ปัญหารถในกำมือ ขับๆ อยู่ก็รู้ได้ว่าช่วงล่างระบบใดกำลังมีปัญหา


ในการใช้รถผู้ใช้ควรรู้จักสังเกตุความผิดปกติของรถยนต์ไว้บ้างไม่ว่าจะเป็นรถใหม่หรือรถเก่าก็ตามเพราะต่างก็มีโอกาสที่จะเกิดปัญหาขึ้นได้ทั้งนั้น หากเป็นรถใหม่ก็จะได้รีบนำรถเข้าตรวจเช็คกับทางศูนย์บริการ หากมีปัญหาจะได้รีบดำเนินการแก้ไขหรือเคลมอุปกรณ์ให้เรียบร้อยเนื่องจากอยู่ในระยะรับประกัน

ส่วนรถที่มีอายุการใช้งานเกินกว่าการรับประกันของศูนย์บริการ หากพบว่ารถมีความผิดปกติก็จะได้รีบทำการแก้ไขก่อนที่ปัญหาหรืออาการของรถจะบานปลาย

การสังเกตุความผิดปกติของรถมีหลายลักษณะหลายวิธีขึ้นอยู่ที่ว่าจะสังเกตุความผิดปกติในระบบใด ในครั้งนี้จะยกตัวอย่างเกี่ยวกับการสังเกตุความผิดปกติของช่วงล่าง เนื่องจากเป็นสิ่งที่ผู้ใช้รถทุกคนสัมผัสได้ง่ายที่สุด อีกทั้งยังทำความเข้าใจกับการทำงานของระบบได้ไม่ยากนัก

วิธีหนึ่งที่สามารถจับความผิดปกติของช่วงล่างได้ก็คือ การสัมผัสความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับพวงมาลัยซึ่งจะถ่ายทอดมายังมือของผู้ขับโดยตรง ลองไปดูกันว่าถ้าพวงมาลัยมีลักษณะอาการแบบไหน จะบ่งบอกหรือสะท้อนถึงปัญหาใดของช่วงล่าง

– พวงมาลัยสั่น มักจะพบได้เวลาที่ขับถึงความเร็วระดับใดระดับหนึ่ง เช่น เมื่อขับถึงความเร็วที่ 80 กิโลเมตร/ชั่วโมง พวงมาลัยจะเกิดการสั่นจนผิดปปกติ สาเหตุของปัญหาเกิดขึ้นได้จากหลายกรณี อาจเป็นเพราะความกลมของแม็กหรือยางไม่มีมาตรฐานทำให้การหมุนไม่ได้ศูนย์ หรือมีสาเหตุมาจากลูกปืนล้อแตกก็เป็นได้เช่นกัน ทั้งนี้ต้องค่อยๆ ตรวจสอบไปทีละจุด

– พวงมาลัยหนัก เวลาที่ต้องเลี้ยวหรือเข้าโค้งหากรู้สึกว่าพวงมาลัยหนักมากกว่าปกติมีอาการหน่วงๆ หนืดๆ มากกว่าที่เคยเป็น ในเบื้องต้นให้ตรวจสอบการทำงานของสายพานปั๊มพวงมาลัยเพาเวอร์ก่อนว่ามีปัญหาการหย่อนหรือชำรุดหรือไม่ หากพบว่าสายพานปกติดีอาจเป็นไปได้ว่าปั๊มของพวงมาลัยเพาเวอร์เกิดการเสียหายและไม่ทำงาน

– พวงมาลัยมีระยะฟรี เวลาที่เราขยับพวงมาลัยเพียงเล็กน้อยไปทางซ้ายและขวาโดยปกติพวงมาลัยจะต้องไม่มีระยะฟรี หมายถึงเวลาที่ขยับพวงมาลัย ล้อจะต้องขยับตามไปด้วย แต่ถ้าเมื่อใดที่ลองขยับพวงมาลัยแล้วพบว่ามีระยะฟรีเกิดขึ้นคือ เมื่อขยับพวงมาลัยแล้วล้อไม่หมุนตาม ต้องเพิ่มระยะการหมุนพวงมาลัยมากกว่าเดิมจึงจะสามารถบังคับล้อให้หมุนตามได้ แสดงว่าลูกหมากคันชักคันส่งหลวม หากมีระยะฟรีมากก็แสดงวาหลวมมาก เพื่อการบังคับเลี้ยวที่ดีควรจะเปลี่ยนลูกหมากเสียใหม่

ช่วงล่างของรถเป็นระบบที่บำรุงรักษาง่ายเมื่อเทียบกับระบบอื่นๆ การแก้ปัญหาไม่มีความซับซ้อนเท่าไรนัก และหากได้รับการแก้ปัญหาแต่เนิ่นๆ ค่าใช้จ่ายก็จะไม่สูง แต่หากปล่อยทิ้งไว้นานนอกจากจะส่งผลต่อสมรรถนะของรถแล้วยังจะทำให้ค่าใช้จ่ายบานปลายอีกด้วย