เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับแบตเตอรี่แบบเติมน้ำกลั่น


เป็นหัวใจสำคัญของรถยนต์เลยก็ว่าได้สำหรับแบตเตอรี่ เพราะถ้าไม่มีแบตเตอรี่รถก็ไม่สามารถที่จะสตาร์ทได้ ไม่นับรวมในเรื่องที่ว่าอุปกรณ์เกี่ยวกับระบบจุดระเบิดตัวใดตัวหนึ่งเสียนะครับ

แต่น่าแปลกที่แบตเตอรี่มีความสำคัญต่อการใช้รถขนาดนี้ เรียกได้ว่าเป็นหัวใจสำคัญ แต่กลับไม่ค่อยได้รับการเหลียวแล จะได้รับความสนใจอีกทีก็ตอนที่ใกล้จะหมดอายุการใช้งานหรือตอนที่แบตเตอรี่เริ่มเสื่อมแล้วนั่นแหละ

เวลาที่สตาร์ทรถแล้วพบว่าเครื่องยนต์หมุนอืดๆ และต้องสตาร์ท (บิดสวิทช์กุญแจ) นานกว่าปกติเครื่องยนต์ถึงจะติด ถึงตอนนั้นผู้ใช้รถจำนวนไม่น้อยถึงจะนึกถึงแบตเตอรี่ขึ้นมา แต่ก็สายไปเสียแล้ว ถึงจะไม่สายเสียทีเดียวแต่ก็เกือบที่จะสายไปแล้วล่ะ เพราะว่าหากคุณพบอาการดังกล่าวแสดงว่าแบตเตอรี่เริ่มที่จะเสื่มสภาพแล้ว ถึงจะใช้ต่อไปได้อีก แต่ก็คงอีกไม่นานนัก และระหว่างที่ใช้งานก็คงต้องใช้ไประแวงไปว่าครั้งนี้จะสตาร์ทติดหรือเปล่านะ

เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาและความเสี่ยงดังกล่าว โดยเฉพาะสถาการณ์รถสตาร์ทไม่ติดในที่เปลี่ยวหรือยามค่ำคืนมาใส่ใจเกี่ยวกับแบตเตอรี่กันดีกว่า การใส่ใจในแบตเตอรี่ไม่มีอะไรยุ่งยากและซับซ้อนเลย ในที่นี้เราคุยกันถึงเฉพาะแบตเตอรี่แบบที่ต้องเติมน้ำกลั่น ดังนั้นสิ่งที่เราต้องใส่ใจก็คือ ‘น้ำกลั่น’ ของแบตเตอรี่อย่างเดียวเท่านั้นเอง

น้ำกลั่นไม่พร่องรับรองแบตเตอรี่อยู่ได้นาน

หัวใจสำคัญของแบตเตอรี่แบบนี้อยู่ที่น้ำกลั่น ขอเพียงมีน้ำกลั่นอยู่ในระดับที่พอดีเสมอๆ แบตเตอรี่ก็สามารถจะใช้งานได้นานและเต็มประสิทธิภาพ โดยเฉลี่ยประมาณ 2 ปี ในทางตรงกันข้ามถ้าปล่อยให้น้ำกลั่นพร่องบ่อยๆ และยิ่งปล่อยให้พร่องเป็นเวลานานๆ โดยไม่ใส่ใจระยะเวลาการใช้งานก็จะยิ่งสั้นลงอีก อาจจะใช้ได้แค่ปีกว่าๆ เท่านั้น ทำให้ต้องเสียเงินเร็วกว่าปกติ ที่ซ้ำร้ายคือ ใช้รถแบบไม่ปกติสุข ใช้ไปต้องลุ้นไปว่าจะสตาร์ทติดไหมหนอ

หลายคนไม่ค่อยได้ใส่ใจแบตเตอรี่เพราะเห็นว่ารถยังใหม่ หรือว่าแบตเตอรี่เพิ่งเปลี่ยนมาใหม่ๆ ถึงกระนั้นก็ตาม ถึงจะเป็นรถใหม่ แม้เวลาเข้าศูนย์ช่างจะต้องตรวจเช็คและเติมน้ำกลั่นให้ เจ้าของรถก็ควรที่จะต้องตรวจเช็คด้วยตัวเองบ้าง ช่วงแรกๆ อาจจะสักเดือนละครั้งก็ยังดี เมื่อผ่านไปสักปีหนึ่งค่อยตรวจเช็คถี่ขึ้นหน่อยเป็น 2 สัปดาห์ครั้ง และสัปดาห์ละครั้ง

น้ำกลั่นเยอะเกินไประวังไว้สีรถจะพัง!

การที่ศูนย์บริการบอกว่ามีบริการตรวจเช็คน้ำกลั่นแบตเตอรี่ให้ ไม่แน่เสมอไปว่าช่างจะตรวจให้จริงๆ และไม่แน่ว่าช่างอาจเติมน้ำกลั่นแบตเตอรี่ให้มากเกินไป

การเติมน้ำกลั่นแบตเตอรี่ที่มากเกินพอดี เกินกว่าขีดบอกระดับน้ำกลั่นที่ระบุอยู่ข้างแบตเตอรี่ จะเติมโดยช่างหรือเติมด้วยตัวเองก็ตาม ไม่ส่งผลดีทั้งสิ้น เมื่อเครื่องยนต์ทำงานแบตเตอรี่มีการชาร์จประจุน้ำกลั่นจะกลายเป็นน้ำกรดและล้นออกมาทางรูระบาย หากมีน้ำกรดล้นออกมามากๆ และหากปล่อยไว้นานวันเข้า น้ำกรดที่ว่าจะไหลลงไปทำลายถาดวางแบตเตอรี่และสีรถยนต์ให้เกิดการผุกร่อน

สรุปง่ายๆ จะใช้งานแบตเตอรี่ให้คุ้มค่าหม่ันตรวจเช็คและเติมน้ำกลั่นอยู่เสมอๆ และเติมให้อยู่ในระดับที่พอดี แค่นั้นเอง