ทริป หนองคาย-เวียงจันทร์-วังเวียง 2 วัน 1 คืน

NIK_7952x

ผมเคยไปเวียงจันทร์มาแล้ว 4-5 ครั้ง แต่ละครั้งต่างก็ไปด้วยหน้าที่การทำงาน แต่ก็พอมีเวลาที่จะได้สำรวจบรรยากาศในมืองเวียงจันทร์บ้างทั้งวิถีชีวิตยามเช้า ชีวิตคนทำงาน และวิถีชีวิตยามค่ำคืน แต่วังเวียงยังไม่เคยไปเลย ทริปที่กำลังจะเขียนถึงนี้เป็นครั้งแรกโดยการร่วมเดินทางไปกับคารานของ Suzuki ประเทศไทยในทริป คาราวานสู่ เวียงจันทร์ – วังเวียง สปป.ลาว

วังเวียงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวหนึ่งที่มีชื่อเสียงเพราะยังมีความเป็นธรรมชาติอยู่ค่อนข้างมาก คนทำงานหรือเจ้าของธุรกิจในลาวที่ผมมีโอกาสได้คุยด้วยหลายคนมักจะพูดถึงวังเวียงเวลาคุยถึงแหล่งท่องเที่ยวในวันหยุดพักผ่อน ทางด้านข้อมูลท่องเที่ยวสากลวังเวียงก็ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในภูมิภาคนี้

การเดินทางของไปเยือนวังเวียงของผมในครั้งนี้แม้จะเป็นทริปสั้นๆ และเวลาค่อนข้างจำกัด แต่ก็พอทำให้ผมได้สัมผัสและได้เห็นภาพของวังเวียงที่เคยจินตนาการไว้ตามคำบอกเล่าของคนที่เคยสนทนาด้วย ทีมงานของซูซูกิพาผมและชาวคณะเดินทางจากกรุงเทพฯ ด้วยเครื่องบินไปลงที่จังหวัดอุดรธานี และนั่งรถต่อไปยังจังหวัดหนองคาย ก่อนที่จะเริ่มเดินทางด้วยรถยนต์ ซูซูกิ สวิฟต์ มุ่งหน้าสู่เวียงจันทร์

ทันทีที่ผ่านด่านตรวจฝั่งไทยและเข้าสู่ฝั่งลาวต้องเปลี่ยนการขับรถจากเลนส์ซ้ายเป็นเลนส์ขวา ถ้าในเมืองที่การจราจรค่้อนข้างหนาแน่นการที่ขับรถพวงมาลัยขวาเลนส์ซ้ายจะค่อนข้างลำบากสักหน่อย แต่ในลาวรถไม่มากเท่าไร จึงขับได้ไม่ยากนัก อีกทั้งเส้นทางจากเวียงจันทร์ที่มุ่งหน้าสู่วังเวียงนั้นเปรียบไปก็เหมือนกับถนนสายเอเชียของบ้านเรา แต่ปริมาณรถนั้นน้อยกว่ากันมากนัก

อีกสิ่งหนึ่งที่ผมชอบมากในการเดินทางไปสถานที่ต่างๆ คือบรรยากาศสองข้างทาง ซึ่งถนนที่มุ่งหน้าสู่วังเวียงนั้นเป็นถนนคอนกรีตที่ถือว่ามีสภาพผิวการจราจรที่ดี แต่บรรยากาศสองข้างนั้นสภาพบ้านเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างยังไม่เจริญเท่าที่ควร สภาพความเป็นอยู่ของต่างจังหวัดบ้านเรายังดูมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า

ระยะทางจากหนองคายถึงวังเวียงประมาณ 160 กิโลเมตร คาราวานเริ่มออกเดินทางจากหนองคายประมาณบ่าย 2 โมง และถึงวังเวียงประมาณ 6 โมงเย็น ช่วงแรกเป็นทางราบปกติประมาณ 110 กิโลเมตร และมีเส้นทางขึ้นเขาอีกประมาณ 50 กิโลเมตร ซึ่งเป็นช่วงที่ทำเวลาได้ค่อนข้างช้า เพราะพวกเราไม่ได้ทำความเร็วกันมากนัก อีกทั้งเดินทางกันเป็นคาราวานที่คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ

