ดูแล “คลัทช์” ยังไงไม่ให้พัง

ดูแล “คลัทช์” ยังไงไม่ให้พัง

“คลัทช์” เป็นอีกชิ้นส่วนสำคัญสำหรับรถที่ช่วยในการขับเคลื่อนให้รถของเราขับไปได้ ถ้าเครื่องดีแต่คลัทช์พังรถก็วิ่งไปไม่ได้อยู่ดี วันนี้เรามีเคล็ดลับดีๆมาแนะนำ รวมถึงการสังเกตปัญหาต่างๆของคลัทช์ เพื่อที่เราจะได้มาดูแลและรักษาคลัทช์กันนะคะ

สำหรับเกียร์ธรรมดา

  • คลัทช์ลื่น เป็นสัญญานที่กำลังบอกว่าคลัทช์ของรถคุณใกล้หมด อาการของคลัทช์ลื่นคือ เครื่องยนต์ทำงานมีรอบเครื่องสูงขึ้นแต่ความเร็วรถยนต์ลดลงกว่าปกติ หรือรถไม่มีกำลังขึ้นทางชัน มีสาเหตุมาจาก รถที่บรรทุกของหนัก แล้วขับขึ้นที่ลาดชันบ่อยๆ หรือเกิดจากการตั้งคลัทช์ที่ไม่เหมาะสมกับกำลังเครื่องยนต์ ก็เป็นอีกอย่างที่จะทำให้เกิดคลัทช์ลื่นได้ สิ่งที่ตามมาคือ ผ้าคลัทช์อาจด้าน หวีคลัทช์ และฟลายวิลเกิดรอยไหม้ได้ การแก้ไข หากสังเกตุพบเหตุข้างต้น ควรให้ช่างที่เชี่ยวชาญรื้อคลัทช์ออกมาเช็คว่าเสียหายจุดไหนกันแน่ และหากพบสาเหตุแล้ว ควรเปลี่ยนผ้าคลัทช์ และหวีคลัทช์ใหม่, เจียรฟลายวิล หรือหาชุดคลัทช์แต่งให้เหมาะสมกับกำลังเครื่องยนต์ เพื่อความปลอดภัยในการขับรถอย่างเร่งด่วน
  • คลัทช์รั่ว สังเกตได้ว่า ตามกระบอกคลัทช์บนหรือล่างจะมีการซึมของน้ำมันคลัทช์ ถ้าเช็คแล้วเห็นสายอ่อนคลัทช์มีรอยรั่ว หรือน้ำมันคลัทช์เริ่มลดลง อย่าเติมน้ำมันคลัทช์เพิ่ม แต่ให้เช็คหารอยรั่วก่อน และรีบแก้ไขให้เร็วที่สุด
  • คลัทช์สั่น สังเกตได้จากเวลาที่ออกตัว แล้วรถมีอาการสั่น กระตุก เกิดจากความไม่เรียบสม่ำเสมอของผ้าคลัทช์ หวีคลัทช์ และฟลายวิล แนะนำให้เปลี่ยนคลัทช์ใหม่ หรือเอาหวีคลัทช์ไปเจียรใหม่
  • คลัทช์แตก สาเหตุเกิดจากการที่ขับรถรุนแรงก็คือมักจะชอบเหยียบคลัทช์แรงๆ ทำให้เสี่ยงที่คลัทช์จะแตกได้ง่าย หรืออาจเกิดจากโครงผ้าคลัชท์ที่ไม่ดี ไม่เหมาะสมกับกำลังรถ หรืออาจเกิดจากสปริงจานคลัทช์เสีย ทำให้หดตัว และถ้าผ้าคลัทช์แตก จะทำให้รถไม่สามารถเข้าเกียร์ได้ ให้เปลี่ยนคลัทช์ใหม่ที่มีโครงผ้าที่ดีและเหมาะสมกับกำลังรถค่ะ

                   ควรหมั่นเช็ค น้ำมันคลัทช์ และเปลี่ยนถ่ายน้ำมันคลัทช์เมื่อถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยน เพราะเมื่อใช้งานไปนานๆ จะมีน้ำ และเศษลูกยางปั้มคลัทช์ปะปนอยู่ เพื่อประสิทธิภาพในการทำงานของคลัทช์จะได้ไม่สึกหรอเร็วเกินไป

สำหรับเกียร์ออโต้

                   วิธีการเช็คและสังเกต คลัทช์หมด ของรถเกียร์ออโต้ เวลาเครื่องเย็น พอเราใส่เกียร์เหยียบคันเร่งแล้วใช้รอบสูงกว่าปกติ เช่น รอบเครื่องของคุณ 25,000 ถ้าเกิน 30,000 แสดงว่าคลัทช์ใกล้หมด แต่ถ้าอยู่ที่ 22,000 – 25,000 คือยังปกติดีอยู่ ข้อควรระวัง ขณะเหยียบคันเร่งห้ามปล่อยเบรคเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นรถอาจจะพุ่งไปชนกับสิ่งที่อยู่ข้างหน้าจนเกิดอุบัติเหตุได้

                   อีกหนึ่งข้อสังเกต เวลารถเข้าเกียร์ถอย แล้วรถไม่ถอยตามปกติ เตรียมใจซ่อมไว้เลยนะคะ และตามปกตินั้นเกียร์ออโต จะเริ่มจากคลัทช์หมดก่อน แล้วจึงจะลามไปส่วนอื่นๆ ซึ่งเวลาซ่อมควรเปลี่ยนใหม่ยกชุดไปเลย จะง่ายและราคาถูก ดีกว่ามาเปลี่ยนทีละเกียร์ค่ะ

                   เพื่อดูแลรถที่คุณรักให้อยู่กับคุณไปนานๆ อย่าลืมตรวจสอบ และสังเกตุอาการผิดปกติของส่วนต่างๆ ของรถนะคะ เพื่อจะได้แก้ไข้ปัญหาได้ทัน