มือใหม่ต้องรู้! 6 ขั้นตอนสอบใบขับขี่รถยนต์ 2564

มือใหม่ต้องรู้ 7 ขั้นตอน ทำใบขับขี่รถยนต์ 2564

ทำใบขับขี่ 2564 เตรียมตัวอย่างไรบ้าง

ปัจจุบันการทำใบขับขี่ถือว่ามีความสะดวกสบายมากขึ้นจากเมื่อก่อนครับ สำหรับมือใหม่ที่กำลังไปทำ ไม่ใช่ว่าเดินเข้ากรมการขนส่งทางบกแล้วทำได้ทันทีนะครับ เนื่องจากกรมการขนส่งทางบกต้องจำกัดปริมาณคนในการอบรม ตรวจร่างกาย รวมถึงถ่ายรูปติดบัตร โดยให้ผู้ทำใบขับขี่จองคิวล่วงหน้าและเตรียมเอกสารให้พร้อม

direct asia

บล็อกนี้พี่กู๊ดได้รวมขั้นตอนการทำใบขับขี่แบบละเอียดยิบมาให้ศึกษากันก่อน ลองไปดูกันเลยครับ

1. วิธีการจองคิวอบรมสอบใบขับขี่ออนไลน์

ก่อนจะเข้าอบรม คุณจะต้องจองคิวผ่านทางแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue หรือเว็บไซต์ https://gecc.dlt.go.th ก่อน ยังไม่ต้องไปกรมขนส่งทางบกนะครับ ไม่อย่างนั้น ไปเก้อเสียเวลาแน่นอน ที่สำคัญอย่าลืมบันทึกภาพหน้าจอที่จองเอาไว้เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดูด้วยนะครับ

2. สอบใบขับขี่ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง

ควรเตรียมเอกสารให้พร้อม เพื่อยื่นให้แก่เจ้าหน้าที่สำหรับทำการตรวจสอบเอกสาร และออกคำขอใบขับขี่ โดยเอกสารมีดังนี้

  1. บัตรประชาชนตัวจริง
  2. ใบรับรองแพทย์ มีอายุไม่เกิน 1 เดือน เพื่อแสดงว่าผู้ขับขี่ไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นอันตรายขณะขับรถ และไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนครับ

3. ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย

เมื่อถึงกำหนดวันนัด อย่าลืมเดินทางไปที่กรมขนส่งทางบกนะครับ เพื่อรับการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย และรับรองว่าไม่มีปัญหาในการควบคุมหรือขับขี่รถ สิ่งที่ต้องทดสอบ มีดังนี้

  1. ทดสอบการมองเห็นสี ที่จำเป็นในการขับรถ
  2. ทดสอบสายตาทางลึก
  3. ทดสอบสายตาทางกว้าง
  4. ทดสอบปฏิกิริยาเท้า (ความสามารถในการใช้เบรกเท้า)

4. เข้ารับการอบรม

เมื่อผ่านการทดสอบสมรรถภาพร่างกายเรียบร้อยแล้ว ผู้ขับขี่สามารถเข้าอบรมต่อได้ และต้องอบรมอย่างน้อย 5 ชั่วโมง ใครแอบกลับบ้านก่อน พี่กู๊ดเตือนว่าระวังจะไม่ผ่านอบรมนะครับ เพราะเจ้าหน้าที่จะคอยดูแลความเรียบร้อยอยู่ด้วยครับ

5. สอบใบขับขี่ข้อเขียน

ผู้ขับขี่จะต้องทำข้อสอบที่เป็นข้อเขียนผ่านระบบ Electronic Examination (E-exam) ข้อนี้ พี่กู๊ดมีเทคนิคการทำข้อสอบให้ผ่าน ง่ายนิดเดียว มาดูกันครับ

