รถยนต์ Honda City i-DSi มือสอง มีอะไรน่าสนใจ มีอะไรที่ต้องระวัง


วันนี้มารีวิวรถมือสองสักหน่อย หลังจากนี้จะหารถมารีวิวเพื่อเป็นข้อมูลอีกทางหนึ่งให้กับผู้ที่กำลังสนใจรถมือสอง เพราะอย่างไรเสียรถมือสองก็ยังคงต้องอยู่คู่กับคนไทยไปอีกนาน

                แม้ว่าปัจจุบันจะมีการผลิตรถอีโคคาร์ออกมาเป็นจำนวนมากมีให้เลือกหลากหลายรุ่นราคาประมาณ 4 แสนบาท 3 แสนกว่าบาทก็ยังมี ราคาถือว่าไม่สูง แต่สำหรับผู้ที่งบประมาณน้อย อาจจะเป็นน้องๆ ที่เพิ่งเริ่มทำงาน ราคาประมาณ 4 แสนบาทก็ถือว่าเป็นจำนวนเงินที่ไม่น้อยเลย หรือในอีกมุมหนึ่งบางคนอาจต้องการรถขนาดใหญ่ เช่น ซีดาน หรือรถอเนกประสงค์ ครั้นจะซื้อมือหนึ่งก็ราคาค่อนข้างสูง มือสองจึงยังคงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ ในกรณีที่งบประมาณไม่มากนัก และต้องการรถขนาดเล็กหรือซิตี้คาร์ ในงบประมาณแสนกว่าบาทวันนี้ขอแนะนำ Honda City i-DSI ไว้เป็นตัวเลือกให้ลองพิจารณา

                Honda City i-DSI เป็นรถประเภทซับคอมแพค (Sub-Compact) ของค่ายฮอนด้า ได้รับการพัฒนาต่อจาก Honda City รุ่น Type-Z ออกจำหน่ายครั้งแรกในปี 2003 เป็นรถที่มีขนาดไม่ใหญ่นัก เหมาะสำหรับการขับขี่ใช้งานในเมือง มาพร้อมเครื่องยนต์ที่เป็นระบบ i-DSI ที่มีกำลังงาน 88 แรงม้า Honda City รุ่นนี้ได้รับฉายาจากพ่อค้ารถมือสองว่า แมลงสาป ด้วยรูปทรงที่ออกจะทื่อๆ ไปสักหน่อย ซึ่งเป็นรุ่นที่ผู้ใช้ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าฮอนด้าออกแบบรถรุ่นนี้ได้ไม่สวยเท่าที่ควร แต่กระนั้นก็ตาม City รุ่นนี้ก็ถือว่ามียอดขายที่ดีรุ่นหนึ่ง เพราะคุณสมบัติด้านอื่นๆ ถือว่าน่าพอใจทั้งขนาดตัว เครื่องยนต์ ราคา และชื่อของฮอนด้าเอง

                ขนาดตัวถังของ City รุ่นนี้ มีความกว้าง 1,690 มม. มีความยาว 4,310 มม. และมีความสูง 1,485 มม. แม้จะมีขนาดตัวไม่ใหญ่ แต่ภายในห้องโดยสารถือว่านั่งได้ค่อนข้างสบายทั้งเบาะนั่งด้านหน้าและด้านหลัง แม้จะต้องเดินทางต่างจังหวัดผู้ที่นั่งแถวหลังก็สามารถนั่งได้โดยที่ไม่ถึงกับปวดหลังมากนักหากไม่นั่งเบียดกันจนเกินไป ในด้านของสมรรถนะแน่นอนว่าถ้าใช้งานในเมืองถือว่าคล่องตัวดี แต่ถ้าออกต่างจังหวัดหากต้องความเร็วอาจจะรู้สึกว่าไม่ค่อนทันใจเท่าไร เพราะมีกำลังงานเพียง 88 แรงม้าเท่านั้น แต่ในเรื่องของช่วงล่างถือว่าน่าพอใจ ทั้งนี้หากซื้อมือสองมาก็ต้องตรวจสอบสภาพของช่วงล่างเสียก่อนว่าควรจะต้องเปลี่ยนหรือซ่อมอะไรหรือไม่

