น้ำท่วมรถ แต่ทำไมประกันถึงไม่ให้เคลม…ส่วนนี้?

น้ำท่วมรถ เคลมประกันได้ไหม

น้ำท่วมรถ แต่ทำไมประกันถึงไม่ให้เคลม…ส่วนนี้?

สียงครืน ๆ แบบนี้ สัญญาณบอกล่วงหน้าแล้วว่ารถของคุณเตรียมลุยฝนกัน หรือ น้ำท่วมรถ เรื่องชวนกลุ้มใจช่วงฤดูฝนและช่วงพายุเข้า คงไม่พ้นล้างรถมาใหม่เอี่ยมแล้วฝนตกและเรื่องของน้ำท่วมตามท้องถนนที่คาดเดาความลึกไม่ได้แต่เสี่ยงรถพังแบบไม่รู้ตัว หลายครั้งที่มั่นใจในฝีมือการขับขี่ขอลุยน้ำกลายเป็นว่ารถดับกลางทาง แถมเสียหายหนักกว่าเดิม

หากเป็นไปได้ ในช่วงหน้าฝนควรเช็ค ยางรถยนต์ให้มีดอกยางที่ลึกมากพอ ใบปัดน้ำฝนที่สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ไฟหน้าที่ช่วยในการส่องทางให้เห็นและเบรคที่ต้องใช้งานมากขึ้นเมื่อต้องเจอฝน เพื่อให้การเดินทางเป็นไปได้แบบชิว ๆ สบายใจตลอดเส้นทางที่เป็นน้ำขัง แต่ถ้าเมื่อไหร่แล้วที่น้ำมีระดับสูงขึ้นจนกลายเป็นน้ำท่วมแล้วก็ต้องตั้งสติให้ดี เพราะน้ำท่วมกับรถยนต์เป็นสิ่งที่ไม่ควรเจอกันมากที่สุด

 

ระดับน้ำสูงเท่านี้อย่าเพิ่งเสี่ยงดีกว่า

5-20 เซนติเมตร: ระดับนี้ไม่ส่งผลเสียต่อการเดินทาง แต่อาจส่งผลแค่อาจทำความเสียหายให้กับรถยนต์ (รถเก๋ง) บ้างจากสายน้ำที่อาจทำให้เกิดสนิมจากความชื้นของน้ำหากปล่อยไว้ไม่ดูแลทำความสะอาดดูแล

20 -40 เซนติเมตร : หากวัดกับความสูงของคนก็ประมาณหัวเข่าขึ้นไปจนถึงต้นขา ปริมาณน้ำระดับนี้เริ่มเป็นปัญหา ระดับความสูงของน้ำที่เกินครึ่งล้อแบบนี้อาจส่งผลให้ท่อไอเสียจม และน้ำอาจเริ่มซึมเข้ามาในรถสร้างความเสียหายแก่พรม แต่ยังไม่เป็นปัญหาสำหรับรถกระบะที่มีความสูงมากกว่า

40 -60 เซนติเมตร : รถกระบะทั่วไปนั้นอาจสามารถวิ่งได้อยู่ แต่ก็ต้องลุ้นพอสมควรหากต้องขับสวนกับรถในเลนตรงข้าม เพราะอาจจะจะเกิดคลื่นน้ำที่จะทำให้น้ำเกิดความสูงกว่าปกติทำให้เข้าเครื่องได้ เมื่อเจอน้ำในระดับนี้ควรปิดเครื่องปรับอากาศทันที

60 เซนติเมตรขึ้นไป : ความสูงของน้ำระดับนี้ถือว่าเป็นอันตรายต่อรถยนต์ทุกประเภท เพราะน้ำอาจมีสิทธิไหลเข้ากรองอากาศได้ง่ายกว่า เพราะถ้าน้ำไหลเข้ากรองอากาศแล้ว สามารถทำให้เครื่องยนต์หยุดชะงักและสร้างความเสียหายต่อระบบต่าง ๆ ได้

 

น้ำท่วมขนาดนี้แล้ว รถจะเคลมประกันได้ไหม

    ประกันประเภท 1 รถน้ำท่วมสามารถเคลมได้ดังนี้

  1. ถ้ารถได้รับความเสียหายสิ้นเชิง บริษัทจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนเต็มจำนวนเงินเอาประกันภัย ที่ระบุไว้ในตาราง

     ในกรณีที่เอาประกันภัยไว้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่ารถยนต์ในขณะที่เอาประกันภัย ผู้เอาประกันภัย หรือผู้รับประโยชน์แล้วแต่กรณีต้องโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ให้แก่บริษัททันทีโดยค่าใช้จ่ายของบริษัท และให้ถือว่าการคุ้มครองรถยนต์นั้นเป็นอันสิ้นสุด

รถยนต์เสียหายสิ้นเชิงในที่นี้หมายถึง รถยนต์ได้รับความเสียหายจนไม่อาจซ่อมให้อยู่ในสภาพเดิมได้ หรือเสียหายไม่น้อยกว่าร้อยละ 70  ของมูลค่ารถยนต์ในขณะเกิดความเสียหาย

  1. ในกรณีรถยนต์ได้รับความเสียหาย แต่ไม่ถึงกับเสียหายสิ้นเชิง บริษัท และผู้เอาประกันภัยอาจจะตกลงกันให้มีการจัดซ่อม หรือเปลี่ยนรถยนต์ หรือชดใช้เป็นเงินก็ได้ แต่หากตกลงกันไม่ได้ก็ให้ดำเนินการจัดซ่อมโดยอู่กลางการประกันภัยตามที่ คปภ. แต่งตั้ง

ข้อควรปฎิบัติ

หากน้ำเข้าไปในตัวรถนั้น ควรจะเปิดประตูรถทั้งหมด หรือเอาไปจอดตากแดดไว้ ไล่ความอับชื้น แล้วก็ถอดเบาะทั้งหมด พรมปูพื้น เอามาซักทำความสะอาดให้เรียบร้อย  ในส่วนของผ้าเบรกนั้น เมื่อพ้นสภาพการลุยน้ำแล้วควรเดินหน้าถอยหลังแล้วเบรกแรง ๆ หลาย ๆ เที่ยว เป็นการรีดน้ำออกจากผ้าเบรกให้ประสิทธิภาพในการทำงานกลับมาดีเหมือนเดิม

      ถึงแม้ว่าสถานการณ์ลุยน้ำท่วมอาจจะไม่เกิดขึ้นได้บ่อย แต่หากบังเอิญเจอหรือตกอยู่ในสภาพน้ำท่วมสูงก็คงจะหัวเราะไม่ออก คงจะดีกว่าถ้ามีการทำประกันภัยรถยนต์ให้อุ่นใจ ถึงแม้ว่าน้ำจะท่วมสูงแค่ไหนก็สบายใจได้ว่ามีประกันรถยนต์ช่วยคุ้มครองให้คุณได้อุ่นใจและมั่นใจกว่าเดิม

 

สอบถามข้อมูลหรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อไดเร็คเอเชีย ติดต่อที่ 02-767-7777 หรือติดต่อได้ที่ www.directasia.co.th  หรือ ดูข้อมูลประกันรถยนต์ประเภทอื่นๆ เช่น ประกันรถยนต์ 12+ ,3+,2 , และ 3🙂


การันตีราคาดี ผ่อนสบาย 0% 10 เดือน


ไม่มีเวลาเช็คเบี้ย? ปรึกษากับเราโดยตรงที่นี่