ข้อสอบใบขับขี่ 2564 ที่ควรอ่านก่อนสอบ

  • จริง ๆ แล้วคำตอบอยู่ในคู่มือที่กรมขนส่งแจกให้นั่นแหละครับ อยากสอบผ่าน แนะนำว่าให้อ่านเยอะ ๆ ครับ
  • สำหรับใครที่อยากลองทำแบบฝึกหัดก่อนไปสอบจริง สามารถหาแบบทดสอบออนไลน์พร้อมเฉลย มาลองอ่านและฝึกทำก่อนได้ ในอินเทอร์เน็ตมีให้เลือกครบเลยครับ

direct asia

6. สอบใบขับขี่ปฏิบัติ

การทดสอบขับรถยนต์ให้ใช้ท่าทดสอบทั้งหมด 7 ท่า แต่พี่กู๊ดจะยกตัวอย่าง 3 ท่าหลักที่ต้องเจออย่างแน่นอน ดังนี้

ท่าที่ 1 ท่าเดินหน้าและถอยหลัง

  • ขับรถตามช่องทางที่กำหนดไว้เป็นระยะทาง 12 เมตร โดยสามารถขับเดินหน้า และถอยหลังได้อย่างละ 1 ครั้ง
  • ข้อแม้คือห้ามขับชนหรือเบียดเสาทั้งซ้ายขวา และอย่าให้เครื่องยนต์ดับในขณะทดสอบอยู่นะครับ

ท่าที่ 2 ท่าจอดรถเทียบทางเท้า

  • ขับรถขนานกับทางเท้า ให้ล้อหน้าและล้อหลังทับเส้นสีที่กำหนดไว้
  • เว้นระยะห่างจากขอบทางเท้าไม่เกิน 25 ซม. และขับตรงไป ระวังอย่าให้ชนขอบฟุตบาท
  • โดยให้หยุดในเส้นหยุดรถ เว้นระยะห่างไม่เกิน 1 เมตร

ท่าที่ 3 ท่าขับรถถอยเข้าซอง

  • เดินหน้ารถให้ขนานกับเส้นจอด โดยให้ล้อด้านหลังตรงกับเสาต้นที่ 3
  • หมุนพวงมาลัยไปด้านซ้ายจนสุด จากนั้นถอยหลังอย่างช้า ๆ ทำมุมประมาณ 45 องศา โดยให้มองที่กระจกรถด้านขวาเสมอ
  • เมื่อเห็นเสาครบทั้ง 3 ต้น แล้วให้หยุดรถ หมุนพวงมาลัยกลับมาให้ล้อตรง
  • จากนั้นถอยหลังตรง จนตำแหน่งหัวรถด้านซ้ายตรงกับเสาต้นที่ 3 แล้วหยุดรถ
  • หมุนพวงมาลัยกลับไปทางขวาสุดแล้วถอยหลังช้า ๆ เพื่อให้ตัวรถเข้าไปอยู่ในซอง และขนานเดียวกับเส้นจอด
  • ระวังอย่าเปลี่ยนเกียร์เกิน 7 ครั้ง และชนหรือเบียดเสาในพื้นที่ที่กำหนด

6. ทำใบขับขี่ชั่วคราว

เมื่อเจ้าหน้าที่แจ้งว่าผ่านการทดสอบแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือชำระค่าธรรมเนียม ถ่ายรูป พิมพ์ใบอนุญาต และจ่ายใบขับขี่ สามารถขับรถกลับบ้านแบบถูกต้องตามกฎหมายได้แล้วครับ

แต่ถึงอย่างไร ในสถานการณ์เช่นนี้ พี่กู๊ดอยากให้ผู้ขับขี่เข้าอบรมผ่านช่องทางออนไลน์กันจะดีกว่าครับ ไม่ต้องนั่งอบรมกับผู้คนเยอะ ๆ น่าจะปลอดภัยกว่า ไม่ต้องไปถึงกรมการขนส่งทางบก สามารถอบรมออนไลน์ล่วงหน้าได้ที่ https://www.dlt-elearning.com/Home ครับ

บทความที่เกี่ยวข้อง


ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องประกันรถยนต์พร้อมเช็คราคา ประกันรถยนต์ชั้น 1, ประกันรถยนต์ 2+, ประกันรถยนต์ 3+, ประกันชั้น 2, และประกันชั้น3 คลิกเว็บไซต์ DirectAsia หรือสอบถามข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้านการประกันภัยรถยนต์ โทร 02-767-7777

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

แหล่งข้อมูล: Autodeft และกรมการขนส่งทางบก