Used

เอกสารที่ต้องใช้ในการซื้อ-ขายรถมือสอง

เดี๋ยวนี้การซื้อขายรถกันเองระหว่างผู้ขายและผู้ซื้อเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นทุกวันและมีอยู่เป็นจำนวนมาก เพราะทั้งผู้ขายและผู้ซื้อสามารถติดต่อกันได้อย่างสะดวกผ่านทางอินเทอร์เน็ต เขียนถึงการซื้อรถทางอินเทอร์เน็ตเดี๋ยวจะต้องแชร์ถึงสิ่งที่ต้องระวังเสียหน่อย แต่ครั้งนี้ขอเขียนถึงเอกสารที่จะเป็นจะต้องใช้ในการซื้อขายรถก่อนแล้ว เป็นสิ่งหนึ่งที่สำคัญมากๆ จะแนะนำเกี่ยวกับเอกสารในกรณีที่เป็นการซื้อเงินสดหรือในกรณีที่โอนลอย

เอกสารที่ต้องมีและต้องใช้ในการซื้อขายรถมีดังนี้

- ทะเบียนรถ ต้องเป็นเล่มทะเบียนรถตัวจริงและต้องตรวจสอบข้อมูลภายในเล่มให้ถูกต้องตรงกับข้อมูลของรถ เช่น เลขตัวถังของรถ เลขเครื่องยนต์ หรือสีของรถยนต์ และควรตรวจสอบประวัติการเสียภาษีด้วยว่าเสียภาษีตามเวลาที่กำหนดหรือไม่ และในวันที่ซื้อขายภาษีขาดไหม อีกจุดที่สำคัญมากๆ คือ ชื่อของผู้ครอบครองกรรมสิทธิ์ต้องตรงกับเอกสารต่างๆ ที่จะต้องใช้ร่วมกันในการโอน

- หนังสือสัญญาซื้อขาย ควรหาเอกสารสัญญาที่เป็นสัญญาสำหรับการซื้อขายรถโดยตรงเพื่อให้ช่องกรอกข้อมูลต่างๆ ตลอดจนเงื่อนไขภายในสัญญาถูกต้องและครบถ้วนตามกฏหมาย และสัญญาต้องเป็นแบบที่มีสำเนาหรือทำขึ้น 2 ฉบับ ในการกรอกข้อมูลควรกรอกให้ครบถ้วน เพราะเป็นหลักฐานสำคัญในการใช้ยืนยันในการซื้อขายครั้งนั้น

- แบบคำขอโอนและรับโอน เป็นเอกสารที่ต้องขอจากกรมการขนส่งทางบก หรือจะดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ของกรมการขนส่งทางบกก็ได้ การกรอกข้อมูลในแบบฟอร์มต้องถูกต้องและตรงตามข้อมูลในทะเบียนรถ

- หนังสือมอบอำนาจ หากผู้ซื้อต้องนำรถเป็นผู้ที่นำรถไปโอนด้วยตัวเองจะต้องมีหนังสือมอบอำนาจ พร้อมระบุให้ชัดเจนว่าใช้สำหรับมอบอำนาจในการทำอะไรบ้าง หลักๆ ก็คือ การโอนกรรมสิทธิ์ของรถยนต์ และอย่าลืมให้ผู้ขายเซ็นต์ในช่องผู้มอบอำนาจมาด้วย

- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ขาย และเอกสารอื่นๆ เช่น หนังสือการเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล หรือเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ที่จะซื้อขาย เอกสารของผู้ขายทั้งในบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านจะต้องตรงกัน และตรงกับในทะเบียนรถด้วย ที่สำคัญบัตรประชาชนของผู้ขายต้องไม่หมดอายุ

เรื่องเอกสารเป็นสิ่งที่สำคัญมากนอกจากเรื่องของทะเบียนปลอมหรือไม่ปลอมซึ่งเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่จะเขียนถึงในโอกาสต่อไป เอกสารต่างๆ ที่บอกไปนั้นข้อมูลต่างๆ จะต้องถูกต้องและตรงกัน มีผิดไปแม้เพียงตัวเลขสักตัวเดียวก็มีปัญหาได้ หากมีปัญหาขึ้นมาจริงๆ ผู้ซื้อนั่นแหละจะเป็นฝ่ายลำบาก ยิ่งถ้าผู้ขายอยู่ไกลยิ่งไม่ต้องพูดถึง เป็นปัญหาโลกแตกเลยล่ะ บางทีอยู่ใกล้ๆ ก็ไม่ใช่ว่าจะสบาย เพราะคนที่ขายรถหลายคนเมื่อขายเสร็จแล้วก็อยากให้ภาระพ้นๆ ตัวไป ไม่อยากจะเกี่ยวข้องใดๆ อีก

เรื่องซื้อรถมือสองนี่พูดยากคนซื้อก็กลัวคนขาย คนขายก็กลัวคนซื้อ ดังนั้นเมื่อมีการซื้อขายกันแล้วควรรีบจัดการโอนให้เรียบร้อย ทางที่ดีจัดการโอนให้เรียบร้อยทันทีหลังจากที่ซื้อรถมือสองมานั่นแหละ ถ้าคุณซื้อมาใช้เองนะ แต่ถ้าซื้อมาเพื่อที่จะขายต่อก็ต้องถือชุดโอนนั้นไว้ก่อน แล้วเก็บไว้ให้ดีล่ะ หายขึ้นมาล่ะแย่เลย เมื่อได้รถมือสองมาแล้วถ้าต้องทำประกันภัยสามารถซื้อผ่าน DirectAsia.com ประเทศไทยได้นะ ลองเข้าไปเช็คเบี้ยที่เว็บไซต์ก่อนก็ได้ เพราะที่นี่มีประกันภัยรถยนต์สำหรับรถมือสอง โดยรถมือสองอายุมากถึง 10 ปีก็ยังซื้อประกันภัยชั้น 1 และเลือกซ่อมห้างได้  แต่หากรถมือสองที่มีอายุมากกว่า 10 ปีก็สามารถซื้อประกันภัยประเภท 2+ หรือ 3+ และสุดท้ายหากรถมือสองมีอายุมากกว่า 15 ปีซื้อประกันภัยชั้น 3 ได้ด้วยราคาเพียงพันนิดๆเท่านั้นเอง

"Disclaimer: Opinions expressed in this blog are those of the author(s) and should not be taken as advice for purchasing insurance ..."

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title="" rel=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>