เรื่องจริง! เศรษฐกิจแบบนี้ คนไทยซื้อรถป้ายแดงเพิ่มขึ้น

เรื่องจริง! เศรษฐกิจแบบนี้ คนไทยซื้อรถป้ายแดงเพิ่มขึ้น

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยในช่วงปี 2563 ที่ผ่านมา จึงทำให้หลายแบรนด์ในตลาดรถยนต์ เริ่มปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการขาย จนสร้างยอดขายในช่วงครึ่งแรกของปี 2564 เพิ่มขึ้นสวนกระแสเศรษฐกิจอย่างไม่น่าเชื่อ DirectAsia จะพาไปดูสถิติการซื้อรถยนต์ของคนไทยในช่วงวิกฤติโควิด-19 และการเพิ่มขึ้นของรถยนต์จะมีความเสี่ยงต่อผู้ขับขี่ในอนาคตอย่างไร มาอ่านกัน

สถิติการขายรถยนต์ในประเทศไทย

ยอดขายตลาดรวมในช่วงครึ่งปีแรกอยู่ที่ 373,191 คัน เพิ่มขึ้น 13.6% จากยอดขายในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว แต่นี่ถือเป็นการเพิ่มขึ้นที่มาจากฐานที่ต่ำในปี 2563 ที่หดตัว 37.3% ซึ่งเป็นผลมาจากกำลังซื้อที่หายไปจากการล็อกดาวน์ติดต่อกัน 3 เดือน (เมษายน – มิถุนายน 2563) โดยรถยนต์ที่มีปริมาณการซื้อเพิ่มขึ้นนี้ สามารถเรียงลำดับตามประเภทที่ขายดีที่สุดได้ ดังนี้

  1. รถเพื่อการพาณิชย์จำนวน 252,840 คัน เพิ่มขึ้น 0%
  2. รถกระบะ 1 ตัน (รวมรถกระบะดัดแปลง) จำนวน 196,934 คันเพิ่มขึ้น 3%
  3. รถกระบะ 1 ตัน (ไม่รวมรถกระบะดัดแปลง) จำนวน168,993 คัน เพิ่มขึ้น1%
  4. รถยนต์นั่งจำนวน 120,351 คันเพิ่มขึ้น5%

เหตุที่ทำให้ปริมาณการขายรถยนต์เพิ่มขึ้น เป็นเพราะผู้ผลิตรถยนต์ผลักดันกิจกรรมส่งเสริมการขาย ปรับกลยุทธ์ในเชิงรุก และเน้นการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น ทั้งนี้ยังได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยคลายความวิตกกังวลของผู้บริโภค และกระตุ้นให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น

ประกันรถยนต์ออนไลน์ ไดเร็ค เอเชีย สะดวกสบาย ปลอดภัย คุ้มค่าที่สุด

เศรษฐกิจซบเซา แต่คนไทยถอยรถป้ายแดงเพิ่มขึ้น

กรมขนส่งทางบกเผยว่าในช่วงครึ่งแรกของปี 2564 ยอดจดทะเบียนรถยนต์ใหม่ป้ายแดงขยายตัว 4.2% จากช่วงเดียวกันของปี 2563 โดยพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑลยังหดตัวต่อเนื่องที่ 1.9% โดยเรียงลำดับและแบ่งแยกตามภูมิภาค ดังนี้

ตารางการจดทะเบียนรถยนต์ป้ายแดงในประเทศไทย 2564

จากตารางจะเห็นว่า ยอดจดทะเบียนรถใหม่ป้ายแดงเริ่มมีประมาณเพิ่มขึ้นในพื้นที่ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคใต้ เนื่องจากได้รับแรงผลักดันจากภาคส่งออก และภาคการเกษตรร่วมด้วย

คาดการณ์ปี 65 ยอดซื้อรถมากกว่าปี 64

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี (ttb analytics) ได้ประเมินการซื้อรถยนต์ในปี 2564 ยอดขายจะอยู่ที่ประมาณ 735,000 คัน หรือหดตัว 7.1% จากปี 2653 แต่จะเริ่มฟื้นตัว เนื่องด้วยแผนการฉีดวัคซีนสำหรับคนไทยที่ครอบคลุมกว่า 70% ซึ่งจะก่อให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ และเป็นปัจจัยสำคัญที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้ รวมถึงการส่งออกที่ฟื้นตัว และผลผลิตที่ดีขึ้น ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นตามกัน และคาดว่าภายในปี 2565 ยอดขายรถยนต์ในประเทศไทยจะสามารถกลับเข้าสู่ระดับปกติที่ประมาณ 860,000 คัน

