ฝนตก ถนนลื่น ขับรถชนคันอื่นพังแถมมีคนเสียชีวิต ประกันรับผิดชอบอะไรบ้าง?

ฝนตก ถนนลื่น ขับรถชนคันอื่นพังแถมมีคนเสียชีวิต ประกันรับผิดชอบอะไรบ้าง?

ฝนตก ถนนลื่น ขับรถชนคันอื่นพังแถมมีคนเสียชีวิต ประกันรับผิดชอบอะไรบ้าง?

หากว่าต้องเจอกับอุบัติเหตุ ขับรถชนคันอื่นพังแถมมีคนเสียชีวิต ซึ่งเราเองเป็นฝ่ายผิดด้วย อย่างนี้แล้วประกันรถยนต์ที่ทำไว้จะรับผิดชอบในส่วนของรถยนต์ที่พังเสียหายและคนเสียชีวิตอย่างไรบ้าง เรามีคำตอบมาฝากค่ะ

ความเสียหายของรถยนต์ สำหรับรถของเราเอง บ.ประกันภัย จะดูแลในเรื่องค่าซ่อมให้ ซึ่งก็ต้องมาดูว่ารถของเราทำประกันชั้นไหน? ถ้าเป็นประกันชั้น 1 , 2+, 3+ ความคุ้มครองกรณีความเสียหายของรถจากอุบัติเหตุ บ.ประกันจะรับผิดชอบค่าซ่อมแซมให้ค่ะ ถึงเราจะเป็นฝ่ายผิดก็ตาม โดยรับผิดชอบทั้งตัวรถและอุปกรณ์เสริมที่ผู้เอาประกันได้ติดตั้งไว้ แต่ต้องมีการแจ้งให้ บ. ประกันภัยทราบไว้ก่อนอยู่แล้ว เพราะถ้าไม่มีการแจ้งไว้ว่ามีติดตั้งอุปกรณ์เสริม บ. ประกันภัยจะไม่รับผิดชอบความเสียหายที่เกิดกับอุปกรณ์เหล่านั้น

ตัวอย่าง รถทำประกันภัยชั้น 1 แล้วเกิดอุบัติเหตุขับไปชนรถด้วยกันเองพังยับ บ.ประกันภัยก็จะรับผิดชอบจ่ายค่าซ่อมให้ตามวงเงินตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์

ส่วนรถของคู่กรณี บ. ประกันภัยก็จะรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหาย โดยประกันชั้น 1 จ่ายให้ สูงสุด 5,000,000 บาท/ครั้ง , ประกันชั้น 2+ และ 3+ จ่ายให้สูงสุด 2,500,000 บาท/ครั้ง ส่วนประกันชั้น 2 และ 3 ความคุ้มครองจะไม่ครอบคลุมในเรื่องของค่าซ่อมรถของผู้เอาประกัน คือต้องซ่อมเอง แล้วรถของคู่กรณีหากเป็นฝ่ายผิด ก็ต้องจ่ายค่าซ่อมให้กับคู่กรณีเองค่ะ

ความรับผิดชอบกับคนเสียชีวิต ถ้าเป็นบุคคลภายนอก คนที่ไม่ได้นั่งอยู่ในรถของเรา ประกันภัยจะรับผิดชอบจ่ายให้ดังนี้ ประกันชั้น 1 จ่ายให้สูงสุด 2,000,000 บาท/คน หรือไม่เกิน 10,000,000 บาท/ครั้ง ส่วนประกันชั้น 2+,2,3+,3 จ่ายให้สูงสุด 1,000,000 บาท/คน แต่ในกรณีนี้จะมีเรื่องของกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย คือ

ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ” ผู้ใดกระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 20,000 บาท ”

