รีวิวหนัง Nebraska การเดินทางตามบางสิ่งที่หายไป


เคยมีหนังเรื่องไหนไหมครับที่ดำเนินเรื่องอย่างเรียบง่าย เนื้อหาดูธรรมดาๆ การถ่ายทำไม่มีเทคนิคพิเศษหรือสเปเชียลเอ็ฟเฟ็กต์ใดๆ แต่สามารถทำให้เราเฝ้าติดตามดูได้ตลอดเรื่องโดยที่ไม่เบื่อหน่าย

คนที่ชอบดูหนัง น่าจะต้องได้เจอหนังแนวๆ นี้บ้าง ที่ทำให้คุณรู้สึกอย่างที่ผมบอกไป ผมเองเคยเจอหนังแบบนี้หลายครั้งแต่ก็จำชื่อเรื่องไม่ได้เสียแล้ว นึกไม่ออกเลยจริงๆ แต่ถ้าถามว่าแล้วเรื่องล่าสุดซึ่งเป็นหนังแนวนี้ที่ดูไปเป็นเรื่องอะไร บอกได้ทันทีเลย เพราะเพิ่งจะดูมาหมาดๆ นี่เองคือ Nebraska ครับ

เรื่องนี้การถ่ายทำเรียบง่ายจริงๆ เนื้อหาก็ธรรมดาๆ ไม่มีการหักมุมหรือว่าซึ้งกินใจใดๆ ทั้งสิ้น แถมเป็นการถ่ายทำแบบขาว-ดำอีกต่างหาก แต่ก็ชวนให้ผมติดตามได้ตลอด 115 นาที โดยที่ไม่รู้สึกเบื่อแต่อย่างใด

Nebraska เป็นหนังนอกกระแส กำกับการแสดงโดย Alexander Payne นำเสนอเรื่องราวของชายชราคนหนึ่งกับครอบครัว ผมไม่เคยได้ยินหนังเรื่องนี้มาก่อนเลย ไม่เคยดูตัวอย่าง ไม่เคยอ่านเรื่องย่อ ตอนที่มีโอกาสและสนใจที่จะดู เพราะเห็นว่าหนังเรื่องนี้ได้หรือลุ้นรางวัลอะไรสักอย่างในงานประกาศผลรางวัล ออสการ์ ครั้งที่ 86 ที่ผ่านมานี่แหละ ก็เลยนึกสนใจขึ้นมา

หารสชาติใหม่ๆ ในการเสพภาพยนตร์เสียหน่อย คิดแค่นั้น แล้วก็ดูเลย ตอนแรกสับสนนิดหน่อยว่าชายชราที่ชื่อว่า Woody Grant ตัวเอกของเรื่องต้องการอะไร เพราะเริ่มเรื่องขึ้นมา ชายคนนี้ก็เดินออกจากบ้านโดยที่ไม่บอกไม่กล่าวใคร จนมีตำรวจมาพบ สอบถามได้ความว่าจะเดินไป Nebraska

เห็นเนื้อหาตอนแรกคิดว่าชายชราคนนี้เป็นคนความจำเสื่อมแน่เลย แล้วไงต่อล่ะ? วันรุ่งขึ้นชายชราคนนี้ก็ยังคงเดินออกมาจากบ้านอีก จนลูกชายคนรองซึ่งรู้สึกหงุดหงิดกับการกระทำของพ่อ เอ่ยถามขึ้นว่าพ่อจะไปไหนไปทำไม ในขณะที่ฝ่ายภรรยาของชายชราก็เอาแต่ตีโพยตีพาย

ทีแรกคิดว่าชายชราความจำเสื่อม เมียก็เบื่อ ลูกก็ระอา แต่ความจริงแล้ว ชายชราคนนี้ได้จดหมายจากสำนักพิมพ์แห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ที่ Nebraska ส่งมาถึงเขา มีใจความประมาณว่า ถ้าหมายเลขผู้โชคดีตรงกับใคร คนนั้นจะได้รางวัล 1 ล้านดอลลาร์ แต่ชายชราคนนี้กลับคิดว่าตัวเองเป็นผู้โชคดีและได้เงินล้านแล้ว จึงต้องการเดินทางไปรับเงิน แม้ลูกชายทั้งคนโตและคนรอง รวมถึงภรรยาของเขาจะทัดทานอย่างไรก็ไม่ฟัง

จนในที่สุดลูกชายคนรองทนการรบเร้าของผู้เป็นพ่อไม่ได้ จึงต้องลางานและพาพ่อไปยังจุดหมายปลายทางที่ Nebraska

