รู้ไว้เพื่อความปลอดภัย! ระดับสีไฟสัญลักษณ์เตือนมีความหมาย

รู้ไว้เพื่อความปลอดภัย ระดับสีไฟสัญลักษณ์เตือนมีความหมาย

รู้ไว้เพื่อความปลอดภัย! ระดับสีไฟสัญลักษณ์เตือนมีความหมาย

เคยสังเกตไหมคะ? ว่า ระดับสีไฟสัญลักษณ์เตือนมีความหมาย สีไฟเตือนบนหน้าปัดรถยนต์จะมีทั้งสัญลักษณ์สีเขียว สีส้ม และสีแดง ซึ่งแต่ละสีมีความหมายซ่อนอยู่ เช่น สีเขียวหมายถึงการใช้งานปกติ ส่วนสีส้มจะเป็นการเตือนล่วงหน้า ส่วนสีแดง หมายถึงอันตราย ต้องรีบหยุดรถและตรวจสอบความผิดปกติก่อนที่จะเกิดอันตรายค่ะ เพื่อความปลอดภัยในทุกการเดินทาง เราไปดูกันค่ะว่าไฟเตือนที่ควรให้ความสนเมื่อแสดงขึ้นมานั้นมีอะไรบ้าง แต่ละอย่างมีความหมายอย่างไร?

รู้ไว้เพื่อความปลอดภัย! ระดับสีไฟสัญลักษณ์เตือนมีความหมาย

“สีเขียว”

รูปไฟสปอร์ทไลท์/ไฟตัดหมอก (หน้า) : โดยปกติแล้วเมื่อเราต้องขับขี่ในเวลากลางคืนหรือช่วงเวลาที่แสงไม่พอในการมองเห็นเราต้องมีการเปิดไฟรถยนต์ ก็มักจะเป็นไฟสปอร์ทไลท์หรือไฟหน้ารถ ส่วนในบางรุ่นอาจจะแยกสวิชท์สำหรับไฟตัดหมอกด้านหน้าด้วย แต่ก็ต้องระมัดระวังและคำนึงถึงเพื่อนร่วมถนนด้วยนะคะ แนะนำว่าควรใช้ในยามจำเป็นจริงๆดีกว่าค่ะ

รูปสัญญาณใช้งานระบบไฟหรี่ : ในการขับรถบางครั้งที่เราต้องการแค่มองเห็นระบบการทำงานในห้องโดยสารเราก็แค่เปิดใช้ไฟหรี่ได้ค่ะ

“สีส้ม”

รูปสัญญาณเตือนน้ำมัน : แสดงว่าน้ำมันกำลังจะหมดจะเหลืออยู่ที่ 10 ลิตรสุดท้ายและเรายังสามารถขับต่อไปได้อีกซักระยะตามขนาดของรถยนต์ ให้รีบหาปั้มเติมนะคะ อย่าปล่อยให้ขึ้นบ่อยๆ อาจทำให้ระบบปั้มของถังน้ำมันมีปัญหาได้ในอนาคต

รูปเครื่องยนต์ : ไฟเตือนแจ้งความผิดปกติในระบบเครื่องยนต์ เช่น ECU, การจุดระเบิด, ค่าอ๊อกซิเจนผิดปกติ, อายุสายพานเกินระยะกำหนด ฯลฯ ควรนำรถเข้าตรวจสอบหาสาเหตุที่ศูนย์บริการทันที เพื่อป้องกันไม่ให้เครื่องยนต์เสียหายไปมากกว่าเดิม

รูปสัญญาณเตือนระบบตรวจสอบพวงมาลัยพาวเวอร์ หรือ EPS : ปกติแล้วไฟจะแสดงขึ้นมาก่อนสตาร์ทเครื่องและดับไปเมื่อเราสตาร์ทเครื่องติดแล้ว แต่ถ้าสตาร์ทแล้วไฟยังขึ้นอยู่ให้ตรวจสอบระบบไฟที่ควบคุมการทำงานของพวงมาลัยนะคะ

“สีแดง”

รูปคาดเข็มขัดนิรภัย : เพื่อเน้นเรื่องของความปลอดภัยในการเดินทางเมื่อเราเริ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ ในรถบางรุ่นมีสัญญาณเสียงดังขึ้นมาด้วยจนกว่าจะมีการคาดเข็มขัดนั่นเองค่ะ

รูปมาตรวัดความร้อน : ไฟเตือนถึงความผิดปกติของระบบระบายความร้อนในเครื่องยนต์ ควรรีบนำรถจอดข้างทางและตรวจสอบทันที ไม่เช่นนั้นอาจเกิดการ Over Heat ซึ่งจะสร้างความเสียหายให้กับเครื่องยนต์ได้มาก

รูปถุงลมนิรภัย : หากไฟรูปถุงลมติดค้างหลังจากสตาร์ทเครื่องยนต์ หมายความว่าระบบถุงลมอาจมีการขัดข้อง ต้องรีบนำเข้าศูนย์บริการเพื่อแก้ไขโดยด่วน

#SafeDriver #DirectAsia