เติมลมยางรถยนต์อย่างไรถึงถูกต้อง


ปกติแล้วในรถทุกคันจะมีสติกเกอร์ด้านคนขับและคู่มือรถจะมีบอกเอาไว้อยู่แล้วว่าควรเติมลมยางรถเท่าไหร่จึงจะเหมาะตามสเปคของรถที่กำหนดไว้ค่ะ ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งเนื่องจากสามารถช่วยให้รถของเราประหยัดน้ำมัน อีกทั้งยังช่วยให้ประสิทธิภาพในการขับขี่ดีอีกด้วย แล้วยังส่งผลช่วยลดอุบัติเหตุให้น้อยลง มาติดตามอ่านกันค่ะว่าวิธีและการเติมลมยางรถอย่างไรถึงเหมาะสม

  1. ไม่ควรเติมลมยางตอนที่ยางรถยังร้อนอยู่ เพราะความร้อนทำให้อากาศขยายตัว
  2. เติมลมยางควรให้อยู่ในสเปครถของคุณด้วย เช่น รถเก๋งตามมาตรฐานให้สูบลมได้สูงสุด 36 ปอนด์/ตารางนิ้ว ส่วนรถกระบะตามมาตรฐานให้สูบลมได้สูงสุด 65 ปอนด์/ตารางนิ้ว
  3. ควรหมั่นเช็คลมยางเป็นประจำ อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งนะคะ เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่
  4. เติมลมยางไม่ควรมากเกินไป เพราะเวลาที่ขับรถแล้วเจอแรงกระแทกหนักๆ ยางรถอาจระเบิดได้ค่ะ หรือรถลื่นไถลได้ง่าย
  5. เติมลมน้อยเกินไปก็ไม่ดีค่ะ ทำให้บริเวณไหล่ยาง และแก้มยางทำงานหนักเกินไปทำให้สึกหรอได้ง่าย แถมสิ้นเปลืองน้ำมันด้วย
  6. เมื่อต้องเดินทางไกล นาน ๆ ควรเพิ่มลมยางอีกประมาณ 3-5 PSI (ปอนด์ต่อตารางนิ้ว)
  7. ควรวัดค่าลมยางตอนที่ยางรถเย็นตัวลงแล้วเพื่อให้ได้ค่าที่ถูกต้องแน่นอน เพราะถ้าวัดตอนที่ยางยังร้อนจะได้ค่าแรงดันที่มีค่าเกินจริง
  8. เดี๋ยวนี้นิยมนำก๊าซไนโตรเจนมาใช้เติมยางรถยนต์แทนอากาศที่ใช้กันอยู่ทั่วไป เพราะช่วยให้การซึมของลมยางน้อยลง ไม่ต้องเติมลมบ่อยๆ แล้วยังช่วยลดเสื่อมสภาพของโครงยางและกระทะล้อด้วย
  9. ทุกครั้งที่เปลี่ยนยางใหม่ควรเปลี่ยนวาล์วและแกนวาล์วด้วย เพื่อกันไม่ให้ลมรั่วซึมที่วาล์ว
  10. สำหรับยางใหม่ในช่วง 3,000 กม. แรกให้เพิ่มความถี่ในการตรวจเช็คลมยางให้มากกว่าปกติ เนื่องจากโครงยางในช่วงนี้จะมีการขยายตัวทำให้ความดันลมยางลดลง

ดังนั้น จึงต้องหมั่นตรวจเช็คลมยางอย่างสม่ำเสมอเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในชีวิตของเราเวลาขับรถนะคะ