ถ้าโดนชนจะเรียกค่าสินไหมจากคู่กรณีได้ไหมนะ?

ถ้าโดนชนจะเรียกค่าสินไหมได้ไหม

ถ้าโดนชนจะเรียกค่าสินไหมจากคู่กรณีได้ไหมนะ?

หากคุณที่ใช้รถใช้ถนนในการเดินทางเป็นประจำ คงมีโอกาสได้เจออุบัติเหตุบนท้องถนนอยู่บ้าง ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยครองสถิติผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนสูงสุดเป็นอับหนึ่งของโลก โดยสถิติจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติในปี 2560 มีจำนวนคดีอุบัติเหตุจราจรทางบก 85,812 ครั้ง หรือเฉลี่ย 235 ครั้งต่อวัน 10 ครั้งต่อชั่วโมง ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าคุณก็มีโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุรถยนต์บ้างเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นในฐานะผู้เสียหาย หรือผู้ผิด ดังนั้น การที่คุณรู้ขอบข่ายของประกันรถยนต์ของคุณว่าคุ้มครองในส่วนใดบ้าง ย่อมช่วยให้คุณปฏิบัติตนและจัดการอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี

 

การประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ ประกันนี้ รถทุกคันต้องมี

การประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ หรือ พ.ร.บ. คือ สิ่งที่ทางกฎหมายบังคับให้รถทุกคันที่ต้องมีประกันภัย พรบ. (ยกเว้นรถบางประเภทที่กฎหมายไม่ได้บังคับต้องจัดทำพรบ.) เพื่อที่จะให้ความคุ้มครอง โดยประกันส่วนนี้จะดูแลค่ารักษาพยาบาลของทั้งคนที่อยู่ในรถคันที่เกิดอุบัติเหตุทั้งฝ่ายผิดและฝ่ายถูกหรือในกรณีเป็นบุคคลที่ 3 ทันทีโดยไม่ต้องรอพิสูจน์ว่าใครผิดใครถูกภายใน 7 วัน ในกรณีบาดเจ็บ จะจ่ายตามจริงคนละไม่เกิน 30,000 บาท  ในกรณีสูญเสียอวัยวะหรือเสียชีวิต คนละ 35,000 บาท

“หลังจากมีการพิสูจน์ แล้วถ้าคุณเป็นฝ่ายถูกก็สามารถเบิกเพิ่มเติมจากฝ่ายผิดได้เพิ่มเติมทั้งหมดสูงสุด”

ในกรณีบาดเจ็บคนละไม่เกิน 84,000 บาท ในกรณีสูญเสียอวัยวะ / ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิตได้รับสูงสุดคนละไม่เกิน 304,000 บาท หรือ ในกรณียังไม่พิสูจน์ใครฝ่ายผิด และฝ่ายถูกสำหรับผู้ประสบภัยที่เป็นบุคคลภายนอกรถและผู้รับประกันภัยรถอื่นจะร่วมกันจ่ายค่ารักษาพยาบาล ค่าทดแทน หรือค่าปลงศพ โดยเฉลี่ยฝ่ายละเท่า ๆ กัน

ข้อดี : ช่วยคุ้มครองหากบาดเจ็บ ทุพลลภาพ หรือเสียชีวิต

ข้อเสีย : ไม่ครอบคลุมถึงตัวรถยนต์ของเรา ถ้าเกิดความเสียหาย

 

ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ  มีไว้อุ่นใจกว่า

อย่างที่บอก นี่คือประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ ดังนั้นจะทำหรือไม่ทำก็ได้ แต่ถ้ามีไว้ก็เป็นการลงทุนเพื่อกระจายความเสี่ยงของการอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นกับเราได้ ซึ่งประกันรถยนต์ภาคสมัครใจนั้นจะคุ้มครองทั้งคนและรถซึ่งมีความครอบคลุมมากกว่าพรบ.ปกติ อีกทั้งยังมีหลากหลายรูปแบบให้เจ้าของรถให้ได้ตัดสินใจเลือกกัน เราจะลองเปรียบเทียบการคุ้มครองของแต่ละรูปแบบให้ได้ลองตัดสินใจกันดู

