ควรดูแลรักษาอย่างไร สำหรับรถที่ใช้น้อยๆ

cars-in-garage-02

หลังจากที่คุยเรื่องของคนที่ใช้รถน้อยแล้วคิดว่ารถของตนจะสภาพดีโดยที่ไม่จำเป็นต้องดูแลอะไรมากไปก่อนหน้านี้ ดูเหมือนว่าจะมีผู้อ่านให้ความสนใจพอสมควร โดยทางเว็บมาสเตอร์แจ้งมาว่าอยากให้เขียนบทความในประเด็นนี้อีก

ถ้าเป็นเช่นนั้น หากยังมีผู้อ่านที่สนใจในประเด็นนี้อยู่ ผมเองก็มีเรื่องราวและข้อมูลที่อยากจะเขียนถึงเพิ่มเติมในเรื่องนี้เหมือนกัน เมื่อไม่กี่วันนี้ก็มีโอกาสได้เจอกับรถที่ใช้งานน้อยมากอีกคันหนึ่งแล้ว เป็นรุ่นน้องคนหนึ่งเอารถของแม่มาใช้ รถอายุประมาณสัก 3-4 ปีล่ะมั้ง ถ้าจำไม่ผิด แต่เลขไมล์อยู่ที่ 2 หมื่นกว่าๆ กิโลเมตรเท่านั้นเอง

โอ้โห ซื้อรถมาจอดเหรอเนี่ย แต่กับรถของรุ่นน้องคนนี้ผมก็ไม่ได้ถามหรอกว่าดูแลอย่างไรบ้าง เพียงแต่คิดในใจว่า คนที่ใช้รถน้อยแบบนี้ คงมีหลายคนเหมือนกัน ถ้าใช้รถน้อยจะด้วยเหตุผลใด ไม่ค่อยได้ขับไปไหน หรือรักรถ เลยไม่ค่อยอยากจะขับก็ตาม ถ้าอยากให้รถอยู่ในสภาพที่ดีไปนานๆ ก็ต้องดูแลด้วย การดูแลที่ว่านี้ไม่ใช่เพียงการล้าง จอดคลุมผ้าไว้ในร่มหรือในโรงรถเท่านั้น

แม้รถจะใช้น้อยก็ควรจะต้องบำรุงรักษาตามระยะเช่นกันนะครับ แล้วต้องตรวจสอบอะไรบ้างล่ะ

– เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง/ไส้กรอง โดยทั่วไปเราจะเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องกันทุก 5,000 กิโลเมตร หรือ 10,000 กิโลเมตร แล้วแต่รุ่น แต่สำหรับคนที่ใช้รถน้อยๆ หากอ้างอิงตามระยะทางในระยะเวลาปีหนึ่งอาจจะไม่ได้ถ่ายน้ำมันเครื่องเลย ดังนั้นต้องอ้างอิงตามระยะเวลา โดยเปลี่ยนน้ำมันเครื่องทุกๆ 6 เดือน หรือตามที่คู่มือกำหนด อย่าคิดว่าไม่ได้ใช้แล้วจะไม่ต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง เพราะนำ้มันเครื่องก็มีวันหมดอายุและเสื่อมสภาพด้วยตัวเองได้เหมือนกัน หากปล่อยไว้นานจนน้ำมันเครื่องเสื่อมสภาพและนำรถมาใช้งาน เครื่องยนต์จะมีการสึกหรอมากกว่ารถยนต์ที่ใช้งานทุกวันเสียอีก

– ยางไม่สึกก็เสื่อมได้ ยางรถยนต์มีอายุการใช้งานประมาณ 40,000 กิโลเมตร  หรือประมาณ 2 ปี รถที่จอดมากกว่าขับ สภาพดอกยางคงไม่สึกแน่นอน แต่อย่าคิดว่าดอกยางเต็มแล้วประสิทธิภาพในการยึดเกาะถนนของยางจะดีไปด้วย เพราะหากมีระยะเวลากว่า 2 ปีแล้ว เนื้อยางจะแข็งตัว คุณสมบัติความยืดหยุ่นหรือยึดเกาะจะลดลง สภาพของยางจะเสื่อมลง ถ้ายางที่คุณภาพไม่ดี ก็จะมีรอยแตกลายงาให้เห็น แม้ขับไม่ถึง 40,000 กิโลเมตร แต่ถ้าเกินกว่า 2 ปีแล้วก็ควรที่จะเปลี่ยนเสียเถอะ

– ยางปัดน้ำฝน ยางใบปัดน้ำฝนก็เช่นเดียวกับยางรถยนต์ คือ คุณสมบัติของยางสามารถที่จะเสื่อมสภาพได้ตามกาลเวลาแม้ไม่ได้ใช้งาน เมื่อปล่อยทิ้งไว้นานเข้า ยางแข็งตัว ประสิทธิภาพในการรีดน้ำก็จะลดลง ทำให้ทัศนวิสัยไม่ดี ถ้าจะนำรถออกขับใช้งานในหน้าฝน ก็ควรที่จะเปลี่ยนเสียก่อน เพื่อความปลอดภัย

– แบตเตอรี่ แบตเตอรี่ถ้าจอดไว้นานสามารถที่จะคลายประจุด้วยตัวเองได้ วิธีที่ยืดอายุของแบตเตอรี่ที่ง่ายที่สุด และประหยัดด้วยคือ หม่ันสตาร์ทรถเป็นระยะๆ อาจจะสัปดาห์ละครั้งๆ ละประมาณสัก 10 นาที  นอกจากเป็นการรักษาแบตเตอรี่แล้ว ยังเป็นผลดีกับเครื่องยนต์ด้วย ให้เครื่องยนต์ได้ทำงานบ้าง

– สายไฟต่างๆ เรื่องของสายไฟคงไม่ได้เสื่อมง่ายๆ แต่รถที่จอดนานๆ มีปัญหาหนึ่งที่ผมเจอมาหลายเคสแล้วคือ มีหนูเข้าไปกัดสายไฟ ดังนั้นต้องเปิดฝากระโปรงตรวจสอบห้องเครื่องยนต์บ้าง รวมถึงใต้คอนโซลในรถด้วย ถ้ามีปัญหาว่าหนูกัดสายไฟล่ะ เรื่องใหญ่เลย ไล่กันนานเลยกว่าจะเจอ ถ้าช่างหาจุดที่กัดสายไม่เจอ หรือไล่วงจรไม่ครบ อาจส่งผลให้รถมีปัญหาในการใช้งานได้

ไหนๆ ซื้อรถมาแล้วก็ใช้สักหน่อย หากขี้เกียจหรือไม่มีเวลา เอามาให้ผมช่วยใช้ก็ได้นะ อ้อ อีกเรื่องครับ จอดไว้ๆ นาน วันดีคืนดี นึกจะขับขึ้นมา มองดูป้ายกรมธรรม์หน้ารถด้วยนะว่าหมดอยู่หรือเปล่า เพราะข้อดีของรถที่ซื้อมาจอดไว้ยังมีเมื่อต้องซื้อประกันรถ เพราะ DirectAsia.com มีส่วนลดให้กับรถที่มีการเคลมน้อยและผู้ขับขี่ที่มีประวัติดี อย่างไรลอง คลิก ช็คเบี้ยประกันรถฟรี หรือโทรติดต่อลูกค้าสัมพันธ์ได้ที่เบอร์ 0-2627-7777