ด้วยระยะทางจากบ้านของเขาไป Nebraska นั้นค่อนข้างที่จะไกล ทำให้ 2 พ่อลูก มีโอกาสที่จะได้พูดคุยกันแบบพ่อกับลูก และทำให้ผมเริ่มที่จะเข้าใจสิ่งที่หนังต้องการจะสื่อ การที่ชายชรารั้นที่จะเดินทางไปรับเงินให้ได้ จากการเอ่ยถามของลูกชาย ชายชราได้ตอบด้วยน้ำเสียงที่เรียบง่ายและแผ่วเบาว่า ‘ก่อนตาย ฉันก็อยากจะทิ้งอะไรไว้ให้แกบ้าง’ …ไม่แน่ใจว่าผมจำประโยคถูกต้องไหม แต่จำได้ว่าประมาณนี้แหละ

ระหว่างทางเขาได้แวะที่เมือง Howthorne ซึ่งเป็นบ้านเกิดของชายชราเพื่อหาญาติด้วย และถือโอกาสพักที่นี่ 2-3 คืน ที่นี่ชายชราได้ไปในสถานที่ต่างๆ ที่เขาเคยเติบโตขึ้นมาและใช้ชีวิตอยู่ในช่วงวัยรุ่น ได้พบเพื่อนและคนรู้จักเก่าๆ

เมื่อเพื่อนและผู้คนที่นั่นได้รู้ว่าชายชราเป็นผู้โชคดีได้รับรางวัล 1 ล้านดอลลาร์ ภายในเมืองเล็กๆ แห่งนี้ เขาได้เป็นคนดังขึ้นมาทันทีในช่วงข้ามคืน ผู้คนต่างให้ความสนใจ ถามถึง และเข้ามาทักทาย ดูเป็นสิ่งที่ชายชราดูจะมีความสุขอยู่ในทีและพึงพอใจต่อสถานะที่เป็น

ท้ายที่สุดแล้ว ลูกชายพาเขาไป Nebraska จนได้ ไปยังสำนักพิมพ์ต้นเหตุและได้รับคำตอบว่า เขาไม่ใช่ผู้โชคดีคนนั้น ชายชรากลับมาอยู่ในสภาวะหดหู่ เหมือนคนที่สิ้นหวังอีกครั้ง ในขณะที่ลูกชายเหมือนจะรู้คำตอบอยู่แล้ว เพียงแต่เดินทางมาตามความปารถนาของพ่อ

สิ่งที่หนังนำเสนอให้ผมได้สัมผัส เนื้อหาของเรื่องที่ดูเรียบง่ายนี้แหละที่ชวนให้ผมติดตาม เพราะตลอดเรื่องสิ่งที่ผมได้คือ การได้มองเห็นชีวิตและความคิดในวัยชราของคนเราว่า จะต้องการอะไรมากไปกว่าการได้มีเป้าหมายอะไรให้ทำเพื่อเห็นคุณค่าของชีวิต และการได้เป็นคนที่ยังมีความสำคัญ ไม่ว่าจะมองในมุมใด ในมุมที่เรามองถึงพ่อกับแม่ หรือในมุมที่วันหนึ่งผมจะต้องแก่ชรา หนังเรื่องนี้ก็ทำให้ผมต้องหยุดดูอย่างไม่มีเงื่อนไขและได้คิดตาม

หลังจากรู้แล้วว่าพ่อของตนไม่ได้รับเงินแน่ๆ ก่อนเดินทางกลับ ลูกชายได้ทำเซอไพรส์ให้พ่อของเขาด้วยการขายรถของตนและซื้อรถคันใหม่เป็นรถกระบะที่พ่ออยากได้ และเครื่องคอมเพรสเซอร์ที่พ่อเคยให้เพื่อนไปตอนวัยรุ่น และทำให้พ่อของเขามีรอยยิ้มขึ้นมาได้

ตอนที่ต้องขับรถผ่านบ้านเกิดของพ่อ เขายังเปิดโอกาสให้พ่อได้เป็นคนขับรถเองด้วย ซึ่งเพื่อนของพ่อและผู้คนในเมืองต่างก็มองเป็นสายตาเดียว ชายชราดูมีความพอใจและภูมิใจในความรู้สึกที่ว่าแม้ตนจะแก่แล้วแต่ก็ยังมีโอกาสที่ได้ทำอะไรแบบนี้

คนเราจะมีต้องการอะไรมากไปกว่าการได้รู้ว่าตัวเองมีคุณค่าจริงไหมครับ  ผมว่าเป็นหนังสำหรับครอบครัวที่ดูได้ทุกคนนะครับ ขอแนะนำให้กลุ่มผู้ขับขี่ปลอดภัยอย่างเราๆได้ดูกัน…ไม่รู้ว่าตอนที่ลูกชายซื้อรถมาได้ทำประกันแล้วหรือยัง ถ้ายังไม่ได้ทำ จะบอกว่ามาซื้อออนไลน์กับ DirectAsia.com ประเทศไทยได้นะ