ขับรถหน้าฝน ขับอย่างไรให้ปลอดภัย


การขับรถหน้าฝนถือว่าอันตรายพอสมควร เพราะมีปัจจัยที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้หลายอย่าง เช่น ผิวถนนลื่นกว่าปกติ ทัศนวิสัยไม่ดี ไหนยังจะมีเส้นทางที่น้ำท่วมขังอีก

เมื่อไม่นานมานี้มีอยู่ช่วงหนึ่งที่พี่กู๊ดต้องขับผ่านแอ่งซึ่งมีน้ำท่วมขัง ด้วยสภาพการจราจรที่ติดขัดและเร่งรีบ ทำให้ไม่ทันไตร่ตรองและประเมินสภาพของแอ่งน้ำนั้นให้ดีว่าภายใต้น้ำขุ่น ๆ นั้นมีสภาพเป็นอย่างไร แอ่งลึกขนาดไหน มีลักษณะอย่างไร อีกทั้งประเมินการขับผ่านของรถคันหน้าผิดพลาดไปหน่อย

เห็นว่ารถเก๋งคันข้างหน้าขับผ่านไปได้ เราก็น่าจะไปได้ แต่ปรากฏว่ามีการครูดบริเวณกันชนเกิดขึ้น ลืมคิดไปว่ารถรุ่นที่พี่กู๊ดขับนั้นเตี้ยกว่ารถเก๋งคันข้างหน้าที่ขับผ่านไป และขณะที่กำลังขับผ่านหลุมทำให้รู้ได้ว่า นี่มันแอ่งอุกาบาตชัด ๆ

หลังจากขับผ่านแอ่งน้ำนั้นมาได้ก็ลงไปตรวจสภาพความเสียหาย ผลปรากฏว่าโชคดีที่ไม่มีร่องรอยความเสียหายใด ๆ ถือว่าประเมินสถานการณ์ผิดพลาดไปหน่อย

สังเกตผิวถนนที่มีน้ำท่วมขังเสมอ

หากคุณเจอแอ่งที่มีน้ำท่วมขังล่ะก็ ควรพิจารณาให้ดีว่าจะขับผ่านไปดีหรือไม่ วิธีสังเกตุง่าย ๆ คือ ดูจากรถคันหน้าว่ามีอาการอย่างไร จมลงไปในแอ่งลึกไหม ผ่านไปได้ง่าย ๆ หรือไม่ ถ้าดูแล้วมีโอกาสเสี่ยงที่รถจะเกิดความเสียหายก็ควรเลี่ยงดีกว่า หากเกิดความเสียหายขึ้นมาแล้วไม่คุ้มกันแน่นอน

ประกันรถยนต์ผ่อน 0% นาน 10 เดือน

นอกจากแอ่งที่มีน้ำท่วมขังแล้ว บนพื้นผิวถนนปกติก็ควรต้องระมัดระวังเช่นกัน หากเป็นช่วงต้นฝน สภาพถนนในช่วงที่โดนน้ำฝนใหม่ ๆ จะค่อนข้างลื่น เพราะสะสมฝุ่นผงและคราบสกปรกเอาไว้ตลอดทั้งปี ถ้าใช้ความเร็วสูงอาจจะเบรกไม่อยู่หรือเสียการทรงตัวได้ง่าย หรือการขับผ่านถนนที่น้ำท่วมผิวถนนก็ไม่ควรลดความเร็วลงเช่นกัน แม้ว่าน้ำที่ท่วมผิวถนนจะเพียงเล็กน้อยระดับไม่กี่เซนติเมตรก็ตาม หากขับด้วยความเร็วรถจะเกิดอาการเหินน้ำและทำให้เสียการควบคุมได้ครับ

ระวังอีกนิด เพื่อชีวิตที่ปลอดภัย

เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุให้น้อยที่สุดเวลาที่ฝนตกควรจะขับรถให้ช้าลงสักหน่อยครับ แต่หากเกิดฝนตกหนักมากจนแทบจะมองไม่เห็นถนนหรือรถคันข้างหน้า เรียกว่าทัศนวิสัยไม่สู้ดีเอาเสียเลย ควรหาจุดจอดรถที่ปลอดภัยข้างทางแล้วเปิดไฟฉุกเฉินจะเป็นการดีที่สุด

สำหรับการใช้งานในเมือง ซึ่งรู้ ๆ กันอยู่ว่าเกิดน้ำท่วมขังได้ง่าย ๆ และท่วมอยู่บ่อย ๆ ถ้าเป็นไปได้ พี่กู๊ดแนะนำให้จอดรถไว้ที่บ้านแล้วนั่งแท็กซี่ รถไฟฟ้าดีกว่าครับ หลายคนอาจจะบอกว่าฝนตกก็ลำบากอยู่แล้ว แล้วจะให้นั่งรถสาธารณะก็ยิ่งลำบากไปใหญ่ ก็ลองคิดดูว่า แล้วถ้าคุณต้องขับรถผ่านถนนที่น้ำท่วมขังแถมรถติดอีกต่างหากอาจจะแย่กว่าก็ได้ แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องใช้รถจริง ๆ ก็ควรสังเกตป้ายเตือนสักหน่อยว่าทางข้างหน้ามีน้ำท่วมขังหรือไม่ เช่น ที่กลับรถใต้สะพานมักจะมีป้ายเตือนตั้งไว้เมื่อมีน้ำท่วมก็ไม่ควรเสี่ยงที่จะขับเข้าไป ยอมเสียเวลาอีกสักนิดไปกลับรถข้างหน้าดีกว่าครับ

นอกจากวิธีการขับหรือประเมินสถานการณ์ตามที่บอกไปแล้ว อีกสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ อย่าลืมตรวจสอบ ยางรถยนต์ ระบบเบรก และยางใบปัดน้ำฝน ให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานด้วยนะครับ และที่ขาดไม่ได้เลยอย่าลืมตรวจสอบกรมธรรม์ประกันภัยของรถด้วยนะครับว่าหมดหรือยัง

บทความที่เกี่ยวข้อง

สอบถามข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้านการประกันภัยรถยนต์  โทร 02-767-7806 หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมพร้อมเช็คราคา ประกันรถยนต์ชั้น 1ประกันรถยนต์ชั้น 2+ ประกันรถยนต์ชั้น 3+ประกันรถยนต์ชั้น 2 , และ ประกันรถยนต์ชั้น 3 คลิก www.directasia.co.th


การันตีราคาดี ผ่อนสบาย 0% 10 เดือน


ไม่มีเวลาเช็คเบี้ย? ปรึกษากับเราโดยตรงที่นี่