                ตอนที่ออกมาใหม่ๆ ทางฮอนด้าได้จัดแยกย่อย City รุ่นนี้ไว้ถึง 10 รุ่นย่อย แยกซะยิบย่อยเลย แต่ถ้าหาซื้อมือสองอาจจะมองไม่ออกว่าคันไหนเป็นรุ่นไหนกันแน่ ให้ดูที่รุ่นหลักซึ่งมี 3 รุ่นเป็นสำคัญก็พอคือ รุ่น A เป็นรุ่นต่ำสุดหรือรุ่นเริ่มต้น ออปชั่นต่างๆ แทบจะไม่มีอะไรมาให้ วิทยุก็ธรรมดาๆ ล้อกระทะขนาด 14 นิ้ว ฯลฯ สูงขึ้นมาหน่อยหรือรุ่นกลางคือ รุ่น S เริ่มมีออปชั่นมากขึ้น และรุ่นท็อปคือ รุ่น E เรื่องของออปชั่น เช่น เซ็นทรัลล็อก ล้อแม็ก หรือวิทยุ เวลาที่ซื้อรถมือสองอาจจะดูได้ยากว่าเป็นออปชั่นของรุ่นไหนกันแน่ บางรุ่นคนที่ขายซื้อรุ่น A มา แล้วก็ไปเปลี่ยนขนาดล้อและยาง ใส่แม็ก เปลี่ยนเครื่องเสียงใหม่ ถ้าดูไม่ดีก็อาจจะคิดว่าเป็นรุ่น S ได้ สิ่งหนึ่งที่พอจะใช้เป็นแนวทางในการดูรถว่าเป็นรุ่นไหนกันแน่ก็คือสีของภายใน

                ในรุ่น A ภายในห้องโดยสารจะเป็นสีเทา รุ่น S ห้องโดยสารจะเป็นสีเบจ และรุ่น E ห้องโดยสารจะเป็นสีเบจและมีลายไม้ตกแต่งด้วย จากนั้นก็ดูเกียร์ว่าเป็นเกียร์ธรรมดาหรือเกียร์ออโต้ ก็จะช่วยให้พอที่จะลำดับราคาได้ เช่น รุ่น A ก็น่าที่จะต้องถูกที่สุดในบรรดารุ่นอื่นๆ เรื่องการบำรุงรักษา โดยรวมแล้ว Honda City i-DSI ถือว่าดูแลง่ายไม่จุกจิกนัก ค่าซ่อมบำรุงกับร้านหรืออู่ทั่วๆ ไป อยู่ในระดับราคาที่จ่ายได้ไม่ลำบากใจ แต่มีสิ่งหนึ่งที่ดูจะเป็นปัญหาที่น่ากังวลสำหรับ City รุ่นนี้ที่จำหน่ายในปี 2003 และ 2004 ก็คือ เรื่องของเกียร์ออโต้ ที่มีปัญหาว่าเกียร์หวืดเนื่องจากโซ่ของระบบ CVT มีปัญหา

                ถ้าสนใจรุ่นนี้จริงๆ ก็ควรหาข้อมูลเกี่ยวกับเกียร์ให้ดีๆ ยิ่งเป็นรถมือสองโอกาสที่เกียร์จะพังยิ่งมีสูงกว่ารถใหม่ เพราะด้วยอายุการใช้งานเองด้วย ลองหาข้อมูลดูว่าแนวทางการซ่อมเป็นอย่างไร ค่าใช้จ่ายเท่าไร และเวลาที่ไปดูรถคันที่สนใจก็ให้ทดสอบการเปลี่ยนเกียร์ ทดลองขับ และสังเกตุอาการให้ดี ดูแล้วเกียร์น่าจะมีปัญหาหรือไม่

                ระดับราคาของ Honda City i-DSI ปี 2003 และ 2004 ไม่เกิน 2 แสนบาทอย่างแน่นอน ราคาในตลาดมือสองอยู่ที่ประมาณ 140,xxx บาท ถึงประมาณ 170,xxx บาท ขึ้นอยู่กับรุ่นและเกียร์ ถ้าดูพอจะดูรถเป็นมองหารถที่เจ้าของขายเองจริงๆ ก็น่าจะได้ราคาที่ถูกกว่าที่เห็นตามอินเทอร์เน็ต


Facebook Comments