มือใหม่..เตรียมซื้อรถ วางแผนให้พร้อมได้ทั้งรถที่ใช่ ประกันรถที่ครอบคลุม

มือใหม่..เตรียมซื้อรถ สำหรับประกันรถที่ครอบคลุม

มือใหม่..เตรียมซื้อรถ วางแผนให้พร้อมได้ทั้งรถที่ใช่ ประกันรถ ที่ครอบคลุม

สำหรับช่วงปลายปีแบบนี้เป็นช่วงที่ใครหลายคนได้รับโบนัสประจำปี บวกกับงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 35 หรือ Motor expo 2018 ก็เวียนมาบรรจบพอดี จึงเป็นโอกาสเหมาะในการเลือกซื้อรถยนต์คู่ใจสักคัน เพราะเงินมีพร้อมในระดับหนึ่ง และโปรโมชั่นลดราคาทำให้ได้รถที่คุ้มค่าในราคาที่ถูกลง แต่ก่อนที่จะตัดสินใจเป็นเจ้าของรถสักคน พี่กู๊ดมีเช็คลิสต์คร่าวๆ มาให้คุณได้ลองพิจารณาและศึกษากันดูครับ เพื่อให้การเลือกรถในครั้งนี้คุ้มค่าในการใช้งานไม่ทำร้ายงบในกระเป๋าเราครับ

  1. ดูงบประมาณในกระเป๋า

ความคิดแรกที่หลายคนตัดสินใจซื้อรถเพื่อความสบายในการเดินทางส่วนตัว แต่พี่กู๊ดขอเตือน หากคุณเลือกซื้อรถที่มีราคาเกินกำลังทรัพย์ ความสบายในส่วนการเดินทางอาจจะกลายเป็นความทุกข์ใจในภายหลังเนื่องจากภาระการผ่อนรถที่ต้องแบกรับไว้หลายปี อีกทั้งรถถือเป็นสินทรัพย์ที่มีการเสื่อมสภาพ ทำให้มูลค่าลดลงตามไปด้วย ดังนั้นจึงควรเลือกซื้อรถยนต์ในระดับราคาที่พอจ่ายไหวและเท่าที่จำเป็นต้องใช้ก็เพียงพอแล้ว

เราควรจะตั้งงบประมาณไว้ที่เท่าไหร่กันดี ?

พี่กู๊ดขอแนะนำว่า ให้ลองคำนวณจากรายได้ของเราในแต่ละเดือน สำหรับค่าใช้จ่ายต่อประกันรถ โดยค่าผ่อนรถยนต์ และ ค่าใช้จ่ายเรื่องรถ (อย่าง ค่าน้ำมัน ค่าแก๊ส และค่าธรรมเนียมการเดินทาง เช่น ค่าทางด่วน ค่าที่จอดรถ) จะต้องไม่เกิน 40% ของเงินเดือนถึงจะเหมาะสม หากเกินกว่านั้นจะส่งผลถึงค่าใช้จ่ายที่มากขึ้นในแต่ละเดือนและอาจไม่เพียงพอต่อการผ่อนจ่ายในอนาคต

ยกตัวอย่าง พี่กู๊ด มีเงินเดือน 30,000 บาท ซื้อรถ Toyota Yaris รุ่นปี 2017 ราคาอยู่ที่ 479,000 บาท ราคาดาวน์อยู่ที่ 20% ผ่อนชำระ 60 เดือน

ดังนั้น พี่กู๊ดต้องเตรียมเงินดาวน์อยู่ที่ 95,800 บาท และมีค่าใช้จ่ายต่อทั้งปีดังนี้

 

ค่าใช้จ่ายต่อปี

จำนวนเงินต่อปี

หมายเหตุ

ค่าผ่อนรถ 80,436 คำนวณจากโปรโมชั่นที่ดอกเบี้ย 0.99% ต่อปี
ค่าต่อทะเบียนและพ.ร.บ. 1,600
ค่าน้ำมัน 21,600 ใช้รถวันละ 30 กม. เฉลี่ยค่าน้ำมัน 2 กม./บาท
ค่าประกันรถยนต์ชั้น 1 จาก DirectAsia 16,032 ประกันชั้น 1 (ค่าเสียหายส่วนแรก 5,000 บาท)
ค่าใช้จ่ายต่อปี 119,668
ค่าใช้จ่ายต่อเดือน (โดยเฉลี่ย) 9,973  

 

จากตารางที่พี่กู๊ดแจกแจงไว้นั้นยังไม่รวมกับค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยอื่น ๆ เกี่ยวกับรถ เช่น ค่าล้างรถ การขัดเคลือบสีรถ ค่าดูแลรักษาภายใน รวมไปถึงการชำรุดเล็กน้อย อย่างไฟเลี้ยว ไฟส่องสว่างขาด หรือการเสียอื่น ๆ นอกจากประกัน เช่น สายพาน เบรก หากจะซื้อรถแล้ว อย่าลืมคำนวณในส่วนนี้เพิ่มเติมด้วยนะครับ

 

