แชร์ประสบการณ์ซ่อมเบรครถยนต์ Honda City ตอนที่ 2


แชร์ประสบการณ์การซ่อมเบรครถ Honda City ของผมกันต่อนะครับ จากที่เล่าค้างไว้ในบทความที่แล้ว รายการซ่อมที่ศูนย์บริการแห่งหนึ่งเสนอมาว่าจะทำอะไรให้บ้าง ชิ้นส่วนต่างๆ ประกอบด้วย…

เริ่มที่เบรคหน้าก่อน มีรายการที่เสนอมาว่าจะต้องเปลี่ยนและซ่อมคือผ้าดิสก์เบรคหน้า จานดิสก์เบรคหน้า น้ำมันเบรค น้ำยาทำความสะอาดเบรค ค่าแรง รวมค่าเสียหายในส่วนของเบรคหน้า 4,370 บาท

ในส่วนของเบรคหน้าผมดูแล้วผ้าเบรคที่เสนอมาราคาค่อนข้างสูง 1,990 บาท ไม่รู้ว่าเอาของยี่ห้ออะไรและเกรดพิเศษขนาดไหนมาใส่ให้นะ กับรุ่นของรถและการใช้งานแบบทั่วๆ ไป ผ้าเบรคชุดละ 1,000 บาท บวกลบแล้วแต่ยี่ห้อ ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ใช้ได้แล้ว สำหรับค่าจานดิสก์เบรคไม่ได้ระบุรุ่นและยี่ห้อเช่นกัน แต่ถือว่าราคาปกติทั่วๆ ไป น้ำมันเบรคจริงๆ ไม่ต้องใช้ถึง 2 กระปุกก็ได้ กระปุกเดียวก็น่าจะอยู่ แค่เติมและไล่น้ำมันเบรคให้เต็มระบบไม่ให้พร่องและไม่มีฟองอากาศก็พอ

สถานบริการรถยนต์หลายๆ ที่เท่าที่สังเกตุดูบอกว่าจะเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเบรคใหม่ให้ แต่พอเอาเข้าจริงก็แค่ไล่อากาศแล้วก็เติมน้ำมันใหม่เข้าไปที่กระปุกน้ำมันเบรคในห้องเครื่องยนต์เท่านั้น ไม่ได้เปลี่ยนถ่ายจริงๆ และน้ำยาทำความสะอาดไม่ใช้น้ำมันเบนซินใส่กาฉีดพ่นที่จานเบรค ก็เป็นน้ำผสมผงซักฟอกนี่แหละ แล้วก็ใช้ลมเป่าให้แห้ง ถ้าเป็นอู่ทั่วๆ ไปก็จะไม่คิดค่าน้ำยาในส่วนนี้ แต่ไม่แน่ใจว่าน้ำยาของที่นี่เป็นชนิคพิเศษแตกต่างจากที่อื่นหรือเปล่า สำหรับค่าแรง 600 บาท อยู่ในเกณฑ์ที่รับได้

เบรกหลัง (เป็นดรัมเบรค) มีรายการซ่อมคือ ก้ามเบรคหลัง กระบอกเบรค เจียจานดรัมเบรคหลัง น้ำยาทำความสะอาด และค่าแรง รวมค่าเสียหายในส่วนของเบรคหลัง 4,640 บาท

สำหรับเบรคหลังตามความเห็นส่วนตัวจากการพิจารณาของผมเองคิดว่าก้ามเบรคไม่ต้องเปลี่ยนก็ได้ตัดไป 650 บาท กระบอกเบรคคิดราคาได้เอาเรื่องทีเดียว เสนอมาข้างละ 1,450 บาท 2 ข้างก็ 2,900 บาท ราคาน่าจะอยู่ที่ข้างละประมาณ 500-600 บาทสำหรับอะไหล่เทียบเกรดกลางๆ ที่พอใช้งานได้ ถ้าจะเอาของดีหน่อยหรือของแท้เบิกห้าก็น่าจะอยู่ที่ข้างละประมาณ 1,000 บาท ค่าเจียรจานถือว่าไม่แพง 2 ข้าง 400 บาท แต่อู่เล็กๆ อาจจะคิดถูกกว่านี้ ส่วนของน้ำยาทำความสะอาดตามเหตุผลที่บอกไปตอนแรก ไม่น่าที่จะต้องเสียเงิน ส่วนค่าแรงในส่วนของเบรคหลังคิดเสียถูกเลย 300 บาทราคาเหมือนอู่ทั่วๆ ไป คิดในใจ ก็บวกค่าอะไหล่ไปเยอะแล้วนี่

