หลากหลายวิธีกำจัดกลิ่นในรถยนต์


นอกจากปัญหาเกี่ยวกับระบบต่างๆ ของรถยนต์แล้ว อีกปัญหาที่ผู้ใช้รถส่วนใหญ่จะต้องเจอ ไม่ว่าจะเป็นรถใหม่หรือรถเก่าต่างก็มีโอกาสที่จะได้เจอด้วยกันทั้งนั้นคือ ปัญหาเรื่องกลิ่นถ้าใครกำลังประสบปัญหาดังกล่าวนี้มาดูกันว่า มีวิธีที่จะแก้ไขหรือกำจัดกลิ่นภายในรถอย่างไรได้บ้าง

– ปิดแอร์ก่อนถึงบ้าน เริ่มจากวิธีการง่ายๆ แต่หลายคนมองข้ามคือ การปิดแอร์โดยการปิดสวิทช์ A/C ก่อนที่จะเลิกใช้รถในแต่ละวัน (ก่อนที่จะถึงบ้าน) ประมาณสัก 5-10 นาที หลังจากปิดสวิทช์ A/C แล้ว ให้เปิดสวิทช์พัดลมในตำแหน่งแรงที่สุด การทำแบบนี้เป็นการกำจัดความชื้นออกจากบริเวณตู้แอร์ที่อยู่ภายในรถ ซึ่งเป็นต้นเหตุของการเกิดกลิ่นและเชื้อโรค อีกทั้งยังช่วยยืดอายุการใช้งานของตู้แอร์ไม่ให้ตันหรือรั่วเร็วกว่าปกติด้วย

– ใช้ถ่าน ภูมิปัญญาบ้านๆ แต่ได้ผลชะงัก เนื่องจากถ่านมีสารประกอบประเภทไฮโดรคาร์บอนติดอยู่บริเวณรูพรุนภายในตัวถ่าน ทำให้สามารถดูดซับกลิ่นต่างๆ ได้เป็นอย่างดี วิธีการใช้งานไม่ยุ่งยาก หยิบถ่านที่เป็นก้อน อาจทำให้ก้อนเล็กๆ สักหน่อย แล้วห่อใส่ผ้าไปซุกซ่อนไว้ตามจุดต่างๆ ภายในห้องโดยสารของรถ

– ใช้ใบเตย ใบเตยเป็นพืชอีกชนิดที่มีสรรพคุณมากมายรวมถึงการกำจัดกลิ่นด้วย จะใช้ทั้งใบสัก 4-5 ใบไปวางไว้ในรถ หรือจะหั่นเป็นชิ้นๆ ตากให้แห้งแล้วห่อด้วยผ้าขาวบางนำไปแขวนหรือวางไว้ในรถก็ได้ ทั้งช่วยดับกลิ่นและสร้างกลิ่นหอมอีกต่างหาก

– กากชาหรือกาแฟ ใบชาหรือเมล็ดกาแฟที่เราดื่มกันทุกวัน หลังจากผ่านการชงแล้ว กากใบชาและกาแฟไม่ได้หมดประโยชน์เสียทีเดียว สามารถนำมาใช้ดับกลิ่นได้เหมือนกัน วิธีการใช้คือ นำไปตากแดดให้แห้งแล้วนำไปห่อด้วยผ้าขาวบางหรือผ้าอื่นๆ ที่สวยงามตามความต้องการ แล้วนำไปวางไว้ในรถ นอกจากกลิ่นไม่พึงประสงค์จะหายไป ยังจะได้กลิ่นกรุ่นๆ จากกากกาแฟให้รู้สึกสดชื่นอีกด้วยนะ

– จอดรถตากแดด คงไม่ต้องบอกว่าแดดฆ่าเชื้อโรคได้ดีแค่ไหน ในกรณีที่กลิ่นอับรุนแรง หรือกลิ่นสะสมมาเป็นแรมเดือนแรมปี พยายามทำทุกวิถีทางที่แนะนำไปแล้วก็ยังไม่ได้ผล ให้ใช้

วิธีจอดรถตากแดด วันที่แดดแรงๆ นำรถไปจอดกลางแดดสักประมาณ 1-2 ชั่วโมง โดยเปิดประตูทุกบานไว้ พร้อมกันนั้นนำพรมในรถออกมาทำความสะอาดด้วยวิธีการจอดรถตากแดด อาจใช้ร่วมกับวิธีอื่นๆ ที่แนะนำไป โดยอาจจะทำ 1-2 เดือนครั้ง เพื่อสุขอนามัยที่ดีในการใช้รถ

เป็นอย่างไรบ้างครับ วิธีการกำจัดกลิ่นในรถไม่ยุ่งยากและสิ้นเปลืองเลย ขอเพียงแค่หมั่นดูแลรักษาความสะอาดภายในห้องโดยสารและทำตามวิธีที่แนะนำไปเท่านั้นเอง