สภาพเส้นทางช่วง 50 กิโลเมตรที่ขึ้นเขานั้นเป็นถนนลาดยางที่มีสภาพผิวการจราจรที่ถือว่าดี ลักษณะภูมิประเทศไม่ชันมาก รถเล็กๆ สามารถที่จะขับขึ้นไปได้อย่างสบายๆ คนขับเรียกว่าไม่ต้องถึงกับมีทักษะการขับรถขึ้นเขาอะไรมากมาย ขอเพียงมีสติและขับรถด้วยความระมัดระวังก็พอ

สองข้างทางเขียวครึ้มสบายตา เจอชุมชนเป็นระยะๆ น่าเสียดายที่คาราวานเดินทางไปถึงที่หมายช้าไปหน่อย ด้วยบรรยากาศปลายปีแบบนี้ประมาณ 6 โมงเย็นฟ้าก็มืดเสียแล้ว เลยไม่ได้เดินชมบรรยากาศและวิถีชีวิตยามเย็นของที่นี่ ทริปนี้ผมพักที่โรงแรม Riverside Boutique Resort ริมแม่น้ำซองซึ่งเป็นโรงแรมมาตรฐานที่มีความสะดวกสบายทีเดียว ละแวกนี้มีโรงแรมที่พักติดๆ กันอยู่หลายแห่งครับราคาแตกต่างกันไป

ได้เห็นท้องฟ้าของวังเวียงชัดๆ อีกทีก็ตอนรุ่งเช้า ซึ่งชาวคณะนัดกันแต่เช้าตรู่เพราะมีกิจกรรมที่เป็นไฮไลต์คือ ร่องเรือชมทัศนียภาพริมแม่น้ำซอง ถามว่าสวยไหมก็สวยนะครับ แต่ในความเห็นส่วนตัวของผมไม่ตื่นเต้นสักเท่าไร รู้สึกไม่ต่างจากการล่องเรือชมแม่น้ำที่บ้านเรา อาจจะเพราะคาดหวังไว้สูงไปหน่อย แต่จริงๆ แล้วบ้านเรากับบ้านเขาทัศนียภาพก็ไม่ต่างกัน เอาเป็นว่าประทับใจแล้วกันครับ

ใช้เวลาร่องเรือแต่ละเที่ยวประมาณครึ่งชั่วโมงก็กลับมารับประทานอาหารเช้าและออกเดินทางกลับในเส้นทางเดิมโดยแวะทานข้างเที่ยงกันที่เวียงจันทร์ตรงสวนน้ำพุ น่าจะเป็นย่านใจกลางเมืองที่เจริญที่สุดเหมือนสยามบ้านเรานะ แต่บรรยากาศและผู้คนดูสบายๆ ไม่เร่งรีบเหมือนบ้านเรานะ แอบเห็นแม่หญิงลาวกินข้าวกันจานโต๊โต กินจุเหมือนกัน แต่ว่าไม่อ้วนนะ เอวบางร่างน้อย และยังคงนุ่งผ้าถุงกันอยู่ น่านับถือความรักและเคารพในวัฒนธรรมของเขานะ

ทานข้าวเที่ยวเสร็จก็ออกเดินทางต่อมุ่งหน้าสู่จังหวัดหนองคายและจังหวัดอุดรธานี ก่อนขึ้นเครื่องกลับรอบ 6 โมงเย็น และถึงกรุงเทพฯ ประมาณทุ่มเศษๆ แม้ว่าจะไปเร็วกลับเร็วสักหน่อย ไม่ได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศอย่างเต็มที่ แต่การได้ไปให้ถึงและดูให้เห็นกับตา ตลอดจนได้ดูวิถีชีวิตผู้คนต่างบ้านต่างเมืองสองข้างทางก็ถือว่าอิ่มใจแล้วกับทริปนั้นๆ และในทริปนี้  หากเพื่อนๆผู้ขับขี่มีเวลาว่าง หรือวันหยุดยาว และอยากไปพบกับวัฒนธรรมที่น่าสนใจ ผมขอแนะนำว่าหนองคาย วังเวียนเป็น Road Trip ที่น่าสนใจเลยล่ะครับ และแม้จะขับไปไกลถึงสุดเขตแดนหากมีประกันรถยนต์ที่ซื้อจากไดเร็คเอเชียไว้ก็หายห่วง เพราะมีอู่ซ่อมรถที่หนองคาย และอู่ซ่อมรถภาคอีสาน ไว้คอยรับบริการมากมาย  เที่ยวให้สนุกนะครับ