รถสตาร์ทไม่ติด ต้องเช็คอะไรบ้าง

รถสตาร์ทไม่ติด ต้องเช็คอะไรบ้าง

รถสตาร์ทไม่ติด ต้องเช็คอะไรบ้าง?

เซ็งสุดๆ สำหรับคนมีรถขับ เมื่อต้องเจอกับปัญหารถสตาร์ทไม่ติด ซึ่งเกิดจากหลายสาเหตุ แถมไม่เลือกด้วยว่าจะเกิดขึ้นกับรถใหม่หรือรถเก่า วันนี้เรามีวิธีเช็คและการแก้ปัญหาในกรณีที่ รถสตาร์ทไม่ติด

  • แบตเตอรี่ เป็นจุดที่มักจะเป็นที่มาของการที่รถสตาร์ทไม่ติดบ่อยสุด ตามปกติแล้วแบตเตอรี่อายุการใช้งานประมาณ 1 ปีครึ่งถึง 2 ปี จึงควรเปลี่ยนใหม่ แต่บางคนอาจเจอปัญหารถสตาร์ติดบ้างไม่ติดบ้าง อาจเป็นเพราะมีสภาพอากาศเย็น ณ ช่วงเวลานั้นๆ การแก้ปัญหาเบื้องต้นคือควรขอพ่วงแบตเตอรี่กับรถคันอื่น แต่ถ้าพ่วงแบตเตอรี่แล้วก็ยังสตาร์ทไม่ติดอาจจะเป็นเพราะสาเหตุอื่น ซึ่งควรเรียกให้ช่างมาเช็คดู
  • ไดชาร์จ อาการของไดชาร์จเสื่อมหรือไม่ เช็คได้ด้วยการสตาร์ทรถทิ้งไว้สักพัก แล้วก็ถอดขั้วแบตเตอรี่ออกหนึ่งข้าง หากรถของคุณมีอาการไฟตก รถกระตุก รถดับ หรือมีไฟรูปแบตเตอรี่ขึ้นโชว์ที่หน้าปัดแสดงว่าไดชารจ์เสื่อม ควรรีบนำรถเข้าเช็คที่อู่
  • ระบบไฟฟ้าในรถ เช็คได้ด้วยวิธีให้สตาร์ทรถแล้วดูที่แผงไฟหน้าปัดรถว่ามีไฟขึ้นมาหรือเปล่า ถ้าไม่มีก็แสดงว่าระบบไฟฟ้าในรถมีปัญหา ซึ่งอาจเป็นเพราะสายไฟขาดเพราะโดนหนูกัด หรือไม่ก็เผลอเปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าในรถทิ้งไว้เป็นเวลานานๆ ก็ส่งผลให้ระบบไฟมีปัญหา แถมระบบเครื่องยนต์ของรถพังได้ด้วย
  • มอเตอร์รถ ควรเช็คดู เพราะว่าถ้าพ่วงแบตเตอรี่รถยนต์หรือเปลี่ยนแบตเตอรี่แล้วก็ยังสตาร์ทรถไม่ติดเหมือนเดิม ให้ดูที่แผงหน้าปัดรถยนต์มีไฟติดมั้ย หรือเวลาสตาร์ทรถมีเสียงประจุไฟแชะเบาๆ นั้นอาจเป็นเพราะมอเตอร์รถมีปัญหา อาจเพราะฟิวส์ขาด , สายไฟต่อเข้ากับมอเตอร์หลุด แนะนำว่าให้เอารถเข้าอู่ซ่อมดีกว่า
  • น้ำมันรถ เช็คดูว่าน้ำมันไม่ได้หมดถัง เพราะบางคนอาจจะหลงลืมเติมน้ำมันจนเข็มเตือนชี้ไปที่ขีดแดงแล้ว ทำให้น้ำมันในถังไม่เพียงพอที่จะสตาร์ทรถให้ติดได้ สำหรับปัญหานี้ก็ต้องรีบหาน้ำมันมาเติมโดยด่วน

ถ้าไม่อย่างเจอปัญหารถสตาร์ทไม่ติดแล้วละก็ ควรเอารถเข้าเช็คสภาพเป็นประจำและใส่ใจที่จะดูแลรถของคุณเองด้วยนะคะ