Guideline..เลือกประกันรถยนต์คุ้มครองตามความเสี่ยงแบบคุณ

เลือกประกันรถที่ใช่ประหยัดเงินได้อีกเยอะ

เลือกประกันรถยนต์คุ้มครองตามความเสี่ยงแบบคุณ

ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ ก็เหมือนกับยันต์คุ้มภัย เมื่อมีรถยนต์แล้ว เพื่อความสบายใจของผู้ขับขี่และเจ้าของรถแล้วก็มักจะซื้อประกันรถยนต์เอาไว้ด้วย เผื่อเกิดเหตุร้ายกับรถ เช่น อุบัติเหตุ รถหาย ไฟไหม้ น้ำท่วม ฯลฯ จะได้ไม่ต้องเสียเงินก้อนโตจากกระเป๋าจนหมดตัว สำหรับใครที่กำลังลังเลค่าใช้จ่ายของประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ พี่กู๊ดแนะนำว่าไม่ควรมองข้ามครับ เพราะ จ่ายเบี้ยประกันเฉลี่ยเดือนละไม่ถึงพันบาท แต่สามารถซื้อความคุ้มครองรถและกระเป๋าสตางค์ไปพร้อมๆ กัน แถมยังช่วยลดความกังวล เพิ่มความสบายใจในการขับขี่อีกด้วย

แต่ก่อนจะซื้อ หลายคนอาจสงสัยว่าควรซื้อประกันรถยนต์ที่ไหนดี แล้วควรซื้อประกันรถชั้นใดดี พี่กู๊ดอยากแนะนำครับว่าการเลือกประกันรถยนต์ที่แพงที่สุดอาจไม่คุ้มค่า และถูกที่สุดก็ใช่ว่าคุ้มครองไม่ดี แต่สิ่งที่คุณควรพิจารณา คือ เลือกจากการใช้งานรถยนต์ของคุณ พี่กู๊ดมีวิธีตัดสินใจง่ายจากการตอบคำถามไม่กี่ข้อมาฝากกันครับ

ประกันชั้นไหนดีนะ?

โดยปกติแล้วคุณควรจะเลือกประกันรถยนต์จากความคุ้มครองที่ต้องการ ซึ่งความจําเป็นหลักๆ ก็มาจากอุบัติเหตุบนท้องถนนที่เกิดขึ้นว่าจะคุ้มครองในส่วนรถของเราด้วยหรือไม่ จะเลือกทําประกันรถยนต์ชั้นไหน ลองตอบคำถามเหล่านี้กันดูครับ

  1. รถของคุณอายุเท่าไหร่
    1. ไม่เกิน 7 ปี (ไปต่อที่ข้อ 2 )
    2. อายุเกิน 7 ปี แต่ไม่ถึง 15 ปี (ไปต่อที่ข้อ 2 )
    3. อายุเกิน 15 ปีขึ้นไป (คุณเหมาะกับประกันชั้น 3)
  2. ขับรถชนบ่อยแค่ไหน
    1. เรื่องเฉี่ยวชนไม่เคยมี (ไปต่อที่ข้อ 3 )
    2. ก็มีบ้างนะ แต่เป็นคนโดนเฉี่ยวทั้งนั้น (ไปต่อที่ข้อ 3 )
    3. เฉี่ยวชนเรื่องปกติ ไม่เขาเริ่มก็เราเริ่ม (คุณเหมาะกับประกันชั้น 1)
  3. มีงบแค่ไหน
    1. เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา ถ้าความคุ้มครองรอบด้านก็พร้อมจ่าย (คุณเหมาะกับประกันชั้น 1)
    2. เน้นถูกไว้ก่อน เพราะ งบน้อย (คุณเหมาะกับประกันชั้น 3)
    3. อยากได้แบบคุ้มๆ สำหรับคนชนไม่ค่อยบ่อย (คุณเหมาะกับประกันชั้น 2)
  4. อยากเน้นความคุ้มครองส่วนไหนเป็นพิเศษ (สำหรับคนที่เลือกคำตอบข้อ b หรือ c ในคำถามข้อ 3)
    1. คุ้มครองหมด ทั้งรถเรา รถเขา (คุณเหมาะกับประกันชั้นพิเศษ เช่น 2+ หรือ 3+ ตามคำตอบในข้อ 3)
    2. คุ้มครองรถคู่กรณีดีกว่า (คุณเหมาะกับกันชั้นประกันที่เลือกไว้ในคำถามข้อ 3)

จากคำถามด้านต้นพอจะตอบคำถามได้คร่าวๆ แล้วใช่ไหมครับว่าตัวคุณเองควรจะทำประกันรถยนต์ชั้นไหน (สามารถอ่านความแตกต่างของแต่ละชั้นประกันเพิ่มเติมได้ที่นี่) นอกเหนือจากนี้ ยังมีส่วนอื่นที่พี่กู๊ดอยากให้พิจารณาเพิ่มเติมอีก ได้แก่

  • อาชีพและวิถีชีวิตของผู้ทําประกัน

หากคุณเป็นคนใช้รถเป็นประจำ หรือ เป็นผู้ที่มีอาชีพและวิถีชีวิตที่ใช้รถเป็นประจำ เส้นทางที่ใช้มักมีรถบรรทุก หรือเป็นถนนใหญ่รถขับเร็วควรจะต้องมีประกันรถยนต์ที่คุ้มครองรถของเราด้วยเพราะความเสี่ยงจากการใช้รถนั้นค่อนข้างสูงเลยครับ แต่ถ้าคุณใช้รถในระยะทางที่ไม่ไกล หรือสัปดาห์หนึ่งอาจจะใช้เพียง 1-2 ครั้งต่อวัน ก็อาจจะเลือกความคุ้มครองที่น้อยกว่าได้

