รถยนต์แม้ไม่ค่อยได้ขับ ใช่ว่าไม่เสื่อมสภาพ

รถยนต์แม้ไม่ค่อยได้ขับ ใช่ว่าไม่เสื่อมสภาพ

รถยนต์ถือเป็นทรัพย์สินที่มีการเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลาและการใช้งาน ดังนั้นหากต้องการดูแลให้รถยนต์สามารถใช้งานได้ดีและมีอายุการใช้งานที่ยาวนานควรหมั่นบำรุงรักษารถยนต์อยู่ตลอดเวลา

                การรักษารถยนต์ในเบื้องต้นที่สำคัญคือ การบำรุงรักษาตามระยะวิ่ง เพราะการบำรุงรักษาตามระยะนั้นเป็นการตรวจเช็ค เปลี่ยน หรือซ่อมแซมชิ้นส่วน หรือระบบที่มีการเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งานให้กลับมาอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้ต่อไป นอกจากนั้นก็ยังควรมีการดูแลรักษารถยนต์โดยทั่วไป ซึ่งมีรายละเอียดของการดูแลแตกต่างกันขึ้นอยู่กับการใช้งานของแต่ละคน เช่น การเป่าที่กรองอากาศ การตรวจเช็คแรงดันลมยาง การล้างแอร์ ฯลฯ

                เพื่อให้รถยนต์ซึ่งเป็นพาหนะคู่กายของคุณสามารถตอบสนองการใช้งานได้อย่างไม่มีปัญหาใดๆ ควรหมั่นดูแลอยู่สม่ำเสมอ เพราะการที่รถเสียหรืออาจจะมีปัญหาใดๆ ไม่เพียงแค่ค่าใช้จ่ายที่จะต้องเสีย หรือเสียเวลาในการทำงาน แต่ยังมีผลถึงเรื่องความปลอดภัยในการขับขี่ด้วย

                เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ ไม่เฉพาะแต่รถที่มีการใช้งานเป็นประจำทุกวันเท่านั้นนะครับที่จะต้องได้รับการดูแลอย่างสม่ำเสมอ รถที่ใช้งานน้อยๆ จอดอยู่ในโรงจอดรถเป็นส่วนใหญ่ก็ควรที่จะต้องดูแลด้วยเช่นกัน ผมเคยคุยกับเจ้าของรถซึ่งเป็นคุณผู้หญิงคนหนึ่ง เธอเป็นแม่บ้านที่สามีซื้อรถไว้ให้ใช้ 1 คัน เอาไว้ซื้อกับข้าวและใช้รับ-ส่งลูกไปโรงเรียนใกล้ๆ บ้าน วันหนึ่งใช้รถไม่กี่กิโลเมตรแค่นั้น เรียกว่าใช้น้อยมากจริงๆ อายุรถ 3 ปี เพิ่งมีเลขไมล์เพียง 2 หมื่นกว่ากิโลเมตร

                ด้วยความที่ใช้รถน้อยมาก ทำให้เธอค่อนข้างที่จะชะล่าใจว่าไม่จำเป็นต้องดูแลหรือบำรุงรักษาอะไรมาก และเวลาคุยถึงเรื่องรถของเธอ เธอก็ค่อนข้างจะภูมิใจว่ารถของเธอนั้นสภาพดี ใช้งานน้อย ถ้าขายให้ใครไป คนซื้อต้องคุ้มมากแน่นอน ความชะล่าใจในการที่ไม่บำรุงรักษารถยนต์ของเธอคือ ไม่ให้ความสำคัญที่จะเปลี่ยนถ่ายสารหล่อลื่นต่างๆ จำพวกน้ำมันเครื่องหรือนำมันเกียร์เลย และละเลยที่จะไม่นำรถเข้าไปเช็คระยะที่ศูนย์บริการตามเงื่อนไขการรับประกันด้วย ทั้งๆ ที่รถของเธอยังอยู่ในระยะการรับประกัน 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิดมากๆ และไม่ได้ส่งผลดีกับรถยนต์เลย

                แม้ว่ารถจะไม่ได้ถูกใช้งาน แต่น้ำมันเครื่องหรือสารหล่อลื่นต่างๆ ก็สามารถที่จะเสื่อมสภาพได้ตามกาลเวลา จะว่าไปแล้วรถที่มีการใช้งานเป็นประจำในสภาพการใช้งานแบบการขับทั่วๆ ไป อาจจะมีสภาพของเครื่องยนต์ที่ดีกว่ารถยนต์ที่จอดอยู่กับบ้านนานๆ เสียด้วยซ้ำ และการที่คุณไม่เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเป็นเวลาหลายเดือนโดยเข้าใจว่าระยะทางในการใช้งานน้อย ประกอบกับการที่รถจอดอยู่เฉยๆ เป็นส่วนใหญ่ อาจทำให้น้ำมันเครื่องเกิดปฏิกิริยาการเสื่อมสภาพที่มีลักษณะเป็นฟองอากาศหรือยางเหนียวได้ ซึ่งส่งผลเสียต่อชิ้นส่วนที่อยู่ในเครื่องยนต์อย่างแน่นอนไม่น้อยก็มาก

                ถ้าคุณได้อ่านสมุดคู่มือประจำรถ ในคู่มือจะกำหนดการเข้าบำรุงรักษาตามระยะหรือที่เรียกกันว่าเช็คระยะ โดยบอกทั้งระยะทางและเวลา (จำนวนเดือน) กำกับไว้ หมายถึง หากระยะทางที่ใช้งานยังไม่ถึงกำหนดก็ต้องอ้างอิงตามเวลาของการใช้งานเพื่อเข้าเช็คระยะในแต่ละช่วง

                นอกจากตรวจสอบระยะเวลาของการนำรถเข้าเช็กระยะแล้ว อย่าลืมตรวจสอบประกันภัยด้วยนะครับว่าใกล้หมดอายุแล้วหรือยัง เพราะมักได้ยินบ่อยเรื่องการเกิดอุบัติเหตุ หลังจากวันที่ประกันภัยรถยนต์เพิ่งหมดอายุและความคุ้มครอง สามารถเข้าไปตรวจสอบเบี้ยประกันภัยกับไดเร็คเอเชียได้ตามช่องทางด้านล่าง