ประกันประเภท 1 หรือ ประกันชั้น 1 ประกันประเภทนี้จะคุ้มครองทุกความเสียหาย และทุกเหตุการณ์ความเป็นไปได้ ทั้งอุบัติเหตุ รถสูญหาย รถเสียหาย แบบทั้งมีคู่กรณี หรือไม่มีคู่กรณีก็สามารถเคลมได้ ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ผิด หรือผู้เสียหาย สบายใจหายห่วงได้เลย

ประกันประเภท 2+ นั้นจะเป็นประกันที่มีความคุ้มครองรองลงมาจากชั้น 1 ในกรณีที่เกิดรถชนกับยานพาหนะทางบก (ทั้งรถยนต์ จักรยานยนต์และอื่นๆ ) จะคุ้มครองทั้งรถเราและรถเขา โดยคุณทั้งคู่ต้องอยู่ในที่เกิดเหตุ นอกจากนี้ยังคุ้มครองรถยนต์ในกรณีรถสูญหายหรือไฟไหม้ด้วย

มีความคุ้มครองที่น้อยลงมาในส่วนของเรื่องความคุ้มครองในกรณีเกิดอุบัติเหตุการชน โดยในประกันภัยชั้น 2 นั้นจะไม่ได้รับความคุ้มครองในส่วนความเสียหายที่เกิดจากการชน จะคุ้มครองเฉพาะความเสียหายของคู่กรณี นอกจากนี้ยังคุ้มครองรถยนต์ในกรณีรถสูญหายหรือไฟไหม้เช่นเดียวกับประกันชั้น 2+ ด้วย

ประกันชั้น 3 นั้นมีความคุ้มครองน้อยที่สุด ไม่ว่าจะเกิดเรื่องอะไรทางประกันจะคุ้มครองเฉพาะความเสียหายของคู่กรณีเท่านั้น

กรณีที่คุณอยู่ในสถานการณ์รถชนระหว่างคู่กรณีที่ประกันรถยนต์แตกต่างกัน ทางประกันจะเป็นคนชำระให้คู่กรณีต่อเมื่อคุณเป็นฝ่ายผิด ทั้งนี้ อุบัติเหตุต่าง ๆ จะส่งผลต่อเบี้ยประกันในปีถัด ๆ มา โดยจะนับจากการกรณีที่คุณเป็นผู้ผิด

 

เสียหายแบบนี้เรียกร้องค่าสินไหมได้ไหมนะ?

อุบัติเหตุในบางครั้งก่อให้เกิดความเสียหาย อาจจะได้รับบาดเจ็บ หรือ รถยนต์ต้องส่งซ่อม อาจจะทำให้เกิดค่าเสียเวลา เช่น ไม่มีรถขับไปทำงาน เข้าโรงพยาบาลไม่สามารถทำงานได้ ในกรณีที่เราเป็นผู้เสียหาย และพิสูจน์ได้ว่าเราเป็นผู้ถูกจับสามารถเรียกค่าสินไหมชดเชยจากฝ่ายผิดได้นอกเหนือจากการเคลมรถ

 

ก่อนตัดสินใจจะซื้อประกันรถยนต์แล้วนั้น ลองตัดสินใจให้ถี่ถ้วน เพราะรูปแบบการคุ้มครองที่หลากแบบหลายสไตล์นั้นมีค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกัน ทั้งนี้ ควรเปรียบเทียบนิสัยการขับขี่กับการคุ้มครองที่คุณจะได้รับให้ดี เพื่อความคุ้มค่าในการทำประกันรถยนต์

 

สอบถามข้อมูลหรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อไดเร็คเอเชีย ติดต่อที่ 02-767-7777 หรือติดต่อได้ที่ www.directasia.co.th  หรือ ดูข้อมูลประกันรถยนต์ประเภทอื่นๆ เช่น ประกันรถยนต์ 12+ ,3+,2 , และ 3🙂


การันตีราคาดี ผ่อนสบาย 0% 10 เดือน


ไม่มีเวลาเช็คเบี้ย? ปรึกษากับเราโดยตรงที่นี่