  • ทุนประกัน

ทุนประกัน คือ จำนวนเงินความรับผิดชอบต่อตัวรถของเราเมื่อเกิดอุบัติเหตุ โดยการคิดทุนประกันเบื้องต้นจะคิดจาก “ราคาซื้อขายรถ ณ ปัจจุบัน – ค่าเสื่อม (20%) ทุกๆ ปี”

คุณจะสามารถเคลมทุนประกันนี้ต่อเมื่อเกิดอุบัติเหตุหนักแบบที่ไม่สามารถซ่อมรถยนต์ได้อีกต่อไป รถยนต์ไฟไหม้ทั้งคัน หรือสูญหายไป ในกรณีที่รถของเรานั้นมีความเสียหายมาก เรามีสิทธิตัดสินใจได้ว่าจะซ่อมแล้วจ่ายค่าส่วนต่างจากทุนประกันที่ออกให้ 70% ของทุนประกัน หรือรับทุนประกัน 100% แล้วขายซากรถให้กับประกันก็สามารถทำได้ ทั้งนี้ วงเงินทุนประกันยิ่งสูง ค่าเบี้ยประกันของเราก็จะสูงตามไปด้วยนะครับ

เรื่องนี้ต้องรู้!! เบี้ยประกันรถยนต์แต่ละคันไม่เหมือนกัน โดยจะขึ้นอยู่กับประเภทรถ ยี่ห้อรถ รุ่นรถ อายุของรถยนต์ (ปีที่จดทะเบียน) และสภาพรถยนต์รวมทั้งผู้เอาประกันนั่นเองครับ ในส่วนนี้พี่กู๊ดแนะนำให้ลองสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากบริษัทประกันจะได้ข้อมูลที่ชัดเจนที่สุดครับ

ขับเก่งจนเชี่ยวชาญ ตัวช่วยลดเบี้ยประกัน!

นอกจากปัจจัยภายนอกข้างต้นแล้ว พี่กู๊ดอยากแนะนำให้ลองสังเกตตัวเองดูว่าคุณนั้นมีทักษะการขับขี่เป็นอย่างไร เพราะ ถ้าคุณเป็นผู้ชำนาญในการขับขี่แล้วมันจะเป็นตัวช่วยชั้นดีในการลดเบี้ยประกันในปีถัดๆ ไป หรือถ้าอยากดับเบิ้ลความคุ้มค่ามากขึ้น พี่กู๊ดแนะนำว่า ประกันรถยนต์ 2+ นั้นคุ้มกว่า ประหยัดกว่า คุ้มครองมากกว่าประกันรถยนต์ชั้น 1 ไม่น้อย เพราะ หากคุณเป็นคนที่มีความชำนาญในการขับขี่ ไม่มีปัญหาในเรื่องการขับขี่ไปเฉี่ยวชนผู้อื่น หรือ สิ่งของอื่นๆ อย่างแน่นอน แต่ราคาประกันชั้น 2+ ถูกกว่ากันไม่น้อย อีกทั้งยังมีการคุ้มครองในกรณีรถหายหรือไฟไหม้ เช่นเดียวกับประกันชั้น 1

สำหรับประกันชั้น 2+ คุณอาจจะต้องเปรียบเทียบให้ดี เพราะเงื่อนไขในแต่ละบริษัทประกันมีความแตกต่างกัน ยกตัวอย่างเช่น ประกันชั้น 2++ จาก DirectAsia นั้นสามารถเลือกทุนประกันภัยที่หลากหลาย โดยเริ่มต้นที่ 150,000 สูงสุดถึง 350,000 บาท โดยขึ้นอยู่กับราคารถ ณ วันทำประกันภัย และยังคุ้มครองในกรณีรถหายหรือไฟไหม้ถึง 2 เท่า!! * ด้วยครับ

เห็นไหมครับว่า การเลือกประกันรถยนต์ไม่ใช่เรื่องยากจนเกินไป เพียงแต่คุณจะต้องรู้พฤติกรรมการขับขี่ของตัวเอง ทั้งนี้พี่กู๊ดขอย้ำว่าประกันภัยที่เหมาะสมกับคุณที่สุด คือ ประกันภัยที่คุ้มครองได้ตรงกับความต้องการที่สุดนั่นเองครับ

คุณสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับประกันรถยนต์ชั้น 2+ เพื่อความชัดเจนเกี่ยวกับความคุ้มครองรถยนต์ของคุณ สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 02-767-7777 ทาง DirectAsia มีเจ้าหน้าที่ที่พร้อมให้ข้อมูลและดูแลลูกค้าทุกวัน สามารถโทรได้ตั้งแต่ 08.00 – 20.30 น. ในวันจันทร์ถึงศุกร์และ ตั้งแต่เวลา 09.00 – 18.00 น. ในวันเสาร์และวันอาทิตย์ เพื่อประโยชน์สูงสุดทั้งในความคุ้มค่าของค่าเบี้ยประกันและความคุ้มครองของตัวลูกค้าเอง

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องประกันภัยรถยนต์พร้อมเช็คราคา ประกันรถยนต์ชั้น 1, ประกันรถยนต์ 2+, ประกันรถยนต์ 3+, ประกันชั้น 2, และประกันชั้น3 คลิกเว็บไซต์ https://www.directasia.co.th หรือสอบถามข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้านการประกันภัยรถยนต์ โทร 02-767-7777

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด


การันตีราคาดี ผ่อนสบาย 0% 10 เดือน


ไม่มีเวลาเช็คเบี้ย? ปรึกษากับเราโดยตรงที่นี่