คปภ. มอบของขวัญรับเทศกาลสงกรานต์ เพิ่มวงเงินความคุ้มครองการประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ค่ารักษา-เสียชีวิต-สูญเสียอวัยวะ

dscf6854

คปภ. เพิ่มความอุ่นใจให้กับประชาชน มอบของขวัญรับเทศกาลสงกรานต์ เพิ่มวงเงินความคุ้มครองการประกันภัยรถภาคบังคับ (ประกันภัย พ.ร.บ.) ค่ารักษา-เสียชีวิต-สูญเสียอวัยวะ แบบยกแผงโดยไม่เพิ่มเบี้ยประกัน“สุทธิพล” เซ็นคำสั่งนายทะเบียนแล้ว มีผลบังคับใช้ 1 เมษายนนี้ กล่อมบริษัทประกันภัยให้ผู้ทำประกันภัยก่อนหน้านี้ได้รับอานิสงส์ด้วย

ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า จากการติดตามของสำนักงาน คปภ.ในการรับประกันภัยรถตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 ปรากฏว่า อัตราค่าสินไหมทดแทนต่อเบี้ยประกันภัย (Loss Ratio) มีอัตราค่อนข้างต่ำ เพื่อไม่ให้ประชาชนเสียประโยชน์ที่ควรจะได้รับ จึงควรมีการปรับจำนวนเงินความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัยให้สอดคล้องกับ เบี้ยประกันภัย โดยสำนักงาน คปภ. ได้เสนอให้มีการปรับเพิ่มความคุ้มครองดังกล่าวต่อที่ประชุมคณะกรรมการกำกับ และส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (บอร์ดคปภ.) ครั้งที่ 2/2559 ซึ่งที่ประชุมฯเห็นด้วยในหลักการของการปรับเพิ่มจำนวนเงินความคุ้มครอง สูงสุดตามกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ตามที่สำนักงานฯเสนอโดยไม่เพิ่มเบี้ยประกันภัย

dscf6854x

การปรับเพิ่มจำนวนเงินความคุ้มครองกรมธรรม์ประกันภัยรถตามพระราชบัญญัติ คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 ครั้งนี้เป็นการปรับครั้งแรก โดยกรณีได้รับบาดเจ็บ จากเดิมจะได้รับค่ารักษาพยาบาล  50,000 บาทต่อคน ปรับเพิ่มเป็น  80,000 บาทต่อคน ค่าสินไหมทดแทน กรณีเสียชีวิต/ทุพพลภาพถาวร จากเดิม 200,000 บาทต่อคน ปรับเพิ่มเป็น 300,000 บาทต่อคน และกรณีสูญเสียอวัยวะจากเดิม 200,000 บาท ปรับเพิ่มเป็นระหว่าง 200,000-300,000 บาท

เลขาธิการ คปภ. กล่าวด้วยว่า เพื่อให้การปรับเพิ่มความคุ้มครองครั้งนี้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและมีการ ดำเนินงานไปในทิศทางเดียวกัน ดังนั้นเมื่อวันที่ 10 มีนาคมที่ผ่านมา จึงได้เชิญสมาคมประกันวินาศภัยไทย ตัวแทนบริษัทประกันภัยมาหารือร่วมกัน เพื่อรับทราบคำสั่งนายทะเบียน ซึ่งจะเพิ่มวงเงินคุ้มครองดังกล่าว โดยที่ผ่านมามีการประสานงานกับทางสมาคมวินาศภัยไทยมาโดยตลอด ซึ่งการดำเนินงานในเรื่องนี้จะส่งผลดีในภาพรวม เป็นประโยชน์ต่อประชาชน และจะช่วยให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นต่อระบบประกันภัย รวมทั้งทำให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีต่อธุรกิจประกันภัยของไทย

 โดยที่คำสั่งนายทะเบียนที่มีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2559 จะไม่มีผลย้อนไปถึงกรมธรรม์ประกันภัยที่ทำก่อนวันที่ 1 เมษายน 2559 ซึ่งอาจทำให้ประชาชนเกิดความสับสนและอาจมีการยกเลิกกรมธรรม์เก่าเพื่อ เปลี่ยนมาเป็นกรมธรรม์แบบใหม่ ดังนั้นเพื่อมิให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนและทำให้ภาพพจน์ของธุรกิจเสียหาย สำนักงาน คปภ. จึงได้ขอความร่วมมือให้บริษัทประกันภัยทุกบริษัทปรับจำนวนเงินคุ้มครอง สำหรับกรมธรรม์ประกันภัยเดิมที่ยังไม่สิ้นสุดระยะเวลาประกันภัยให้เป็นไปตาม ความคุ้มครองใหม่ไปด้วยพร้อมกัน ซึ่งได้รับความร่วมมือด้วยดี

“เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2559 ผมได้ลงนามในคำสั่งนายทะเบียน เรื่องให้ใช้แบบข้อความกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถและ กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ รวมการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ในการปรับเพิ่มความคุ้มครองดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2559 ซึ่งคำสั่งนี้จะมีผลครอบคลุมไปถึงผู้ที่ทำประกันภัยรถยนต์ทุกประเภท จึงถือเป็นของขวัญที่สำนักงาน คปภ. จะมอบให้กับประชาชนในเทศกาลสงกรานต์ปีนี้และได้รับความร่วมมือจากบริษัท ประกันภัยให้ปรับจำนวนเงินความคุ้มครอง รวมไปถึงกรมธรรม์ประกันภัยเดิมที่ทำก่อนวันที่ 1 เมษายน 2559 ด้วย ทำให้ประชาชนได้รับอานิสงส์อย่างเต็มที่”

ข้อมูลจาก : www.oic.or.th