ไม่อยากให้รถอืดและกินน้ำมัน อย่าปล่อยให้รถเป็นโรคภูมิแพ้


เดี๋ยวนี้รถรุ่นใหม่ๆ ที่ออกมาต่างก็มากด้วยสมรรถนะและเทคโนโลยี ถ้าสังเกตจะเห็นว่าเทคโนโลยีของรถยนต์พัฒนาไปเร็วไม่แพ้เทคโนโลยีของโทรศัพท์มือถือหรือคอมพิวเตอร์เลย เพราะอะไรที่เราเห็นอยู่ในโทรศัพท์หรือสมาร์ตโฟน ความสามารถหรือแอปพลิเคชันหลายๆ ตัว ก็สามารถที่จะใช้กับรถยนต์หรือใช้ร่วมกับรถยนต์ได้เช่นกัน

การพัฒนาหนึ่งของรถยนต์ที่เราเห็นได้ชัดเจนซึ่งเป็นส่วนที่ผู้ใช้รถให้ความสำคัญค่อนข้างมากคือ เรื่องของความประหยัด เดี๋ยวนี้รถยนต์รุ่นใหม่ๆ สามารถทำตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองได้อย่างน่าพอใจทีเดียว อยู่ในระดับ 20-30 กิโลเมตร/ลิตรกันเลย เรียกว่าถ้าตัวเลขน้ำมันไม่ได้สูงจนเว่อร์ คงไม่มีใครคิดที่อยากจะนำรถไปติดแก๊สแล้ว ตัวเลขความประหยัดระดับนี้นับว่าโอเคทีเดียว

เหตุผลที่เครื่องยนต์รุ่นใหม่ประหยัดขึ้น เป็นเพราะมีการพัฒนาระบบการทำงานพื้นฐานให้มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น จนทำลายข้อจำกัดแบบเดิมๆ ลงได้ นับเป็นนวัตกรรมที่มีประโยชน์มาก แต่ไม่ว่าเทคโนโลยีจะได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้นเพียงใด รถยนต์ก็ยังคงต้องการการบำรุงรักษาอยู่ ซึ่งผู้ใช้รถไม่ควรมองข้าม

การดูแลรถอย่างหนึ่งที่สำคัญมากๆ แต่ผู้ใช้รถส่วนใหญ่ไม่ค่อยให้ความสำคัญ ไม่ค่อยใส่ใจ ไม่ค่อยรู้ และไม่ค่อยที่จะลงมือทำเอง ทั้งๆ ที่ การดูแลในส่วนนี้มีผลต่ออัตราเร่งและอัตราสิ้นเปลืองของรถอย่างมีนัยยะสำคัญ นั่นก็คือ การเป่าทำความสะอาดกรองอากาศ

จริงอยู่ว่าไม่ใช่ว่ารถทุกคัน ผู้ใช้รถทุกคนจะต้องลงมือเป่ากรองอากาศรถเอง โดยเฉพาะรถใหม่ๆ อาจจะยังไม่ต้องซีเรียสเรื่องนี้มากก็ได้ แต่เมื่อใช้รถไปสัก 3-4 ปี ขึ้นไปแล้ว และยิ่งถ้าหากคุณไม่เข้ารับบริการกับศูนย์บริการแล้ว ควรที่จะต้องคิดถึงการทำความสะอาดกรองอากาศสักหน่อย ถ้าพอที่จะทำเองได้ ก็ลงมือเองเลย ซึ่งทำได้ไม่ยาก

แต่ถ้าคิดว่ายุ่งยากไม่อยากที่จะทำเอง ก็ขับไปหาอู่หรือร้านให้เขาช่วยถอดกรองอากาศออกมาเป่าให้ หรือไม่ก็ตอนที่คุณนำรถไปเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องกับอู่ทั่วๆ ไป ก็ย้ำหรือกำชับช่างเสียหน่อยว่า เป่ากรอง! ให้ด้วยนะ

เมื่อถึงเวลาที่จะต้องเปลี่ยนก็ควรที่จะเปลี่ยนตามระยะ หรือตามความเหมาะสม หากใครใช้รถเยอะๆ วิ่งทางฝุ่นบ่อยๆ ก็ควรที่จะเปลี่ยนเร็วหน่อย

กรองอากาศของรถยนต์ก็เหมือนกับจมูกของคนเรานั่นเอง หากปล่อยให้มีฝุ่นผงหรือสิ่งสกปรกอุดตันมากๆ เข้า ก็หายใจลำบาก อากาศเข้าไปในห้องเผาไหม้ไม่เพียงพอ รถก็อืด อัตราเร่งไม่ดี หากต้องการได้อัตราเร่งและความเร็วเท่าเดิม ก็ต้องเหยียบคันเร่งมากขึ้นกว่าเดิม เมื่อเหยียบคันเร่งมากขึ้น รถก็กินน้ำมันมากขึ้นด้วย เป็นผลเสียที่ส่งผลต่อเนื่องกันไป

ถ้าอยากรู้ว่ากรองอากาศสกปรกแค่ไหนต้องไปเปิดฝากระโปรงรถดูนะครับ แต่ถ้าอยากรู้ว่าประกันภัยรถยนต์ของที่ไหนเบี้ยถูกต้องเปิดคอมพิวเตอร์แล้วเข้าไปที่เว็บไซต์ของ DirectAsia.com ประเทศไทย