ขับรถผ่านโค้ง 100 ศพ อย่างไรให้ปลอดภัย

by | ม.ค. 10, 2014 | ข่าวรถ | 0 comments

โค้งอันตราย หรือโค้งที่มีอุบัติเหตุ และมีการเสียชีวิตอยู่บ่อยครั้ง นับเป็นด่านวัดใจของผู้ขับขี่ไม่ใช่น้อย เพราะนอกจากจะต้องขับอย่างระมัดระวัง ไม่ประมาทแล้ว ประสบการณ์ขับขี่ก็มีส่วนสำคัญ ในบล็อกนี้ DirectAsia มาตีแผ่การขับผ่านโค้ง 100 ศพอย่างไร ให้ปลอดภัย พร้อมวิธีเอาตัวรอดจากมุมอันตรายที่คุณคาดไม่ถึง

เคล็ดลับขับผ่านโค้ง 100 ศพให้ปลอดภัย

ใครจะหาพระดี ๆ สักองค์ หรือไม่ก็นิมนต์มาวางให้เต็มหน้ารถ จะภาวนานะโม ๆ ตอนที่กำลังผ่านโค้ง ก็ลองดูได้ แต่ที่แน่ ๆ ขับไปตามปกติ และทำควบคู่ไปกับเทคนิคง่าย ๆ แบบนี้เลย

ผู้ขับขี่ต้องศึกษาเส้นทางให้ดีก่อนเดินทาง และเพื่อให้มั่นใจว่าปลอดภัยจริง ๆ เวลาเข้าโค้งควรใช้ความเร็วประมาณ 60-80 กิโลเมตร/ชั่วโมง ไม่หยุดรถกะทันหัน หรือเร่งแซงในทันที และต้องรู้จักสมรรถนะของรถของตัวเองว่าแน่นหนึบแค่ไหน เวลาที่ขับผ่านโค้งให้สังเกตุอาการของรถว่าตัวรถเกิดแรงเหวี่ยงค่อนข้างมากหรือไม่ มีอาการท้ายปัดหรือรู้สึกเหมือนว่าท้ายจะปัด และควบคุมพวงมาลัยได้ยากไหม พร้อมกันนั้นก็ด้วยดูว่าตอนนั้นเราใช้ความเร็วเท่าไร

เมื่อประเมินคร่าว ๆ ได้ตามที่แนะนำข้างต้นแล้ว ในการขับขี่ครั้งต่อไป เมื่อต้องขับผ่านโค้งที่มีความโค้งพอ ๆ กันอีก ให้ลดความเร็วลงจากเดิม หากยังคงใช้ความเร็วเท่าเดิมหรือมากกว่าเดิม รถอาจเสียการควบคุมจนคุณต้องกลายไปเป็นสมาชิกใหม่ของพื้นที่นั้นก็ได้

ทั้งนี้ ยังต้องดูด้วยว่าขับในเส้นทางไหน ถ้าเป็นถนนที่ไม่คุ้นทางเพื่อความปลอดภัยที่สุด ให้ขับช้า ๆ ใช้ความเร็วตามป้ายที่ติดแนะนำไว้ข้างทางดีที่สุด โดยเฉพาะป้ายเตือนอุบัติเหตุ โค้งไหนที่เกิดอุบัติเหตุบ่อย ๆ คุณคงจะเคยเห็นว่าจะมีป้ายเตือนไว้เลยว่า ‘โค้งนี้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง’ ถ้ามีป้ายเตือนขนาดนี้แสดงว่าอันตราย ก็ควรจะเชื่อ และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

นอกจากนั้นก็ต้องดูทัศนวิสัยด้วย ถ้าเป็นโค้งอันตรายและต้องขับเวลากลางคืนหรือในช่วงที่ฝนตก ยิ่งต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ทั้งหมดนี้คือการ ‘ไม่ประมาท’ นั่นเอง

มุมอันตรายเกิดขึ้นในทางใดได้บ้าง

นอกจากโค้งอันตรายแล้ว ผู้ขับขี่ยังต้องระวังมุมอันตรายบนท้องถนน ที่สามารถเจอได้ทุกพื้นที่อีกด้วย ได้แก่

  • ทางแยก เมื่อขับถึงทางแยกควรชะลอความเร็วลง หยุดหลังเส้นที่กำหนด และปฏิบัติตามสัญญาณไฟ หรือดูให้ดีก่อน ว่ามีรถคันอื่นสวนมาหรือไม่ หากไม่มีสามารถขับต่อไปได้เลย
  • ไหล่ทาง มีหลายคน มักใช้วิธีจอดไหล่ทางในกรณีที่รถยนต์ไม่ได้เกิดเหตุขัดข้อง ทำให้รถที่ขับตามมาด้วยความเร็วสูง เบรกไม่ทัน และชนในที่สุด ทางที่ดี หากมีเหตุจำเป็นต้องจอด ควรเปิดไฟฉุกเฉินหรือวางป้ายเตือนสะท้อนแสงส่งสัญญาณให้ผู้ร่วมถนนคันอื่น ๆ ได้รับรู้
  • จุดตัดทางรถไฟ คุณควรลดความเร็ว และหยุดรถให้ห่างจากทางรถไฟไม่น้อยกว่า 5 เมตร นอกจากนี้ เพื่อความปลอดภัย อย่าขับแซงคันหน้าในระยะ 30 เมตรก่อนถึงทางรถไฟเป็นอันขาด
  • จุดกลับรถ ควรหยุดรถรอในจุดที่กำหนด และตรวจสอบให้มั่นใจ ว่าไม่มีรถคันอื่นขับมาในทางตรง เพื่อความปลอดภัยในการออกตัวนั่นเอง ทั้งนี้ อย่าลืมชะลอรถ และเผื่อพื้นที่ให้เพียงพอสำหรับการกลับรถด้วย

ทั้งหมดว่ากล่าวมา มักเป็นจุดอันตรายที่มักเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง หากไม่เพิ่มความระมัดระวัง อุบัติเหตุก็อาจเกิดขึ้นได้ง่าย ๆ เช่นกัน

นอกจากโค้ง 100 ศพ หรือมุมอันตรายที่ DirectAsia ได้แนะนำวิธีการขับขี่ที่ปลอดภัยไป ใครมีเทคนิคนอกเหนือจากนี้ มาบอกเล่ากันได้ ทั้งนี้ อย่าลืม พกประกันภัยรถยนต์ไปด้วยทุกที่ เพื่อความอุ่นใจ ไร้กังวลเมื่อต้องเดินทาง รับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยรถยนต์ ฟรี โทร 02-767-7777 หรือ https://www.directasia.co.th 

บทความที่เกี่ยวข้อง

สอบถามข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้านการประกันภัยรถยนต์  โทร 02-767-7777 หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมพร้อมเช็คเบี้ยประกันรถยนต์ทั้งประกันรถยนต์ชั้น 1, ประกันชั้น 1 เซฟ, ประกันรถยนต์ 2+, ประกันรถยนต์ 3+, ประกันชั้น 2, และ ประกันชั้น 3 คลิก https://www.directasia.co.th

ข่าวรถขับรถผ่านโค้ง 100 ศพ อย่างไรให้ปลอดภัย