ไฟไหม้รถ! 10 สาเหตุที่อาจทำให้ไฟไหม้รถ

รถไฟไหม้! 10 สาเหตุที่อาจทำให้ไฟไหม้รถที่คุณไม่ควรประมาท

ไฟไหม้รถ เกิดจากอะไรได้บ้าง

เหตุการณ์ไฟไหม้รถไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ แต่การดูแลและการป้องกันไว้ก่อนจะช่วยให้คุณใช้รถได้อย่างสบายใจค่ะ

  • ระบบเชื้อเพลิงรั่ว

    จากสถิติ สาเหตุอันดับหนึ่งของการเกิดไฟไหม้รถ คือน้ำมันเชื้อเพลิงรั่ว เนื่องจากมีจุดเผาไหม้ต่ำเพียงแค่อุณหภูมิสูงเกิน 72 องศาก็มีโอกาสติดไฟได้แล้ว

  • ระบบไฟฟ้าบกพร่อง

    สาเหตุอันดับสองคือระบบไฟฟ้าในรถอันมีต้นเหตุจากแบตเตอรี่ที่ก่อให้เกิดก๊าซไฮโดรเจนที่ติดไฟได้ อันตรายมากหากสายไฟในห้องเครื่องชำรุด หลุดหลวม

  • ของเหลวรั่วซึม

    ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ น้ำมันเบรก น้ำยาหล่อเย็น หากมีการรั่วซึม อาจเป็นสาเหตุให้เกิดประกายไฟและลุกไหม้ได้ค่ะ

  • เครื่องยนต์โอเวอร์ฮีต

    เกิดจากหลายสาเหตุทั้งน้ำมันเครื่องรั่วซึม พัดลมห้องเครื่องไม่ทำงาน หรือแม้แต่การดัดแปลงเครื่องยนต์ให้ผิดไปจากมาตรฐาน

  • แคทฯ ตันจนเกิดความร้อนสูง

    แคทฯ คืออุปกรณ์กรองก๊าซพิษไอเสีย (Catalytic Converters) เมื่อใช้ไปนานๆ อาจอุดตันและทำให้ระดับอุณหภูมิสูงขึ้นถึงพันองศาจนแผ่นพรมใต้พื้นเกิดการลุกไหม้ได้

  • ขวดน้ำหอม

    น้ำหอมที่เป็นขวดแก้วอาจกลายเป็นปริซึมรวมแสงโดยบังเอิญจนเป็นจุดเริ่มต้นของการลุกไหม้ชิ้นส่วนในห้องโดยสารดังที่ปรากฏเป็นข่าวมาแล้วหลายครั้ง

  • แบตเตอรี่รถยนต์ไฮบริด

    รถยนต์ไฮบริดและรถยนต์พลังงานไฟฟ้ามีความเสี่ยงเกิดไฟไหม้จากปัญหาของตัวแบตเตอรี่ ดังที่ปรากฏเป็นข่าวดังอย่างกรณีของ Tesla Model S

  • รถชน

    อุบัติเหตุรถชนรุนแรงหนักหน่วงอาจส่งผลให้ถังน้ำมันแตกร้าวและเกิดประกายไฟ แนะนำให้รีบลงจากรถเร็วที่สุดหลังเกิดอุบัติเหตุ

  • ขาดการดูแลรักษา

    ปล่อยปะละเลยไม่ดูแลรักษาเครื่องยนต์ ทั้งการไม่ตรวจเช็คน้ำมันเครื่อง มีน้ำมันรั่วซึม หรือสายไฟที่ขาดชำรุด

  • การผลิตและออกแบบที่ผิดพลาด

    ชิ้นส่วนที่ออกแบบไม่ดีหรือมีจุดอ่อนของผู้ผลิตรถยนต์ หลายครั้งกลายเป็นต้นเหตุของปัญหา แต่โดยมากจะมีการเรียกคืนเพื่อเปลี่ยนอะไหล่ตัวใหม่แทน

direct asia

ข้อควรปฏิบัติเมื่อไฟไหม้รถ

เวลาที่ได้ยินข่าวรถไฟไหม้ ทุกคนคงมีความรู้สึกกลัวขึ้นมาว่าถ้าเราตกอยู่ในเหตุการณ์เช่นนี้จะต้องทำยังไงถึงจะปลอดภัย หรือถ้าต้องเจอเรื่องแบบนี้จะช่วยเหลือผู้อื่นอย่างไร แล้วจะมีวิธีป้องกันไม่ให้รถไฟไหม้แบบไหนได้บ้าง เรามีคำแนะนำมาฝากค่ะ

