ฟังเสียงช่วงล่างของรถให้ดี จะได้รีบซ่อม ก่อนที่รถยนต์จะเสียหายหนัก


หลังจากผ่านช่วงเข้าพรรษามานี้ ดูเหมือนว่าฝนจะตกหนักมากขึ้นเรื่อยๆ นอกจากจะต้องขับรถด้วยความระมัดระวัง อีกสิ่งที่ควรให้ความสำคัญเกี่ยวกับรถยนต์ก็คือ การตรวจสอบช่วงล่างของรถยนต์ให้ดี

ถ้าเป็นไปได้ทางที่ดีที่สุด คือ เข้าศูนย์หรืออู่เพื่อให้ช่างนำรถขึ้นฮ้อยต์หรือลิฟท์เพื่อตรวจสอบช่วงล่างโดยละเอียด แต่ถ้าไม่สะดวก อาจจะไม่มีเวลา ก็ใช่ว่าจะไม่สามารถตรวจสอบได้ วันนี้ผมขอแนะนำวิธีง่ายในการตรวจสอบได้ด้วยตัวเองตลอดเวลาโดยการสังเกตอาการและเสียงที่ผิดปกติ เสียงเหล่านั้นเองที่จะเป็นตัวบอกว่าช่วงล่างของรถเริ่มมีอาการผิดปกติแล้วหรือเปล่า เป็นอย่างไรบ้าง มาดูกันเลย

ผิดปกติที่มาจากช่วงล่างมีหลายลักษณะทั้งนี้ต้องสังเกตอาการของรถรวมถึงจังหวะการขับว่าเกิดเสียงในช่วงใดร่วมด้วย เช่น…

มีเสียงดังเวลาเลี้ยวหรือตกหลุม เวลาที่เราขับรถด้วยความเร็วต่ำ ในจังหวะที่มีการหักเลี้ยวพวงมาลัย หรือในจังหวะที่ล้อตกหลุม หากได้ยินเสียงกึกๆ จากใต้ท้องด้านหน้าของรถ เป็นไปได้ว่าลูกหมากคันชัก-คันส่ง หรือลูกหมากปลายแร็ค (Rack and Pinion) หรือที่เรียกกันว่าไม้ตีกลองอาจจะหลวม และอีกจุดที่เป็นไปได้ก็คือ เพลาขับ หากยางหุ้มเพลาขาดเป็นเวลานานแล้วก็จะมีเสียงกุกกักๆ ได้เหมือนกัน

มีเสียงดังเวลาผ่านถนนขรุขระ หรือในจังหวะที่ขับผ่านเนินชะลอความเร็วซึ่งอาจจะเป็นเนินเล็กๆ แล้วได้ยินเสียงกึกกักใต้ท้องรถ ถ้าเสียงเกิดขึ้นมาในจังหวะนี้เป็นไปได้ว่าเป็นเสียงที่เกิดจากความผิดปกติของบูชปีกนก

มีเสียงดังเวลาเบรค ถ้าเวลาเบรคแล้วมีเสียงดังเอี๊ยดๆ จี๊ดๆ เหมือนเหล็กสีกัน ส่วนใหญ่เป็นเสียงเตือนว่าผ้าเบรคอยู่ในระดับที่ต่ำมากแล้ว ควรเปลี่ยนได้แล้ว แต่ถ้าเป็นเสียงดังครืดๆ อาจเป็นไปได้ว่าผ้าเบรคและจานเบรคสกปรกซึ่งอาจเกิดจากฝุ่นที่มาจากผ้าเบรคนั่นเอง แต่ถ้าดังหลังจากที่ขับรถลุยน้ำมา นั่นเป็นเพราะผ้าเบรคเปียกน้ำ เมื่อขับไปสักพักเสียงก็จะหายไปเอง

มีเสียงดังเวลาเลี้ยวสุด ส่วนใหญ่จะพบในรถกระบะซึ่งมีสาเหตุมาจากบูชกันเลี้ยวสึก ทำให้เวลาเลี้ยวสุดเกิดการเสียดสีกันของช่วงล่าง บูชกันเลี้ยวตัวละไม่กี่บาทแค่นั้น การเปลี่ยนก็ทำได้ไม่ยากเลย ถ้าพบว่ามีปัญหานี้เกิดขึ้นควรจะเปลี่ยนเสียแต่เนิ่นๆ ดีกว่าจะทนฟังเสียงเหล็กสีกันให้รำคาญใจ

จุดที่น่ากังวลในส่วนของช่วงล่างในช่วงหน้าฝนที่หลีกเลี่ยงการลุยน้ำได้ยากก็คือ เพลาขับ กับแร็คพวงมาลัย ถ้าตรวจพบว่ายางหุ้มเพลาขับขาดควรรีบเปลี่ยนเสียแต่เนิ่นๆ ถ้าตรวจพบและแก้ไขเร็วก็จะเสียแค่ค่าจารบีกับค่ายางหุ้มเพลาเท่านั้น แต่ถ้าปล่อยไว้นาน ยิ่งถ้าไปลุยน้ำมาด้วยแล้วอาจจะต้องเปลี่ยนยกเส้นซึ่งค่าใช้จ่ายจะสูงกว่า

แต่ถ้าจะให้อุ่นใจบนท้องถนน ช่วงนี้ DirectAsia.com ประเทศไทย มีโปรใหม่! นะครับ ซื้อประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 รับสิทธิพิเศษ ค่าเดินทางระหว่างซ่อมรถ (ค่าTaxi) สูงสุด 2,000 บาท/ครั้ง  สนใจซื้อผ่านเว็บไซต์ได้เลยวันนี้ หรือโทร 0-2627-7777