  1. เลือกประเภทรถที่ต้องการ

ก่อนตัดสินใจซื้อ พี่กู๊ดแนะนำให้ลองคิดถึงการใช้งานปกติของเราในชีวิตประจำวัน สำหรับคนที่เน้นอยู่ในเมืองเป็นหลัก มีผู้โดยสารประจำไม่เกินไม่เกิน 3  คน พี่กู๊ดแนะนำว่า อาจจะมองเป็นรถซีดานขนาดเล็ก เหมาะกับการใช้ชีวิตในเมือง มีโดยอาจจะมองหาจุดเด่นเรื่องความประหยัดน้ำมันเพิ่มเติมด้วยก็จะยิ่งเหมาะสม หรือหากใครที่มีครอบครัวขนาดใหญ่ รถยนต์ขนาดใหญ่ และรถยนต์อเนกประสงค์ถือเป็นทางเลือกที่ดีครับ นอกจากจะรองรับกับจำนวนสมาชิกแล้ว ยังสามารถใช้เดินทางไปต่างตัวหวัดได้บ่อยๆ

เมื่อได้ประเภทรถที่ตั้งใจไว้แล้ว ลองนำงบมามองหารุ่นที่ต้องการ ซึ่งปัจจุบัน มีงบในประมาณ 5-6 แสนบาท ก็สามารถเป็นเจ้าของ รถอีโคคาร์ซึ่งมีทั้งแบบแฮชแบ็ก 5 ประตู และ 4 ประตู หรือรถประเภทซิตี้คาร์ที่คันใหญ่ขึ้นมาหน่อย หากใครที่จำเป็นต้องใช้งานรถไซส์ใหญ่ ในงบเท่านี้ก็พอที่จะเลือกรถยนต์อเนกประสงค์ประเภท MPV ได้เหมือนกัน

 

  1. เลือกประกันรถยนต์

นอกเหนือจากค่าพรบ. หรือ ประกันรถยนต์ภาคบังคับที่ทางกฎหมายกำหนดให้รถยนต์ทุกชนิดต้องทำเพื่อคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถที่เป็นบุคคลอื่นๆ (ไม่ใช่เจ้าของรถ) ที่บาดเจ็บหรือเสียชีวิตหากเกิดอุบัติเหตขึ้นแล้ว ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจที่เรามักจะเรียกว่าประกันชั้น 1 ชั้น 2 หรือ ชั้น 3 ก็เป็นอีกส่วนที่เราต้องใส่ใจเมื่อต้องซื้อรถครับ เพราะ ประกันภาคสมัครใจนั้นจะมีการคุ้มครองและช่วยผ่อนเบาภาระค่าใช้จ่ายเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้น

โดยการเลือกประกันรถยนต์ภาคสมัครใจนั้น ไม่ควรเช็คแค่ราคาเบี้ยประกันรถ แต่ต้องดูการคุ้มครองที่ในบริษัทประกันรถ มีให้กับเราและรถยนต์ว่าเป็นอย่างไร และครอบคลุมในส่วนไหน เพื่อลดภาระหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาจริงๆ นอกจากนี้ การเลือกบริษัทประกันภัยรถยนต์ที่ตรงใจเราในเรื่องการคุ้มครองและบริการแล้วนั้นจะหมดปัญหาเรื่องการเปลี่ยนประกันภัยรถยนต์เมื่อครบปี ซึ่งข้อดีของการต่อประกันภัยรถยนต์อย่างสม่ำเสมอกับบริษัทเดิม คือเมื่อรถของคุณมีอายุขึ้นเลขสองหลักก็ยังสามารถได้รับความคุ้มครองประกันชั้น 1 หรือ 2+ ได้  ดังนั้น ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อประกันรถยนต์ พี่กู๊ดอยากให้ลอง เช็คเบี้ยประกันและความคุ้มครองกันกับ DirectAsia ได้ที่นี่ก่อน ครับ

 

ทั้งหมดนี้ คือ แนวคิดและวิธีการวางแผนซื้อรถยนต์คร่าวๆ ที่พี่กู๊ดเอามาฝากกันครับ ลองศึกษาและพิจารณาเพื่อให้ได้รถที่ใช่ในงบประมาณที่โดนใจกันทุกคนภายในงาน Motor Expo นะครับ และที่สำคัญหากได้รถที่ใช่ภายในงานแล้ว  ปีหน้าถ้าประกันรถยนต์ฟรีที่แถมมาหมดแล้วและอาจไม่ถูกใจคุณ อย่าลืมวางแผนต่อประกันรถใหม่ โดยเลือกประกันภัยรถยนต์ที่ครอบคลุมและตรงใจผู้บริโภคมากที่สุดอย่าง DirectAsia กันนะครับ พี่กู๊ดขอการันตีเลยว่าคุณจะได้เบี้ยประกันที่ราคาดีที่สุดแน่นอน

 

สอบถามข้อมูล ประกันรถ หรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อไดเร็คเอเชีย ติดต่อที่ 02-767-7777 หรือติดต่อได้ที่ www.directasia.co.th  หรือ ดูข้อมูลประกันรถยนต์ประเภทอื่นๆ เช่น ประกันรถยนต์ 12+ ,3+,2 , และ 3🙂


การันตีราคาดี ผ่อนสบาย 0% 10 เดือน


ไม่มีเวลาเช็คเบี้ย? ปรึกษากับเราโดยตรงที่นี่