ประกันชั้น 2+ กับ 3+ ต่างกันอย่างไร? เลือกแบบไหนดี

ประกันรถยนต์ 2+ และประกันรถยนต์ 3+ ต่างกันอย่างไร? เลือกแบบไหนดี

สนใจประกันรถยนต์ 3+ แต่จะซื้อทั้งที เลือกชั้น 2+ ไปเลยดีกว่าไหม?

หนึ่งในคำถามยอดฮิตของผู้ซื้อประกันที่กำลังลังเล และวันนี้ DirectAsia มีข้อสรุป ที่จะมาเปรียบเทียบระหว่าง ประกันรถยนต์ 2+ และประกันรถยนต์ 3+ ว่าต่างกันอย่างไร? ควรเลือกประเภทไหนดี มาดูกันเลย

ประกันรถยนต์ 2+ กับ ประกันรถยนต์ 3+ ให้ความคุ้มครองต่างกันอย่างไร?

ตารางเปรียบเทียบความคุ้มครองระหว่างประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ และ 3+ ของ DirectAsia

ความคุ้มครอง ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3+
1. คุ้มครองรถยนต์อายุไม่เกิน 15 ปี
2. คุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์ กรณีรถชนกับพาหนะทางบก (รถชนรถ) เท่านั้น

(ไม่คุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถยนต์เนื่องจากอุบัติเหตุอื่น ๆ ซึ่งจะมีเฉพาะในประกันรถยนต์ชั้น 1)

3. คุ้มครองภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม แผ่นดินไหว ลูกเห็บ หรือลมพายุ
4. ค่าความเสียหายส่วนแรกสำหรับความเสียหายต่อรถยนต์ (2,000 บาท/เหตุการณ์ ในกรณีผู้เอาประกัน หรือผู้ขับขี่เป็นฝ่ายผิด) เลือกจ่าย/ไม่จ่ายค่าความเสียหายส่วนแรกได้
5. คุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถยนต์ เนื่องจากสูญหาย ไฟไหม้ (คุ้มครอง 2 เท่า*)
6. ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก (คู่กรณี/ผู้ได้รับความเสียหาย)
7. ค่าความเสียหายส่วนแรก สำหรับความเสียหายต่อทรัพย์สิน
8. คุ้มครองกรณีเสียชีวิต สูญเสียมือ เท้าสายตาสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร**
9. ค่ารักษาพยาบาลสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร**
10. ค่าประกันตัวผู้ขับขี่
11. บริการรถยก 24 ชั่วโมง

* คุ้มครอง 2 เท่าของทุนประกัน แต่ไม่เกินราคารถ ณ วันทำประกันภัย ตามที่ระบุในกรมธรรม์ประกันภัย

** สำหรับรถยนต์นั่งให้ความคุ้มครองผู้ขับขี่และผู้โดยสารรวมกันไม่เกิน 6 คนขึ้นอยู่กับรุ่นรถ สำหรับรถกระบะ 2 ประตู ให้ความคุ้มครองผู้ขับขี่และผู้โดยสารรวมกันไม่เกิน 2 คน

ประกันรถยนต์ 2+

จากตาราง จะเห็นว่าประกันชั้น 2+ และ 3+ นั้นให้ความคุ้มครองที่คล้ายกันเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นคุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์, คุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก จนถึงบริการยกรถ 24 ชม. ทั้งสองประเภทยังกำหนดอายุรถเท่ากันคือต้องไม่เกิน 15 ปี

ส่วนจุดที่แตกต่างกันแน่นอนว่าในประกันชั้น 2+ จะให้ความคุ้มครองกรณีรถประสบภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม แผ่นดินไหว ลูกเห็บ หรือลมพายุ และคุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถยนต์ เนื่องจากรถสูญหาย ไฟไหม้ เพิ่มเข้ามา และผู้เอาประกันยังสามารถเลือกได้ว่าต้องการให้ประกันชั้น 2+ ของตนเองมีค่าความเสียหายส่วนแรกหรือไม่

ควรเลือกแบบไหนดี? ระหว่างประกันรถชั้น 2+ หรือ 3+

ไม่ต้องลังเลอีกต่อไป เพราะ DirectAsia มีเทคนิคการเลือกประกันรถยนต์ให้ตอบโจทย์ตามการใช้งานของเจ้าของกรมธรรม์ หรือผู้ขับขี่ โดยให้พิจารณา ดังนี้

  1. พิจารณาอายุรถยนต์ ให้พิจารณาว่ารถยนต์ของคุณอายุเท่าไหร่ หากไม่เกิน 15 ปี แน่นอนว่าสามารถเลือกทำประกันรถชั้น 2+ หรือ 3+ ได้แน่นอน
  2. พิจารณาพฤติกรรมการขับขี่ของตนเองหากคุณมีความชำนาญในการขับขี่รถยนต์ ไม่ค่อยขับเฉี่ยวชนสิ่งของ หรือมักจอดอยู่บ้าน มากกว่าขับไปนอกบ้าน การทำประกันรถยนต์ชั้น 3+ เป็นตัวเลือกค่อนข้างที่เหมาะสมเลยทีเดียวแต่หากคุณมักจอดในพื้นที่เสี่ยงหาย หรือขับรถไปต่างจังหวัดบ่อย ๆ ประกันรถยนต์ชั้น 3+ อาจไม่เพียงพอ คุณอาจต้องมองหาตัวเลือกอื่น อย่างประกันรถชั้น 2+ ที่คุ้มครองรถหาย หรือคุ้มครองรถคุณในขณะเดินทางไปพื้นที่ที่เสี่ยงเกิดภัยธรรมชาติ  จะตอบโจทย์กว่า
  3. พิจารณาการจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกหากคุณมีพฤติกรรมที่เข้าข่ายความคุ้มครองของประกันรถยนต์ชั้น 2+ หรือเลือกทำประกันรถชั้น 2+ แล้ว คุณควรพิจารณาการจ่ายค่าความเสียหายส่วนแรกด้วย เพราะการเลือกจ่ายค่าความเสียหายส่วนแรกจะทำให้คุณลดค่าเบี้ยประกันต่อเดือนให้ถูกลงได้อีกซึ่งประกันรถชั้น 2+ ของ DirectAsia มีค่าความเสียหายส่วนแรกเริ่มต้น 2,000 บาท ยิ่งคุณตกลงจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกสูง ก็มีผลต่อราคาประกันรถยนต์ที่ถูกลงด้วย

แต่ถ้าต้องการประหยัดค่าเบี้ยประกันอีกสักนิดและไม่ได้รู้สึกว่ารถยนต์ของเราจะเสี่ยงเจออุบัติเหตุจากภัยธรรมชาติ, สูญหาย หรือไฟไหม้ DirectAsia แนะนำ ซื้อประกันรถยนต์ 3+ จะตอบโจทย์กว่า

ทั้งนี้ แน่นอนว่าขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้เอาประกันเอง  สำหรับบางท่านไม่ได้มีความเสี่ยง แต่อยากป้องกันไว้ก่อน ก็สามารถเลือกชั้น 2+ ได้เช่นกัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมด้านการประกันภัยรถยนต์ ทั้งประกันรถยนต์ชั้น 1, ประกันรถยนต์ 2+, ประกันรถยนต์ 3+, ประกันชั้น 2, และ ประกันชั้น3 คลิกเว็บไซต์ https://www.directasia.co.th หรือสอบถามข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญ โทร 02-767-7777

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด


การันตีราคาดี ผ่อนสบาย 0% 10 เดือน


ไม่มีเวลาเช็คเบี้ย? ปรึกษากับเราโดยตรงที่นี่