วิธีป้องกันไม่ให้ไฟไหม้รถ

  1. หมั่นตรวจเช็คสภาพหม้อน้ำมีน้ำอยู่ในระยะที่กำหนดไว้ ไม่มีสิ่งแปลกปลอมติดอยู่ในหม้อน้ำ
  2. ตามท่อน้ำมันเชื้อเพลิงห้ามมีรอยรั่ว หรือรถยนต์ที่ใช้แก๊สตรวจดูว่าตามข้อต่อของท่อแก๊สไม่มีรอยรั่วเช่นเดียวกัน
  3. สายไฟในรถยนต์ หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ เช็คให้ดีว่าไม่ขาดหรือชำรุดซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดประกายไฟขึ้นมา
  4. เตรียมขวดน้ำหรือถังดับเพลิงเคมีวางในจุดที่หยิบใช้งานสะดวก สามารถนำมาใช้งานได้ทันทีเมื่อเกิดไฟไหม้รถขณะขับรถ
  5. ฝาปิด-เปิดถังน้ำมันดูให้เรียบร้อยว่าไม่มีรอยร้าวที่อาจเป็นสาเหตุให้น้ำมันรั่วออกมา

วิธีปฎิบัติเมื่อไฟไหม้รถ

แล้วเมื่อต้องเจอกับเหตุการณ์รถเกิดไฟไหม้สิ่งที่ต้องปฏิบัติคือ

  1. อย่างแรกต้องเตือนตัวเองให้มี สติ เพื่อหาจุดที่รถเกิดไฟไหม้ว่ามาจากส่วนไหนของรถ แล้วดับเครื่องปลดเกียร์ว่าง และอย่าลืมดึงกุญแจรถออกมาด้วย
  2. จากนั้นให้ใช้ถังดับเพลิงหรือขวดน้ำฉีดไปตรงจุดไฟไหม้ด้วยความระมัดวัง เช่น ถ้าไฟไหม้ตรงฝากระโปรง ให้ฉีดพ่นผ่านช่วงแง้มของฝากระโปรง ห้ามเปิดฝากระโปงรถในทันทีเพราะจะยิ่งเป็นการเติมออกซิเจนทำให้เชื้อไฟลุกลามไหม้ทั่วทั้งคันได้
  3. เมื่อแน่ใจว่าไฟเบาลง ให้เปิดฝากระโปรงรถแต่ต้องหาผ้ามาพันมือก่อนเพื่อป้องกันความร้อนตอนเปิดฝากระโปรงรถเนื่องจากเป็นเหล็ก หรือให้ใช้ไม้มางัด จากนั้นรีบใช้ถังดังเพลิงฉีดห้องเครื่องให้ทั่วจนไฟดับสนิท
  4. เมื่อแน่ใจว่าไฟดับสนิทแล้ว ให้ถอดขั้วแบตเตอรี่รถออกให้เรียบร้อยเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดประกายไฟอีกเพราะแหล่งพลังงานหลักของรถดึงมาจากแบตเตอรี่รถ

สำหรับกรณี รถไฟไหม้ หากคุณทำประกันภัยรถยนต์กับไดเร็คเอเชีย ประเภทความคุ้มครองชั้น 1 (อายุรถไม่เกิน 10 ปี) , ชั้น 2+ (อายุรถไม่เกิน 15 ปี), ชั้น 2+ (อายุรถไม่เกิน 15 ปี) เราการันตีถึงที่เกิดเหตุภายใน 30 นาที พร้อมอนุมัติสั่งซ่อมภายใน 24 ชั่วโมง โทรมา 02-627-7777  ได้เลยค่ะ

#SafeDriver #DirectAsia


สอบถามข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้านการประกันภัยรถยนต์  โทร 02-767-7777 หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมพร้อมเช็คเบี้ยประกันรถยนต์ทั้งประกันรถยนต์ชั้น 1, ประกันชั้น 1 เซฟ, ประกันรถยนต์ 2+ , ประกันรถยนต์ 3+ , ประกันชั้น 2 , และ ประกันชั้น 3 คลิก https://www.directasia.co.th/

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด


การันตีราคาดี ผ่อนสบาย 0% 10 เดือน


ไม่มีเวลาเช็คเบี้ย? ปรึกษากับเราโดยตรงที่นี่