โดยศาลจะพิจารณาหลักฐานต่างๆ ถ้าไม่เคยทำความผิดมาก่อน และยอมชดใช้ค่าเสียหาย และฝ่ายผู้เสียหายไม่เอาเรื่อง เนื่องจากฝ่ายผู้กระทำผิดยอมชดเชยค่าชดใช้ให้ ทางศาลก็จะลดโทษให้จำคุก 1 -3 ปี หรือแล้วแต่ ถ้าคู่กรณียอมความ ไม่ติดใจเอาเรื่อง ศาลก็จะปรานีลดโทษให้ เหลือเพียงการรอลงอาญา โดยจะต้องรายงานตัวกับพนักงานคุมความประพฤติตามระยะเวลาที่กำหนดค่ะ

ถ้าเป็นผู้เอาประกัน ผู้ขับขี่ และผู้โดยสารในรถ ประกันภัยจะรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลในกรณีร่างกายได้รับบาดเจ็บ และค่าสินไหมทดแทนในกรณีเสียชีวิต ตามจำนวนเงินที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ นอกจากเงินที่จะได้รับจาก บ. ประกันภัยรถยนต์ สำหรับผู้เสียชีวิต สามารถรับเงินจากประกันภาคบังคับ หรือ พ.ร.บ. ได้เช่นกัน สำหรับวงเงินความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.

ค่าเสียหายเบื้องต้น หมายถึง ค่าเสียหายต่อชีวิต – ร่างกาย ของผู้ประสบภัยอันเนื่องจากการใช้รถที่บริษัทประกันภัยต้องจ่ายโดยไม่ต้องรอพิสูจน์ความรับผิดและให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของค่าสินไหมทดแทน

  1. ค่ารักษาพยาบาล ไม่เกิน 30,000 บาท
  2. ค่าทุพพลภาพ / สูญเสียอวัยวะหรือค่าปลงศพ

ตาม 1, 2 รวมกันแล้วไม่เกิน 65,000 บาท

หมายเหตุ ค่าเสียหายเบื้องต้น สำหรับค่ารักษาพยาบาลให้เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการคุ้มครองผู้ประสบภัยในการจ่ายค่ารักษาพยาบาล แก่ผู้ประสบภัยจากรถ เรื่อง มาตรฐานกลางของรายการและจำนวนเงินค่ารักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายอันจำเป็นเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลที่บริษัทประกันภัย หรือกองทุนทดแทนผู้ประสบภัย ต้องจ่ายให้กับผู้ประสบภัยจากรถ (ประกาศใช้ 1 ตุลาคม 2547)

ค่าสินไหมทดแทนสูงสุด (รวมค่าเสียหายเบื้องต้น) หมายถึง ค่าสินไหมทดแทนสำหรับความเสียหายต่อชีวิต – ร่างกายของผู้ประสบภัยจากรถที่บริษัทประกันภัยต้องจ่ายเมื่ออุบัติเหตุจากรถนั้นเป็นความผิดของผู้ขับขี่รถที่เอาประกันภัย

  1. กรณีบาดเจ็บ ไม่เกิน 80,000 บาท
  2. กรณีเสียชีวิต หรือ ทุพพลภาพถาวร 300,000 บาท
  3. สูญเสียอวัยวะ
    • นิ้วขาด 1 ข้อขึ้นไป 200,000 บาท
    • สูญเสียอวัยวะ 1 ส่วน 250,000 บาท
    • สูญเสียอวัยวะ 2 ส่วน 300,000 บาท
  4. ค่าชดเชยการรักษาตัว (ผู้ป่วยใน) 200 บาท / วัน ไม่เกิน 20 วัน 4,000 บาท

* ยกเว้น ผู้ขับขี่ที่เป็นฝ่ายผิดจะได้รับค่าเสียหายเบื้องต้นเท่านั้น

หมายเหตุ สำหรับกรมธรรม์ที่เกิดเหตุตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2559 เป็นต้นไป(ที่มา- บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด)

เห็นไหมค่ะ ถึงเราทำประกันมีวงเงินคุ้มครองแล้วก็จริง แต่ชีวิตของคนเราก็สำคัญเช่นกัน ฉะนั้น อย่าขับรถขับด้วยความประมาทและมีสติก่อนสตาร์ททุกครั้งนะคะ