ซื้อประกันให้เหมาะกับ “การแต่งรถ”


หลังออกรถมาแล้วถ้าไปตกแต่งรถ เช่น ติดสเกิร์ต , เปลี่ยนล้อแม็ก , ติดสติกเกอร์ , เปลี่ยนท่อ ฯลฯ  ต้องคิดด้วยว่าจะแต่งอย่างไรให้ผิดกฎหมาย ที่สำคัญควรต้องแจ้งกับประกันภัยรถที่เราซื้อไว้ก่อนด้วย เผื่อที่ทางประกันภัยเพื่อจะได้ให้ความคุ้มครองที่คุ้มค่ากว่าค่ะ

สำหรับข้อควรระวังแต่งรถไม่ให้ทำผิดกฎหมาย เช่น

  • ท่อไอเสียต้องมีความดังไม่เกิน 100 เดซิเบล ซึ่งขนาดท่อจะใหญ่หรือเล็กก็ได้ตามใจที่คุณชอบ
  • รถยนต์สามารถโหลดเตี้ยได้ แต่ พ.ร.บ. กำหนดว่า ไม่ต่ำกว่า 40 ซม. โดยวัดจากวัดจากกึ่งกลางไฟหน้ากับระดับพื้นถนนจะต้องมีระยะไม่ต่ำกว่า 40 เซนติเมตร หรือจะยกสูงไม่เกิน 175 ซม. โดยวัดจากวัดจากกึ่งกลางไฟหน้ากับระดับพื้นถนน
  • ห้าม! ดัดแปลงป้ายทะเบียนรถ ไม่อย่างนั้นจะถูกปรับ ไม่เกิน 2,000 บาท หรือเอาอะไรมาบังป้ายทะเบียนจนมองไม่ชัดโดนปรับ 500 บาท
  • ไฟเบรกทุกจุดบนรถต้องเป็นแสงสีแดง, ไฟเลี้ยวต้องเป็นสีแสงเหลือง, ไฟถอยหลังต้องเป็นแสงสีขาว ห้ามดัดแปลงเป็นสีอื่นๆ เด็ดขาด
  • การเปลี่ยนสีรถจะทั้งคันหรือเป็นบางจุดก็ต้องแจ้งกับกรมขนส่งทางบกให้เรียบร้อย
  • ขนาดล้อรถยนต์กฎหมายไม่ได้มีระบุขนาดเอาไว้ แต่ต้องไม่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ หรือสร้างความเดือดร้อนต่อผู้อื่นได้
  • ติดสติ๊กเกอร์แต่งรถจะมีขนาดเล็กหรือใหญ่ติดได้ไม่ผิดกฎหมาย

ในเมื่อแต่งรถถูกต้องตามกฎหมายกำหนดแล้ว ในเรื่องของประกันภัยรถไม่ควรมองข้ามค่ะ โดยประกันคุ้มครองอุปกรณ์ตกแต่งเพิ่มนั้นจ่ายค่าเบี้ยประกันเพิ่มไม่เยอะค่ะ รถที่มีการแต่งเพิ่มถ้าเราไม่แจ้งไว้ก่อนซื้อตั้งแต่แรกหรือไม่แจ้งประกันตอนต่อ บริษัทประกันภัยรถจะไม่ได้ลงบันทึกประวัติเอาไว้ เพราะถ้าไม่แจ้งเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นมารถก็จะได้รับความคุ้มครองแค่ที่แจ้งไว้ ส่วนเกินที่เสียหาย บริษัทประกันภัยรถก็จะไม่รับผิดชอบ  ถ้าเทียบกับราคาอุปกรณ์แต่งรถบางอย่างที่ราคาหลายหมื่นบาท แล้วเวลาที่ประกันรถจ่ายค่าซ่อมอุปกรณ์ให้คืนนั้นมูลค่าเท่ากับราคาอุปกรณ์ที่ซื้อมา แต่เราต้องนำใบเสร็จราคาจากร้านที่ไปติดตั้งเพิ่มยื่นพร้อมต่อประกันเคลมด้วย เรียกว่าคุ้มค่ามากกว่าจริงๆ  กับการจ่ายเบี้ยประกันเพิ่มอีกนิดหน่อยเท่านั้น