อากาศเย็น สตาร์ทรถไม่ติด ทำไงดี?

อากาศเย็น สตาร์ทรถไม่ติด ทำไงดี

พอเข้าหน้าหนาว อากาศก็เย็นลง คนใช้รถแอบกังวัลกับความชื้นของอากาศกันมั้ยคะ ว่าจะทำให้รถสตาร์ทติดยาก แล้วยังทำให้เสียเวลาด้วย ดีไม่ดีบางคนถึงขนาดที่ต้องเอารถเข้าอู่ให้ช่างซ่อม เสียเงินอีกต่างหาก ลองมาดูกันค่ะว่าทำอย่างไรดีเมื่อรถสตาร์ทไม่ติด

  • สำหรับรถที่ใช้โช๊คมือ ให้ดึงโช๊คขึ้นก่อน และ ก่อนจะกดปุ่มหรือบิดกุญแจสตาร์ทรถ ให้เหยียบคันเร่ง 2-4 ครั้ง แต่สำหรับรถที่ใช้โช๊คอัตโนมัติ สามารถสตาร์ทได้เลย
  • พอสตาร์ทเครื่องติดแล้ว ไม่ควรเร่งเครื่องแรงๆ ให้ค่อยๆ เร่งเพื่อเป็นการวอร์มแบตเตอรี่ สัก 15 นาทีเป็นอย่างน้อย เนื่องจากเวลาอากาศเย็น น้ำมันหล่อลื่นจะจับตัวกัน มีความหนืด ทำให้การขับเคลื่อนของเครื่องยนต์ช้าลง ถ้าไม่ได้วอร์มแบตเตอรี่เครื่องยนต์ก่อน อาจทำให้เครื่องยนต์ต่างๆ ของรถสึกหรอได้

ถ้าลองทำตามคำแนะนำที่บอกไว้แล้วรถยังสตาร์ทไม่ติด ปัญหาอาจมาจากสาเหตุอื่น ที่ไม่ใช่เพราะอากาศเย็น ปัญหาหลักอาจจะมาจาก

  • หัวเทียน ก็อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้รถสตาร์ทติดยากได้เหมือนกัน เพราะหัวเทียนเมื่อใช้ไปนานๆ จะมีการสึกกร่อนที่ปลายแกน และเขี้ยวของหัวเทียน ดังนั้นควรตรวจเช็คสภาพหัวเทียนอย่างสม่ำเสมอ และควรเปลี่ยนหัวเทียนใหม่ทุกๆ 20,000 – 30,000 กม.
  • แบตเตอรี่ ก็สำคัญค่ะเพราะถ้าไม่ใช่อากาศที่เย็นทำให้รถสตาร์ทไม่ติด ก็ลองตรวจว่าขั้วแบตเตอรี่หลวมมั้ย? ถ้าหลวมก็หมุนปิดให้แน่น หากมีขี้เกลือขาวๆ เกาะติดอยู่ก็ให้ใช้มือถูออก และควรเช็คระดับน้ำยาแบตเตอรี่ด้วยว่ามีเพียงพอหรือเปล่า หากพบว่าแบตเตอรี่หมดก็ต้องเอาไปชาร์ตที่ร้าน
  • ไม่ควรเปิดไฟฉุกเฉินขณะขับรถ เพราะอาจทำให้คนใช้ถนน ด้วยกันเข้าใจผิดคิดว่ารถจอดอยู่เฉยๆ แล้วเวลาจะเลี้ยวซ้าย-ขวา ถ้ายังเปิดไฟฉุกเฉินทิ้งไว้ อาจทำให้รถคันอื่นไม่รู้ว่ารถของคุณจะขับไปทางไหนกันแน่ ซึ่งเป็นอันตรายอาจทำให้รถชนกันได้ค่ะ
  • ไดชาร์จเสื่อม ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้รถมีอาการสตาร์ทไม่ติด หรือขับๆอยู่เครื่องดับกลางอากาศได้ แนะนำว่าควรลองแก้ปัญหาเบื้องต้นด้วยการพ่วงแบตเตอรี่ดูค่ะ
  • หากลองสตาร์ทรถแล้วยังไงก็ไม่ติด บางทีมีเสียงแชะๆ แต่แผงหน้าปัดไฟยังติดปกติ ปัญหาน่าจะเป็นที่ มอเตอร์สตาร์ท งานนี้คือต้องยกรถเข้าอู่ซ่อม เตรียมเสียเงินได้เลยค่ะ
  • ถระบบไฟฟ้า พอลองบิดกุญแจหรือกดปุ่มสตาร์ทรถแล้วไฟที่แผงหน้าปัดไม่มีอะไรขึ้นเลย ระบบไฟฟ้าน่าจะมีปัญหา อาจจะเกิดจากการมีหนูเข้ามาแอบกัดสายไฟก็เป็นได้

เช็คให้ดีก่อนค่ะว่าที่รถสตาร์ทไม่ติดนั้นมาจากสาเหตุอะไร ทางที่ดีควรหมั่นเช็คความผิดปกติของรถ และตรวจเช็คสภาพรถเป็นประจำดีกว่านะคะ