+ หรือประกันรถยนต์ชั้น 2 ควรสอบถามความคุ้มครองกับเจ้าหน้าที่ประกันภัยให้ชัดเจนว่า กรมธรรม์ที่คุณสนใจคุ้มครองรถจากเหตุต้นไม้โค่นทับหรือไม่ เพราะแต่ละบริษัทประกัน อาจมีเงื่อนไขความคุ้มครองที่ไม่เหมือนกันครับ

ป้องกันรถจากอุบัติเหตุต้นไม้โค่นทับได้อย่างไร?

• เลือกที่จอดให้ปลอดภัย

เมื่อต้องจอดรถนอกบ้าน หรือข้างทาง ไม่ควรจอดใต้ต้นไม้ใหญ่ เนื่องจากกิ่งไม้เล็ก ๆ อาจร่วงลงมาใส่หลังคารถได้ และไม่ควรจอดรถข้างต้นไม้ในช่วงสภาพอากาศแปรปรวนครับ เพื่อเลี่ยงการโดนต้นไม้หักโค่นทับรถนั่นเอง

• ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกจากบ้าน

ในช่วงฤดูฝนมีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดลมพายุหรือสภาพอากาศแปรปรวน ส่งผลให้ต้นไม้ที่ผุกลวงหรือมีแนวโน้มว่าจะหัก อาจโค่นมาทับรถของคุณได้ ดังนั้นการตรวจสอบสภาพอากาศก่อนก็อาจช่วยให้คุณทราบล่วงหน้าได้ว่าวันไหนมีลมแรง ช่วงไหนมีฝนตกหนัก จะได้ลดความเสี่ยงในการเข้าใกล้ต้นไม้ได้ครับ

• ทำประกันรถยนต์

ถึงแม้ว่าประกันรถยนต์จะไม่ช่วยป้องกันต้นไม้โค่นทับรถ แต่อย่างน้อยก็ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้คุณ ในกรณีที่ไม่สามารถหาคู่กรณีมารับผิดชอบได้ครับ อีกทั้งบริษัทประกันยังคอยช่วยไล่สืบหาผู้กระทำผิดมาชดใช้ค่าเสียหายให้ โดยที่คุณไม่ต้องมานั่งเสียเวลาลงมือลงแรงเอง ยังไงก็สบายใจไปอีกเรื่องครับ

นอกจากอุบัติเหตุที่มากับฟ้าฝน อีกเรื่องที่พี่กู๊ดเป็นห่วงคือสุขภาพของทุกคน เมื่อดูแลรถแล้วอย่าลืมดูแลตัวเองด้วยครับ พกร่มหรือเสื้อกันฝนเมื่อต้องออกจากบ้าน และหากต้องการความช่วยเหลือในช่วงฟ้าฝนไม่เป็นใจแบบนี้ ซื้อประกันกับไดเร็คเอเชีย มีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินฟรี! ตลอด 24 ชม. โทรมาปรึกษาเจ้าหน้าที่ได้ทุกเมื่อที่เบอร์ 02-767-7788 ครับ

บทความที่เกี่ยวข้อง

สอบถามข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้านการประกันภัยรถยนต์  โทร 02-767-7777 หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมพร้อมเช็คราคา ประกันรถยนต์ชั้น 1, ประกันรถยนต์ชั้น 2+, ประกันรถยนต์ชั้น 3+, ประกันรถยนต์ชั้น 2, และ ประกันรถยนต์ชั้น 3 คลิก www.directasia.co.th