ตรวจเช็กช่วงล่างรถยนต์สักหน่อย หลังจากขับรถลุยน้ำมาหลายเดือน

gallery_2010_05_15_09_16_17_e935cd8ba6ae15676f43b358c06ec97c_resize

หน้าฝนปี 2556 นี้หนักเอาการพอสมควร หลายคนคงจะเจอเหตุการณ์ขับรถลุยน้ำท่วมขังกันมาบ้างไม่น้อยก็มาก บางคนอาจจะหนักถึงขั้นที่ว่าต้องจอดแช่น้ำเป็นเวลานาน หรือรถดับเสียอยู่กลางน้ำก็เห็นมีอยู่หลายคัน ดังนั้นเมื่อผ่านพ้นหน้าฝนไปแล้วถ้าพอมีเวลาก็มาตรวจสภาพระบบต่างๆ ของรถกันสักหน่อย เพื่อให้ขับรถได้อย่างเย็นกายสบายใจในช่วงหน้าหนาวที่กำลังจะมาถึง ถ้ามีอะไรเสียหายจะได้รีบแก้ไขเสียแต่เนิ่นๆ และใช้รถไปได้นานๆ

ระบบที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดในการใช้งานช่วงหน้าฝนโดยเฉพาะการลุยน้ำก็คือ ช่วงล่าง ซึ่งเป็นระบบที่มีจุดเชื่อมต่อต่างๆ ที่หล่อลื่นด้วยจาระบีอยู่หลายจุด ถ้าเป็นรถใหม่ๆ พวกยางหุ้มข้อต่อต่างๆ เช่น ยางหุ้มเพลาขับ ยางหุ้มแร็ก ยางหุ้มลูกหมาก ฯลฯ ยังอยู่ในสภาพที่ดีก็ไม่มีอะไรน่ากังวลมากนัก แต่ก็ไม่ควรวางใจที่จะละเลยไม่ตรวจสอบสภาพรถหลังจากที่ผ่านการลุยน้ำมาตั้งหลายเดือน เพราะน้ำกับระบบต่างๆ ของรถยนต์นั้นไม่เป็นมิตรกันสักเท่าไร โดยเฉพาะการขับผ่านหรือแช่อยู่ในน้ำนานๆ จากระบบที่ทำงานได้ปกติดีอยู่เมื่อเจอน้ำเข้าไปก็อาจจะรวนหรือเริ่มแสดงอาการไม่ค่อยดีขึ้นมาได้

โดยเฉพาะรถที่มีอายุหลายๆ ปีหรือสัก 6
ปีขึ้นไป ยิ่งไม่ควรละเลยที่จะให้ความสำคัญในการตรวจเช็กระบบช่วงล่างหลังจากที่ผ่านการลุยน้ำมา การตรวจเช็กด้วยตนเองในเบื้องต้นสามารถทำได้ง่ายๆ โดยการสังเกตุอาการระหว่างที่ขับรถว่ามีเสียงอะไรที่ดังผิดปกติมาจากใต้ท้องรถหรือไม่ เช่น ขณะที่กำลังเลี้ยวรถในจังหวะที่หักพวงมาลัยสุดมีเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดหรือไม่ หรือในขณะที่ที่ขับผ่านเนินชะลอความเร็วหรือลูกกระดก มีเสียงดังกุกกักหรือไม่ เป็นต้น ซึ่งเสียงเหล่านี้บ่งบอกให้ทราบว่าช่วงล่างของรถยนต์มีชิ้นส่วนที่ชำรุดและเสื่อมสภาพเกิดขึ้นแล้ว

ถ้าพบว่ามีปัญหาก็ให้รีบนำรถให้ช่างตรวจเช็กและซ่อมบำรุงก่อนที่อาการจะหนักไปกว่าเดิม บางชิ้นส่วนถ้าได้รับการซ่อมบำรุงแต่เนิ่นๆ ก็อาจจะเสียค่าใช้ไม่มาก เช่น เพลาขับ ถ้ารู้ว่ายางหุ้มเพลาขาดแล้วรีบเปลี่ยนจารบีและยางหุ้มเพลาขับก็มีค่าใช้จ่ายไม่เท่าไร แต่ถ้าปล่อยไว้นานจนต้องเปลี่ยนเพลาขับทั้งเส้นค่าใช้จ่ายก็จะเพิ่มขึ้น

แต่ตอนที่ยางหุ้มเพลาขาดใหม่ๆ คุณอาจจะยังไม่ได้ยินเสียงเตือนใดๆ หรือในรถใหม่ๆ คุณอาจคิดว่าระบบพวกนี้ยังดีอยู่ แต่ไม่แน่เสมอไป ดังนั้นหากเป็นไปได้อาจเข้าศูนย์บริการเพื่อให้ช่างนำรถขึ้นลิฟต์เพื่อตรวจเช็กระบบต่างๆ ของช่วงล่างและใต้ท้องรถดูสักหน่อย ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ได้เหนือบ่าฝ่าแรงอะไรและไม่ได้มีค่าใช้จ่ายอะไรมากนักในส่วนของการตรวจสภาพ แต่ถ้ามีอะไรเสียและต้องซ่อมก็ว่ากันเป็นกรณีๆ ไป

บางระบบหรือชิ้นส่วนบางตัวคุณไม่จำเป็นที่จะต้องซ่อมทันทีทันใด ยังสามารถใช้รถไปก่อนได้ตามปกติ แต่อย่างน้อยก็จะได้รู้ตัวไว้ก่อนว่าระบบนี้นะ ชิ้นส่วนตัวนี้นะมีการชำรุดแล้ว ถ้าสะดวกเมื่อไรก็ค่อยนำรถเข้าไปซ่อมอีกครั้ง เมื่อตรวจสภาพรถเสร็จแล้ว อย่าลืมตรวจสอบกรรมธรรม์ประกันภัยด้วยนะครับว่าหมดอายุหรือยัง สนใจประกันรถยนต์ติดต่อ DirecAsia ประเทศไทยได้ที่ 02 627 7777