น้ำกลั่นแบตเตอรี่ เติมไม่ดีสีรถอาจจะพังได้


ช่วงที่ผมกำลังนั่งเขียนบทความประจำเดือนมิถุนายนอยู่นี้เป็นช่วงหนึ่งของปีที่มีรถรุ่นใหม่ๆ ทยอยเปิดตัวกันหลายรุ่นเลย มีทั้งรุ่นที่เพิ่งจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวไปช่วงปลายเดือนพฤษภาคม กับ All New Honda Jazz และ Suzuki Celerio

พอเข้าสู่เดือนมิถุนายนได้ไม่กี่วันก็มีข่าวว่า MG6 คันแรกออกจากสายพานการผลิตแล้ว และวันที่นั่งเขียนบทความนี้อยู่ก็กำหนดการว่าช่วงกลางๆ เดือนจะมีงานเปิดตัวกระบะรุ่นใหม่ All New Navara ของค่าย Nissan อีก

ใครที่กำลังจะซื้อรถช่วงนี้ ถ้าไม่รีบร้อนมากนักก็ค่อยๆ รอดูรุ่นใหม่ๆ ที่กำลังจะออกมาก่อน จะได้มีตัวเลือกเยอะๆ แต่ใครที่ยังใช้รถคันเก่าอยู่ โดยเฉพาะถ้ามีแผนว่าจะใช้อีกหลายปี ก็ควรบำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้ จะได้ไม่มีปัญหากลางทาง

นอกจากดูแลระบบต่างๆ ไม่ให้เสียและมีปัญหาระหว่างการใช้งานแล้ว ก็ควรจะดูแลสภาพความพร้อมโดยรวมของรถยนต์ด้วย ให้ดูใหม่ ดูสะอาด ไม่ชำรุดทรุดโทรมมากเกินไป จะได้น่าใช้ เห็นแล้วอยากขับ

ผมเองเป็นคนไม่ค่อยพิถีพิถันเรื่องการดูแลรถสักเท่าไร ก็คือดูแลแบบทั่วๆ ไป ล้างสีธรรมดาๆ ล้างเองบ้าง ไปล้างที่ร้านบ้าง รถก็ไม่ได้วิ้งๆ ว้าวๆ อะไร แต่ก็ถือว่าไม่ได้ทรุดโทรมมากนักเมื่อเทียบกับระยะเวลาร่วม 10 ปีของการใช้งาน แต่มีบางทีการที่ไม่ได้พิถีพิถันมากนัก ก็ทำให้พลาดการดูแลในจุดที่มองไม่เห็นจนความเสียหายเกิดขึ้นจนเกินกว่าที่จะเยียวยาได้ด้วยตัวเองเสียแล้ว

จุดที่มองไม่เห็น เรียกว่าเป็นจุดที่ไม่ค่อยได้สังเกตุดีกว่า กับปัญหาที่เกิดขึ้นกับรถของผมเองก็คือ ถาดรองแบตเตอรี่ซึ่งอยู่ในห้องเครื่องยนต์ รถทุกคันจะต้องมีถาดรองตัวนี้ ปัญหาที่ว่าก็คือ ตอนนี้รถของผมถาดวางแบตเตอรี่โดนสนิมเล่นงานเสียแล้ว

ปัญหานี้ไม่ได้เกิดขึ้นในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์หรือไม่กี่เดือน แต่สะสมมาเป็นแรมปี หลายปีอยู่เหมือนกัน ถ้าใครไม่อยากให้รถตัวเองเกิดสนิมในจุดนี้ เวลาที่เติมน้ำกลั่นควรเติมให้อยู่ในระดับ Max หรือตามขีดที่อยู่ด้านข้างของแบตเตอรี่พอดี อย่าเติมจนเต็มหรือล้นออกมาทางช่องเติมน้ำกลั่น เพราะเวลาที่มีการชาร์จไฟ น้ำกลั่นจะกลายเป็นน้ำกรดที่มีจุดเดือด เมื่อล้นออกมาจะส่งผลให้สีรถเกิดการหลุดร่อนได้

จริงๆ เรื่องของการเติมน้ำกลั่น ผมเองไม่เคยเติมจนล้นนะ เพราะรู้ถึงหลักการข้อนี้ดี แต่การที่มีสนิมเกิดขึ้นที่ถาดรอง อาจจะเป็นไปได้จาก 2 กรณีคือ เวลาที่ผมเติมน้ำกลั่น บางครั้งก็มีการหกเลอะเทอะบ้าง ซึ่งตัวน้ำกลั่นที่หกนั้นไม่ได้มีผลต่อสีรถอย่างน่าวิตกอะไรหรอก แต่อาจจะเป็นไปได้ว่า น้ำกลั่นและน้ำเปล่าที่ผมนำมาล้างที่ตัวแบตเตอรี่ไหลไปขังอยู่ที่ถาดรอง เมื่อสะสมนานวันเข้า ก็เริ่มกัดกร่อนและทำลายสีรถ และอีกสาเหตุหนึ่งที่เป็นไปได้คือ น้ำจากถนนซึ่งค่อนข้างสกปรก โดยเฉพาะการใช้รถในหน้าฝนที่จะต้องมีน้ำกระเด็นขึ้นมาจากใต้ท้องรถ แล้วมาขังอยู่ที่ถาดรอง

ถาดรองตัวนี้ไม่ได้มีผลต่อการใช้รถแต่อย่างใด ไม่ส่งผลต่อการทำงานของแบตเตอรี่ และแม้ว่าถาดรองจะเป็นสนิมแล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะผุกร่อนจนต้องเปลี่ยนทันที สามารถอยู่ได้ในสภาพที่เป็นสนิมไปอีกหลายปี เพียงแต่เป็นปัญหาที่เห็นแล้วไม่สบายตาและไม่สบายใจสักเท่าไร โดยเฉพาะกับคนที่รักรถมากๆ

ดังนั้นถ้าใครไม่อยากให้รถตัวเองมีร่องรอยของสนิมเกิดขึ้นแบบนี้ หากเติมน้ำกลั่นเอง ก็ควรทำด้วยความระมัดระวัง หากจะนำน้ำมาล้างทำความสะอาดบริเวณแบตเตอรี่ ก็นำผ้าแห้งมาเช็ดทำความสะอาดด้วย และหลังการใช้รถที่มีการขับผ่านน้ำท่วมขัง ก็ควรที่จะล้างทำความสะอาดห้องเครื่องยนต์บ้าง

ตอนนี้ก็ปีหนึ่งได้แล้วที่ผมเห็นว่าถาดรองแบตเตอรี่ของรถเป็นสนิม แต่ก็ยังไม่ได้แก้ไขอะไร กำลังคิดๆ อยู่ว่าจะเปลี่ยนรถเลยดีไหม ไม่ใช่ถาดรองแบตเตอรี่เป็นสนิมแล้วถึงกับจะต้องเปลี่ยนรถ แต่ว่าอายุของรถนั้นมากแล้ว ถ้าหากจะต้องเปลี่ยนรถจริงๆ ก็จะได้ไม่ต้องซ่อมให้เสียเวลา

แต่อาจจะใช้ไปอีกสักปี เพราะปีที่ 10 ก็ยังทำประกันชั้นหนึ่งกับ DirectAsia.com ประเทศไทยได้อยู่ และรถก็ยังไม่งอแงอะไร ขับชิวๆ ไปอีกปีแล้วกัน