การดูแลเด็กให้ปลอดภัยเมื่อโดยสารในรถ ตอนที่ 2

care-kid-in-car.jpg

คุยต่อเกี่ยวกับการดูแลเด็กให้ปลอดภัยเวลาที่นั่งอยู่ในรถอีกสักหน่อยนะครับ นอกจากที่จะต้องคำนึงถึงการใช้ Car Seat ที่ถูกต้อง และการถือหรือเล่นของเล่นในรถแล้ว ก็ยังมีเรื่องอื่นๆ ที่ต้องให้ความสำคัญด้วย นั่นคือ…

การระมัดระวังเกี่ยวกับประตูและกระจก

ลูกผมตอนที่ยังเล็กๆ มือไม้ไปหยิบไปจับอะไรแถวๆ ประตู หรือไปดึงมือเปิดประตู หรือกดปุ่มเปิดกระจกไฟฟ้า ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะแรงยังน้อย ก็แค่ไปสะกิดไปจับตามประสาเด็กที่เห็นอะไรอยู่ใกล้มือแค่นั้น แต่ว่าเด็กเขามีพัฒนาการ ตลอดเวลาที่เขานั่งรถไปกับเราทุกครั้งๆ เขาก็จะมองเราดึงมือเปิดประตู มองเรากดปุ่มเปิดกระจก และก็อยากจะทำบ้าง

เวลาผ่านไปนานเข้าจากเล็กๆ จนสักประมาณไม่ถึง 2 ขวบดี แรงเริ่มเยอะขึ้น รู้เรื่องมากขึ้น และก็ซนมากขึ้น ตอนนี้ไม่เพียงแค่จับแค่สะกิดเสียแล้ว แต่สามารถที่จะดึงมือเปิดประตูจนปลดกลอนประตูได้ และสามารถกดปุ่มเปิดกระจกเองได้ด้วย เป็นเรื่องที่พ่อแม่หรือผู้ที่พาเด็กนั่งไปในรถต้องสังเกตุและระมัดระวังดีๆ เลยนะครับ อันตรายมาก

หากขณะที่รถวิ่งอยู่แล้วเด็กเกิดดึงมือเปิดประตู จนประตูเปิดออก ในจังหวะที่วิ่งอยู่นั้นด้วยทิศทางของลมที่สวนกับทิศทางการเปิดของประตู ประตูอาจจะไม่ได้เปิดกว้างออก แต่ก็จะเผยอและทำให้เกิดความเสี่ยงที่จะเป็นอันตรายได้ทั้งกับรถที่วิ่งอยู่ด้านข้าง หรือหากเด็กที่ซนๆ หน่อย เขาจะเอาแขนออกจากเข็มขัดนิรภัยหรืออาจถึงขั้นปลดเข็มขัดนิรภัยออกเอง กรณีนี้น่ากลัวมาก เขาอาจจะตกรถได้เลย

ผมมักคิดอะไรที่ร้ายแรงไว้ก่อนเสมอจนคนรอบข้างมักจะบ่นว่าขี้กังวล แต่สิ่งที่ผมกังวลก็อยู่บนพื้นฐานที่อาจจะเป็นไปได้ และอุบัติเหตุที่เราเห็นๆ กัน นอกจากความประมาทก็เกิดจากเหตุที่ไม่คาดฝันนี่แหละ

หากรถคุณมีระบบล็อกเด็กควรที่จะเลื่อนให้ปุ่มล็อกเด็กทำงานไว้คือ สามารถที่จะเปิดประตูบานนั้นได้จากด้านนอกเท่านั้น แต่จะไม่สามารถเปิดจากด้านในได้ แม้ว่าจะไม่ได้ล็อกประตูไว้ก็ตาม แต่หากไม่มีระบบล็อกเด็ก อย่าคิดว่ากดปุ่มล็อกประตูแล้วจะวางใจได้นะครับ ต้องคอยดูตลอดเวลา

สำหรับกระจกหน้าต่างของรถ สิ่งที่ควรระวังมากที่สุด โดยเฉพาะหากในรถมีเด็กอยู่กัน 2 คนขึ้นไปคือ คนหนึ่งเปิด-ปิดกระจกเล่นแล้วอีกคนเอาหัวออกไปด้านนอก กระจกอาจจะหนีบคอได้ เหตุการณ์กระจกหนีบคอก็เคยมีข่าวให้เห็นเหมือนกันนะ

การอุ้มเด็ก ความคุ้นเคยแบบไทยๆ อุ้มอย่างไรให้ปลอดภัย

ปัญหาใหญ่ของคนไทยคือ ลูกไม่ยอมนั่ง Car Seat และไม่รู้จะทำอย่างไร ไม่กล้าฝืนใจลูก สุดท้ายก็ยอมให้ลูกนั่งตัก และหลายคนน่าจะเจอปัญหาแบบผมคือ ไปกับพ่อหรือแม่นั่ง Car Seat ได้ แต่เมื่อไปกับคนอื่น เช่น ย่าหรือยาย จะให้อุ้มท่าเดียว และย่ากับยายก็ตามใจ (เหมือนเคย)

เมื่อจำเป็นที่จะต้องอุ้มจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ก็ควรอุ้มโดยคำนึงถึงความปลอดภัย พยายามอย่าปล่อยหรือตามใจให้เขาเดินไปเดินมาในรถ หากเกิดอุบัติเหตุตอนที่กำลังเดินอยู่อาจส่งผลให้เกิดการกระแทกที่รุนแรง หรือกระแทกในจุดที่เป็นอันตรายกับเด็กมากๆ แม้จะเป็นการชนที่ไม่รุนแรง ควรอุ้มให้อยู่บนตักหรือตัวของผู้ใหญ่และกอดเขาไว้ให้กระชับ ในกรณีที่เขานอนหลับอยู่บนตัก ก็ควรที่จะหันหัวไปทางทิศทางตรงข้ามกับประตู (หันเข้าด้านใน) เพราะคอเขาอาจจะกระแทกกับแผงประตูได้ เวลาที่รถเลี้ยว รถเบรก หรือชน

เป็นข้อมูลและประสบการณ์การระมัดระวังภัยให้ลูกเวลาที่อยู่ในรถจากคนที่เป็นพ่อคนๆ หนึ่ง หวังว่าจะมีประโยชน์กับคนอื่นๆ บ้าง และหากใครที่มีข้อควรระวังที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์นอกเหนือจากนี้ ผมก็อยากได้คำแนะนำบ้างเหมือนกัน แบ่งปันข้อมูลให้ผมบ้างนะครับ เข้าไปคุยกันที่ Facebook  DirectAsia.com ประเทศไทย ได้เลย