แชร์ประสบการณ์ ปั่นจักรยานล่าฝัน ภาคหนึ่ง ตอนที่ 2

bike-02

เล่าต่อถึงประสบการณ์การปั่นจักรยานครั้งแรกของผม จากที่เล่าค้างไว้ในบทความที่แล้ว การปั่นครั้งแรกแบบคนที่ไม่มีประสบการณ์มาก่อนเลยแม้แต่น้อยกับระยะทาง 50 กิโลเมตร จากชานเมืองมุ่งหน้าเข้ากรุง

จากหนองแขมผมใช้เส้นทางพุทธมณพลสาย 4 เข้าถนนบรมราชนนีขาเข้า เลี้ยวซ้ายเข้าถนนกาญจนาภิเษกมุ่งหน้าบางบัวทองแล้วเลี้ยวเข้าถนนพระราม 5 มุ่งหน้านครอินทร์ แล้วไปเลี้ยวขวาอีกทีเข้าถนนกรุงเทพฯ-นนท์ เลี้ยวซ้ายอีกทีตรงแยกวงศ์สว่าง และเลี้ยวซ้ายเข้าถนนประชาชื่น

กว่า 50 กิโลเมตรกับเส้นทางนี้ มีหลายช่วงที่การเดินทางไม่ราบลื่นนัก เช่น ต้องฝ่ารถยนต์ที่วิ่งกันอย่างรวดเร็วในช่วงทางต่างระดับ หรือช่วงที่ต้องข้ามแยกไฟแดง กับการเดินทางเช้าวันแรกผมใช้เวลาไป 3 ชั่วโมงครึ่ง ออกจากบ้านตีห้าถึงที่ทำงานแปดโมงครึ่งเป็นเวลาเข้างานพอดี

สภาพหลังจากอาบน้ำเสร็จเหนื่อยล้า แขนขาตึงไปหมด จากที่คิดไว้ว่าปั่นไปทำงานตอนเช้าได้ออกกำลังกายเบาๆ เหงื่อออกตอนเช้า อาบน้ำให้สบายตัว คงจะทำงานด้วยความสดชื่น ที่ไหนได้ ไม่อยากจะขยับแขนขยับขาเลย ง่วงอีกต่างหาก ถึงตอนเย็นเวลาเลิกงานเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมพร้อมเดินทางกลับเส้นทางเดิม ออกจากที่ทำงานห้าโมงครึ่งถึงบ้านสองทุ่มกว่าเกือบๆ สามทุ่ม สลบสไลไปเลยในวันนั้น ความหึกเหิมกระเหี้ยนกระหือรือที่อยากจะปั่นแทบหาไม่เจอ

แต่ยังคงไม่ละความพยายามเพราะเป็นธรรมดาของการออกกำลังกาย วันแรกก็ต้องเหนื่อย เดี๋ยววันต่อไปก็จะดีขึ้น แต่ต้องเปลี่ยนแผนนิดหน่อย เพราะหากยึดเส้นทางเดิมและยังต้องใช้เวลาในการเดินทางแบบนี้เดี๋ยวจะหักโหมเกินไป เรียกว่าไม่ต้องทำอะไรกันแล้ววันๆ หนึ่ง

แผนใหม่ในเส้นทางเดิมคือ ขับรถไปจอดบ้านน้องสาวแถวๆ ตลิ่งชันแล้วปั่นจักรยานไปทำงานซึ่งระยะทางเหลือเพียง 25 กิโลเมตร ถือว่ากำลังดีสำหรับมือใหม่ และการปั่นเพื่อไปกลับที่ทำงาน ตอนเย็นก็ปั่นกลับเอาจักรยานมาจอดแถวตลิ่งชันแล้วขับรถยนต์กลับ เป็นอะไรที่ลงตัว เวลาในการเดินทางลดลง ดูไม่หักโหมเกินไป ความตั้งใจสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างดี

ตลอดระยะทางที่ปั่นช่วงที่มีความสุขที่สุดคือช่วงที่ปั่นอยู่บนถนนนครอินทร์-พระราม 5 เพราะถนนกว้าง โล่ง ปั่นสบาย ผิวถนนเรียบ บรรยากาศดี ช่วงที่ค่อนข้างลำบากและอันตรายด้วยคือช่วงที่อยู่ในมืองตั้งแต่ออกจากแถวๆ ประชาชื่นต่อเนื่องมาถึงถนนกรุงเทพฯ-นนท์ รถค่อนข้างมาก อีกทั้งถนนก็ไม่ค่อยดี บางช่วงต้องขึ้นไปปั่นบนฟุตบาทซึ่งผิวทางไม่ค่อยดีสักเท่าไร ปั่นไปก็ระแวงไปว่าล้อกับยางเล็กๆ ของเสือหมอบจะเป็นอะไรไหม และสิ่งที่ไม่ชอบที่สุดคือ ฝาท่อกับตะแกรงปิดท่อระบายน้ำ นอกจากทำให้หมดสนุก ปั่นไม่ต่อเนื่องแล้ว ยังอันตรายอีกด้วย

แต่ด้วยเหตุผลใดที่ต้องหยุดปั่นไปในครั้งนั้นจำไม่ได้แล้ว พยายามจะหาโอกาสปั่นในวันหยุดแต่ก็ไม่เป็นผล กิจกรรมการปั่นค่อยๆ ห่างเหินจากชีวิตไปเรื่อยและหยุดไปในที่สุด นั่นแหละคือประสบการณ์การปั่นครั้งแรกของผม

คุณมีประสบการณ์เกี่ยวกับการปั่นไหม ถึงแม้ผมจะไม่ใช่ขาปั่นตัวยง แต่ก็ยังคิดถึงและชื่นชอบการปั่นอยู่ตลอด ตอนนี้ผมกำลังอยู่ในช่วงประสบการณ์การปั่นภาคสองกับเสือภูเขาคันใหม่ ถ้าใครมีเส้นทางปั่นสวยๆ ก็แนะนำกันบ้างนะครับ แชร์ไปที่ Facebook Fan Page ของ DirectAsia.com ประเทศไทยก็ได้ ถ้ามีโอกาสผมจะไปปั่นบ้าง