ยังมีผลสำรวจจาก Autofun.co.th พบว่า ผู้ที่ต้องการซื้อรถปี 2564 จำนวน 56.8% ต้องการซื้อรถใหม่ เพื่อความสะดวก ปลอดภัย และหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการเดินทางของรถโดยสารสาธารณะ ถึงอย่างไร ความต้องการซื้อรถยนต์ของคนไทยที่เพิ่มขึ้นในยุคเศรษฐกิจแบบนี้ แต่การรัดกุมค่าใช้จ่ายที่จะตามมายังคงเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะราคาเบี้ยประกันรถยนต์ที่สมเหตุผล เช่น ประกันรถยนต์ชั้น 1 เซฟ หรือ ประกันรถยนต์ 2+ ช่วยให้คนไทยประหยัดค่าใช้จ่ายต่อเดือน และยังเหมาะสำหรับรถยนต์ที่ไม่ค่อยได้ใช้งาน หรือจอดอยู่ที่บ้านมากกว่าขับไปข้างนอกเช่นกัน

ระวัง! ออกรถใหม่แต่ไม่มีประกัน จ่ายค่าซ่อมหนักกว่าค่าผ่อนรถ

ระวัง! ออกรถใหม่แต่ไม่มีประกัน จ่ายค่าซ่อมหนักกว่าค่าผ่อนรถ

DirectAsia มีข้อมูลด้านการเคลมประกันรถยนต์ของผู้ขับขี่ที่ประสบอุบัติเหตุครึ่งปี 2564 โดยมีจำนวนการแจ้งเคลม หรือแจ้งเหตุฉุกเฉิน เกือบ 30,000 ครั้ง หรือคิดเป็น 19.7% ของลูกค้าปัจจุบัน ในระยะเวลาเพียง 7 เดือนเท่านั้น ซึ่งแต่ละเหตุการณ์ได้สร้างความเสียหายต่อรถยนต์และผู้ขับขี่ โดยประเมินมูลค่าความเสียหายสูงสุดเกือบ 500,000 บาท ต่อคันเลยทีเดียว

สอดคล้องกับสถิติการเกิดอุบัติเหตุจากศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุยังเผยให้เห็นอีกว่า ช่วงครึ่งปีแรกมียอดอุบัติเหตุรวม 25,963 ครั้ง มีผู้ได้รับบาดเจ็บสะสมสูงถึง 570,071 ราย หรือเพิ่มขึ้น 18.95% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2563 และเสียชีวิต 8,776 ราย โดยอุบัติเหตุมากกว่า 90% มีสาเหตุมาจากผู้ขับขี่ขับรถโดยประมาท 28% เกิดจากปัจจัยด้านถนน และปัจจัยด้านอื่น ๆ ยังมีผลต่ออุบัติเหตุด้วย เช่น ปัญหาไฟส่องสว่าง สัญญาณเตือนทางจราจร หรือป้ายบอกทาง เป็นต้น

การเพิ่มจำนวนของรถยนต์ในอนาคต อาจสร้างความเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนที่เพิ่มขึ้นตามกัน DirectAsia อยากให้คนไทยตระหนักถึงความปลอดภัยในการขับขี่ และอยากคุ้มครองรถยนต์ของคุณด้วยประกันภัยที่คุ้มค่าจาก DirectAsia สนใจติดต่อ 02-767-7777 หรือ https://www.directasia.co.th

บทความที่เกี่ยวข้อง

สอบถามข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้านการประกันภัยรถยนต์  โทร 02-767-7777 หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมพร้อมเช็คราคา ประกันรถยนต์ชั้น 1ประกันรถยนต์ชั้น 2+ , ประกันรถยนต์ชั้น 3+ประกันรถยนต์ชั้น 2 , และ ประกันรถยนต์ชั้น 3 คลิก https://www.directasia.co.th/

แหล่งข้อมูล: ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี (ttb analytics), Autofun.co.th และศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุ เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนน (Thai RSC)


การันตีราคาดี ผ่อนสบาย 0% 10 เดือน


ไม่มีเวลาเช็คเบี้ย? ปรึกษากับเราโดยตรงที่นี่