เบ็ดเสร็จใบเสนอราคาใบนี้รวมค่าบริการทั้งเบรคหน้าและเบรคหลังอยู่ที่ 9,010 บาท เห็นแล้วก็ตาสว่างขึ้นมาทันที เมื่อตั้งสติได้และพิจารณาดูแล้วก็ตัดสินใจว่าในส่วนของเบรคหน้า จากที่ได้ไปดูสภาพของผ้าเบรคและจานเบรคมาแล้วพบว่าผ้าเบรคยังหนาอยู่ ยังเหลืออีกพอสมควร สามารถขับได้อีกหลายเดือนหลายกิโลเมตร จึงคิดว่าไหนๆ ถ้าจะต้องเปลี่ยนอยู่แล้ว ก็ใช้ให้มันสุดๆ ไปเลย ผ้าเบรคหมดถึงเหล็กเมื่อไร เบรคแล้วดังเอี๊ยดๆ ค่อยเปลี่ยนทีเดียวตอนนั้น

สรุปเบรคหน้าพักไว้ก่อน ยังไม่จำเป็นต้องเสียเงินตอนนี้ แต่ถ้าจานเบรคของรถใครยังสามารถที่จะเจียจานได้ หากผ้าเบรคหมดหรือเริ่มบางแล้ว ควรรีบเปลี่ยนนะครับ จะได้เปลี่ยนแต่ผ้าเบรค ก็จะเสียค่าใช้จ่ายไม่เท่าไร

มาที่เบรคหลังคงปล่อยไว้ไม่ได้ เพราะมีปัญหาว่าน้ำมันเบรคเริ่มซึม จะว่ารั่วก็รั่วแล้วล่ะแต่ยังไม่มาก แต่หากปล่อยไว้ หรือเบรคกระทันหันแล้วเบรคแตกก็อันตรายทีเดียว (แอบคิดในใจ หรือว่าจะปล่อยให้เบรคแตกถือโอกาสฆาตกรรมแฟนไปเสียเลย 555) แต่ดูราคาแล้วยังไงก็ไม่ทำกับที่นี่แน่ๆ

หลังจากเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องกับที่นั่นเสร็จก็ขับรถกลับบ้าน วันรุ่งขึ้นก็ไปที่อู่แถวบ้าน สอบถามและให้ช่างตีราคามาให้ สรุปค่าเสียหายแบบเต็มพิกัดไว้ก่อน ช่างแถวบ้านประเมินราคาออกมาในการซ่อมใหญ่แบบเปลี่ยนยกชุดเหมือนกัน ค่าเสียหายอยู่ที่ 2,500 บาท

เห็นราคาแล้วน่าคบหาจึงตัดสินใจทำ เมื่อถอดล้อออกมาตรวจสอบความเสียหาย ช่างบอกว่า ล้อหลังข้างซ้ายอยู่ในสภาพที่ยังใช้งานได้ ไม่มีการรั่วซึม ผ้าเบรคยังหนายังเหลืออยู่อีกเยอะ ไม่ต้องซ่อมหรอก ส่วนล้อหลังข้างขวายังไงก็ต้องซ่อม เพราะมีน้ำมันเบรครั่วออกมาเห็นๆ แต่จะเปลี่ยนแค่ชุดซ่อม (ลูกยางกระบอกเบรค) หรือต้องเปลี่ยนกระบอกเบรคทั้งตัวต้องถอดมาดูก่อน

เมื่อถอดกรอกเบรคออกมา ช่างบอกว่าควรที่จะเปลี่ยนใหม่ เพราะภายในกระบอกมีรอย หากเปลี่ยนแค่ลูกยางก็จะใช้งานได้ไม่นานเดี๋ยวก็รั่วอีก แต่ผ้าเบรคไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน เดี๋ยวล้างทำความสะอาดและขัดผิวหน้าผ้าเบรคเสียหน่อยก็ใช้งานได้แล้ว สรุปค่าเสียหายในส่วนของเบรคหลัง จากการนำรถออกจากโรงเชือดมาซ่อมที่อู่ริมทาง จ่ายค่ากระบอกเบรค 1 ข้าง 550 บาท กับค่าแรงช่างอีก 300 บาท รวมแล้ว 850 บาท ค่าล้างและน้ำยาไม่เสีย ทำความสะอาดให้อย่างดี ค่าน้ำมันเบรคก็ไม่เสีย เพราะช่างเอาของที่อู่มาเติมให้

ตอนนี้รถผมซ่อมเสร็จเรียบร้อย ใช้งานได้อย่างสบายใจ ในสถานะที่สบายกระเป๋า เวลาจะซ่อมบำรุงอะไรก็ต้องตรวจสอบกันหน่อย แต่ถ้าเป็นประกันภัยรถยนต์ วางใจเรื่องคุณภาพการซ่อมจาก อู่ซ่อมรถยนต์ในเครือ DirectAsia.com ประเทศไทย ได้เลย ทีมเคลมเค้าตรวจสอบคุณภาพให้ ดีแน่นอน